เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี ลมหนาวโชยมาแบบนี้ บวกกับมีวันหยุดสะสม 5 วัน จะไปไหนดีเปิดดูเส้นทางบินของแอร์เอเชีย สะดุดตากับเส้นทางใหม่ ที่เพิ่งเปิดหมาดๆ ดอนเมือง-นาโกยา XJ 638 ถึงเวลาบินจะเช้ามืดเกินไปนิด แต่ราคาเบาๆ ก็เลยง่ายต่อการตัดสินใจ แถมยังเป็นเส้นทางบินที่ตอบโจทย์ตรงใจบรรดาติ่งญี่ปุ่น เพราะก่อนหน้านี้ ถ้าอยากมาเที่ยวตอนกลางของญี่ปุ่น อย่าง ทาคายามา หรือ ชิราคาวาโกะ ถ้าไม่บินลงโตเกียวก็ต้องไปโอซากา แล้วนั่งรถไฟหรือรถบัสมาทาคายามาอีกต่อหนึ่ง ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางไม่น้อยกว่า 3-4 ชั่วโมงราคาตั๋วดีๆแบบนี้ สองยายหลานจึงตัดสินใจแพ็กกระเป๋า มาโผล่ที่ สนามบินจูบุ เซ็นแทร นอกเมืองนาโกยา แล้วนั่งรถไฟเม็ตเท็ดสึเข้าเมืองไปสถานีนาโกยา เพื่อต่อรถไฟ JR Limited Express Wide View Hida จุดหมายแรกของเราทริปนี้ คือ ทาคายามา หรือ ฮิดะ ทาคายามา นั่งรถไฟหลับๆตื่นๆราว 2 ชั่วโมงครึ่ง เราก็มาถึงทาคายามา เมืองที่รายล้อมด้วยภูเขาและแม่น้ำ สมัยก่อน ทาคายามา เป็นเพียงจุดแวะพักเพื่อเป็นทางผ่านสำหรับไปเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะ แต่ปัจจุบันมีผู้คนแวะเวียนมาท่องเที่ยวที่นี่มากขึ้น โดยเฉพาะย่านเมืองเก่า ฟุรุยจินามิ ที่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นหมู่บ้านโบราณสมัยเอโดะไว้เป็นอย่างดีอากาศหนาวยะเยือกติดลบ 1 องศา หิมะโปรยปรายต้อนรับสองยายหลาน เราเข้าพักกันที่โรงแรม ฮิดะ ทาคายามา วอชิงตัน แม้ราคาจะสูงไปนิดสำหรับช่วงไฮซีซันส์ แต่ด้วยทำเลที่อยู่ตรงข้ามสถานีรถโดยสารทั้งรถไฟและรถบัสเราจึงเลือกที่นี่ เพื่อจะได้เดินทางสะดวกขึ้นหลังจากเก็บกระเป๋า รีเฟรชตัวเองเล็กน้อย ก็ได้เวลาตะลุยทาคายามา...กันละ! เราสองคนเดินฝ่าหิมะ ยายน่ะ...ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะเห็นโลกมาเยอะ แต่หลานนี่สิ ทั้งตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ เดินดุ่มๆกันมาสักพัก เราก็มาถึงบ่อน้ำร้อนสาธารณะสำหรับแช่เท้า ที่อยู่ใกล้สี่แยกใหญ่ ใจกลางเมือง ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มาร์กเล็กๆของเมืองอีกแห่ง และเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีๆ เราก็พากันถอดรองเท้า ถุงเท้า ถลกขากางเกง แล้วยื่นเท้าลงแช่ทันทีทาคายามา เป็นเมืองเก่า ลักษณะไม่เหมือนกับทั้งโตเกียวและโอซากา ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำมิยากาวะที่ไหลผ่านเมือง รูปแบบสถาปัตยกรรมในเมืองยังคงความสง่างาม เหมือนครั้งสมัยเอโดะรุ่งเรือง ตามถนนเล็กๆของเมืองเต็มไปด้วยสถานที่ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ ทั้งโรงกลั่นสาเกเก่า ศาลเจ้า แกลเลอรี และพิพิธภัณฑ์เหมือนกำลังเดินย้อนกลับไปสู่อดีตของหมู่บ้านเล็กๆในดินแดนอาทิตย์อุทัยหลังแช่เท้าเสร็จ เดินไปเรื่อยๆจะถึง สะพานนาคาบาชิ ที่ถ้าใครมาถึงทาคายามาแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปที่สะพานแห่งนี้ ถือว่ามาไม่ถึง เพราะนี่คือแลนด์มาร์กของเมือง นอกจากจะเป็นจุดชมวิวและถ่ายรูปที่สวยสุดๆ สะพานนี้ยังเป็นเส้นทางส่วนหนึ่งของเทศกาลทาคายามาเป็นทางผ่านของขบวนแห่ที่สำคัญของเมืองอย่างเช่น Matsuri no Mori ด้วย เดินข้ามสะพานมาอีกฝั่ง เราก็มาถึง Takayama Jinya อดีตศาลาว่าการของเมืองในยุคเอโดะ สมัยที่โชกุนโทะกุงะวะ ปกครอง มองจากภายนอกเป็นอาคารหลังเล็กๆดูเรียบง่าย แต่เมื่อเดินเข้าไปข้างในจะเห็นถึงความโอ่อ่าด้วยตัวอาคารหลักที่แบ่งส่วนแยกโอบล้อมสวนญี่ปุ่นตรงกลางเอาไว้ ภายในมีห้องหลายสิบห้อง ที่โดดเด่นคือห้องโถงกว้างใหญ่ ปูเสื่อทาทามิตามแบบโบราณ เป็นเสน่ห์และสีสัน...