มนุษย์เดนิโซวาน (Denisovans) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์มนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์เมื่อราว 40,000 ปีที่ผ่านมา และหลักฐานที่นักโบราณคดีค้นพบอย่างเป็นชิ้นเป็นอันของมนุษย์กลุ่มนี้มีเพียงชิ้นส่วนของฟัน กระดูก และสิ่งประดิษฐ์ที่ขุดพบในถ้ำเดนิโซวา (Denisova) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาของเทือกเขาอัลไตในประเทศรัสเซียความลึกลับของการสิ้นสูญสายพันธุ์มนุษย์เดนิโซวาน เป็นเรื่องท้าทายนักโบราณคดีและนักวิทยาศาสตร์ พวกเขาตามหาค้นคว้าจนพบร่องรอยทางพันธุกรรมที่ผสมปนเปมากับกลุ่มมนุษย์โฮโม เซเปียนส์ (Homo sapiens) และตกทอดมายังมนุษย์ยุคใหม่ โดยพบในหมู่ชนพื้นเมืองปาปัวนิวกินีและออสเตรเลีย แม้ดีเอ็นเอของมนุษย์เดนิโซวานในผู้คนเหล่านี้จะมีปริมาณน้อย แต่ก็มีความหมายต่อการไขความกระจ่าง เมื่อนำมาวิจัยร่วมกับการหาอายุจากกระดูก ฟัน และสิ่งประดิษฐ์ที่ได้จากถ้ำแห่งนั้น ก็พบข้อมูลเชิงลึกใหม่เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มนุษย์เดนิโซวานเพิ่มขึ้นนักวิทยาศาสตร์ด้านโบราณคดีจากสถาบันมักซ์พลังค์ในเยอรมนี เผยว่า จากหลักฐานต่างๆ ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์เดนิโซวานอาศัยในถ้ำตั้งแต่ 200,000-50,000 ปีก่อน และในช่วง 200,000-80,000 พวกเขามีสัมพันธ์ชิดใกล้กับกลุ่มมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล (Neanderthals) ที่สูญพันธุ์ไปแล้วเช่นกัน ซึ่งสิ่งประดิษฐ์อย่างเครื่องมือหิน ก็ระบุว่าหนึ่งหรือทั้งสองเผ่าพันธุ์อาจเริ่มเข้ามาครอบครองถ้ำแห่งนี้เมื่อราว 300,000 ปีก่อนนั่นเอง.