ในสมัยที่ผู้คนต้องฝากทุกข์สุขไว้กับเจ้าขุนมูลนาย มีคำโคลงสุภาษิต สำนวนโบราณ ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง กล่าวถึงคนสองแบบแบบแรก...คนคิดวิปลาสแท้ โทษมูล นายพระคุณบุญบูน ปกเกล้า ปั้นเป็นรูปจำรูญ หรือวาด ไว้เฮย ชกต่อยตีค่ำเช้า ชั่วชี้ฉิบหายแบบที่สอง...คนคิดชอบก่อเกื้อการสนอง เจ้าพระคุณบุญครอง ครอบเกล้า ปั้นเป็นรูปเรืองรอง ฤาวาด ไว้ฤา ไหว้สักการค่ำเช้า ชอบเจ้าจำเริญคำโคลงสุภาษิตสองบทนี้ เป็นที่มาของสำนวน ปั้นจ้าวชก ปั้นจ้าวไหว้เรื่องเล่าเก่ายิ่งไปกว่านั้น ในนนทุกปรณัม มีกลิ่นวัฒนธรรมอินเดีย เข้าใจว่าเป็นที่มาของคนสองแบบในคำโคลง...แต่ยังมีเพิ่มเติม คนแบบที่สาม แบบไหน ลองอ่านกันดูบุรุษนายหนึ่ง มีทาสเป็นเด็ก 3 คน ใช้ให้ทำหน้าที่เลี้ยงโคทุกเช้า เด็กทั้งสามต้อนโคไปเลี้ยงในป่า ที่มีหญ้าให้กินอุดมสมบูรณ์ แต่ละวันผ่านไป ไม่มีงานการอะไรให้ทำมากไปกว่านั้น เด็กๆก็เริ่มเบื่อเด็กคนหนึ่ง ขุดดินมาปั้นเล่น...ตอนแรกนึกอะไรได้ ก็ปั้นไปตามอารมณ์ ครั้นเมื่อถามกันเองว่า จะปั้นอะไรที่น่าจะสนุกกว่า “ปั้นรูปนายของเรา เล่นดีไหม...” เด็กคนที่หนึ่งเสนอเด็กอีกสองก็เห็นด้วย จากนั้นก็ตั้งอกตั้งใจปั้น โดยใช้ภาพนายในมโนภาพเมื่อปั้นออกมาแล้ว คุยกันว่าใครปั้นเหมือนกว่า...หาข้อยุติไม่ได้ ก็ตั้งเอาไว้ ของใครของมันเด็กคนแรก ปั้นรูปเจ้านายได้ประณีตสวยงาม นั่งมองๆไป ก็เดินไปเก็บดอกไม้มากราบไหว้บูชา เด็กคนนี้นึกถึงบุญคุณเจ้านาย ที่ชุบเลี้ยงให้อาหาร ให้งานเลี้ยงชีวิตเด็กคนที่สอง เป็นคนเกเรก้าวร้าว...ไม่ชอบเจ้านาย มองรูปปั้นแล้ว ก็ชกทุบถีบตีเล่นส่วนเด็กคนที่สาม ทำได้แค่นั่งเฉยๆ มองดูรูปปั้นตกเย็นเด็กทั้งสามต้อนวัวกลับบ้าน บุรุษผู้เป็นนาย เห็นเด็กที่กราบไหว้บูชารูปปั้น ก็นึกรักใคร่เมตตา หางานอื่นๆ ดีกว่าให้ทำ แล้วก็เพิ่มฐานะให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆขณะที่มองไปที่เด็กทุบตีรูปปั้น ก็ดลใจให้นายเกลียดชังส่วนเด็กคนที่สาม ที่เอาแต่เฉยชาใส่รูปปั้น นายก็รู้สึกสนองไปในทางเดียวกัน คือไม่รักไม่ชัง ไม่หาเรื่องรังเกียจ แต่ก็ไม่สนับสนุนให้ได้ดีอ่านนิทานเรื่องนี้แล้ว ผมอุปโลกน์ตัวเองเป็นเจ้านาย ถ้าเด็กทั้งสามคนมาเสนอตัวให้เลือกเป็น ส.ส. ผมจะเลือก...ใครดีตามกติกา ส.ส.จะอายุให้ใช้ได้ 4 ปี คนโบราณสอนไว้...จะตัดสินใจเลือกอะไร ต้องคิดให้มากๆ ถ้าเลือกคนผิด ก็จะมีผลเบาหนักตามมาตัดผมผิดคิดเจ็ดวันหาย ปลูกเรือนผิดคิดจนเรือนทลาย มีเมียผิดคิดจนตัวตายสำนวน มีเมียผิดคิดจนตัวตาย ถ้าจะให้ยุติธรรมกับผู้หญิง ก็เปลี่ยนได้ มีผัวผิดคิดจนผัว...เอ๊ย! ตัวตายในฐานะประชาชน ที่ทางการเมือง ก่อนเลือกตั้งสมมติให้เป็นนาย ผมก็คงเลือกเด็กคนที่มีจิตกุศล หาดอกไม้มากราบไหว้บูชารูปปั้น เด็กคนที่ปั้นเจ้าไหว้ส่วนเด็กที่ “ปั้นเจ้าชก” นั้น ผมคงไม่เลือกเอาไว้สิบปีของสงครามกลางเมือง ก็แค่สองพรรคสู้กัน ส่วน สงครามชนชั้น ที่ฆ่าฟันกันแบบล้างโคตรเหง้านั้น จบสิ้นไปเนิ่นนานแล้ว ผมไม่เชื่อว่า จะหวลคืนกลับมาอีก.กิเลน ประลองเชิง