ซึ่งการมีสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้ ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แบบไม่เบื่อไปด้วยมื้อค่ำ แน่นอน...พลาดไม่ได้กับร้านอาหารท้องถิ่นที่เรียงรายอยู่ในซอยแยกจากถนนสายหลัก ตรงข้ามสถานีรถไฟ JR Takayama ใครชอบสไตล์การตกแต่งของร้านไหนก็ตรงเข้าไปใช้บริการกันได้เลย เพราะแต่ละร้านจะมีวัตถุดิบเดียวกันคือ เนื้อฮิดะ หรือเรียกกันว่า ฮิดะวากิว (Hida gyu) เนื้อคุณภาพที่ดี ระดับ A5 มาจาก เมืองโอคุฮิดะ หรือ ฮิดะทาคายามา จังหวัดกิฟุ ชนะเลิศการประกวดวากิวโอลิมปิก 2 ปีซ้อนเนื้อฮิดะนี้ได้จากวัวขนดำที่เลี้ยงเป็นอย่างดีในทุ่งหญ้าใกล้กับเทือกเขาแอลป์ ซึ่งอยู่ตอนกลางของญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่เนื้อวัวมีคุณภาพและรสชาติชั้นเลิศ เนื้อนุ่มละมุนลิ้น เหมาะที่จะนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้ง สเต๊ก ปิ้งย่าง สุกียากี้ ถูกใจคนรักเนื้อไม่แพ้เนื้อโกเบ และมัตซึซากะ และแต่ละร้านที่ขายเนื้อฮิดะ จะมีสูตรลับการปรุงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละร้านเรียกว่า เป็นเมนูขั้นเทพของที่นี่... หลังจากนอนหลับสนิทไม่ทันได้ฝัน รุ่งเช้า สองยายหลานรีบตื่นกันแต่เช้าเพื่อไปจองตั๋วรถโนฮิบัส โปรแกรมไฮไลต์วันนี้ คือ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่สวยงามเหมือนในเทพนิยายที่ใครมาญี่ปุ่นต้องได้มาเยือนสักครั้งหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1919 มีบ้านเรือนไม่ถึง 200 หลัง มีพื้นที่ครอบคลุมเมืองกิฟุ ไปจนถึงเมืองโทยามา ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1995 แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาชื่นชมภาพบ้านเรือนรูปร่างแปลกตาที่มีอายุเก่าแก่ร้อยปี ที่เรียกว่า กัสโชสึคุริ ซึ่งกระจายตัวขนานไปกับแม่น้ำโชกาวะ เอกลักษณ์อยู่ที่ทัศนียภาพบ้านเรือนหลังคาทรงกัสโชสึคุริ ลักษณะคล้ายการพนมมือเป็นการสร้างหลังคาให้มีความลาดชันอย่างมากเพื่อให้หิมะที่ตกลงมาทับถมกันหนักตกลงไปข้างล่างตามธรรมชาติ ชาวญี่ปุ่นบอกว่าบ้านทรงกัสโชสึคุรินี้ มีแค่ในชิราคาวาโกะและโกคายามา จังหวัดโทยามาเท่านั้นก่อนกลับ แวะเที่ยวแถวสถานีซาคาเอะ เมืองนาโกยา แหล่งช็อปของวัยรุ่นและสาวกแบรนด์เนม แต่ที่พลาดไม่ได้ ต้องร้านดิสเคานต์สโตร์ชื่อดังอย่าง ดองกิโฮเต้ (Don Quijote) หรือ ดองกี ร้านขวัญใจคนไทย ขายสารพัดตั้งแต่ลูกอม เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเด็กเล่น สินค้าแบรนด์เนมมือสอง ใครมาร้านนี้ กระเป๋าไม่งอก ออกลูกออกหลานถือว่าไม่ใช่สาวกตัวจริง สองยายหลานก็ไม่พลาด มีกระเป๋าดองกีราคา 500 เยน ใส่ของเล่นมาเต็มที่ กึ่งหิ้วกึ่งลากสัมภาระมาขึ้นเครื่องไทยแอร์เอเชีย XJ 639 กัปตันสิทธิชัยและลูกเรือพาคนไทยเกือบเต็มลำกลับบ้านอย่างปลอดภัยซาโยนาระ...ทาคายามา แล้วเราจะกลับมาใหม่...!!!