ในขณะที่พรรคการเมืองต่างดาหน้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์ คัดค้านการที่ กกต.จะพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ส.ส. มีแค่หมายเลขผู้สมัครและช่องกาบัตร และตัดชื่อและสัญลักษณ์พรรคการเมืองออกไป เลขาธิการ กกต.ชี้แจงว่า กกต.มีอำนาจสืบสวน และไต่สวนการกระทำที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และเตือนพรรคอย่าทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่พรรคการเมืองกล่าวหาว่าหัวหน้า คสช.แทรกแซงการจัดทำกฎกติกาการเลือกตั้ง แต่เคยออกคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องนี้มาหลายหน เช่น ขณะที่ กกต.เตรียมนำประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้ง ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา หัวหน้า คสช.ชิงตัดหน้าด้วยการออกคำสั่งให้ กกต.เปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้งได้ นำไปสู่เสียงโวยวายของพรรคการเมืองนอกจาก กกต.จะเตือนพรรค การเมือง ไม่ให้ทำผิดกฎหมาย และทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมแล้ว กกต.ควรเตือนตัวเองด้วย อย่าเปิดช่องให้อำนาจการเมือง เข้าแทรกแซงการทำหน้าที่ของกกต.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ฝ่ายที่จะถูกกล่าวหาทำผิดกฎหมาย ไม่ได้มีแต่พรรค แม้แต่ กกต.ก็อาจถูกกล่าวหาได้ หากไม่ยอมดำรงความเป็นอิสระและความกล้าหาญบัตรเลือกตั้งที่ไม่มีชื่อพรรคและสัญลักษณ์พรรค ที่โต้เถียงกันอยู่ขณะนี้ อย่ามองเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะอาจนำไปสู่การฟ้องเลือกตั้งเป็นโมฆะ ศาลรัฐธรรมนูญเคยตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพียงเพราะการจัดคูหาเลือกตั้งให้ผู้ใช้สิทธิหันหน้าหรือหันหลัง ให้ประชาชนที่อยู่นอกคูหา ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญสาเหตุที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ไม่เสรีและเป็นธรรม ที่สำคัญที่สุดอาจจะได้แก่การซื้อสิทธิขายเสียง หรือการจูงใจผู้เลือกตั้งด้วยอามิสสินจ้าง การใช้อิทธิพลข่มขู่ การใช้อำนาจรัฐ การใช้ทรัพยากรรัฐ เอื้อการเลือกตั้ง หรือใช้เจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ข้าราชการ เพื่อกระทำการใดๆ อันเป็นการเอื้อต่อการเลือกตั้ง ของผู้สมัครหรือพรรคใดๆตามประเพณีการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศไทยยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันตลอดมา รัฐธรรมนูญจะห้ามรัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในช่วงฤดูการเลือกตั้ง ไม่ให้อนุมัติโครงการใหม่ๆ แต่รัฐบาล คสช.อ้างว่าไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ จึงอนุมัติสารพัดโครงการลดแลกแจกแถม นำงบจากภาษีประชาชนแจกจ่ายคนกลุ่มต่างๆ ในช่วงเลือกตั้งอย่างมโหฬารน่าเห็นใจ กกต.ที่ทำอะไรไม่ได้ จึงได้แค่นั่งทำตาปริบๆ ในทุกครั้งที่ คสช.ออกคำสั่ง ขณะที่พรรคการเมืองและสื่อมวลชน ก็อาจแค่ร้องโวยวาย หลังจากไทยได้รับเกียรติเป็นแชมป์โลกด้านความเหลื่อมลํ้า อาจถูกซํ้าเติมด้วยความเหลื่อมลํ้าในด้านหาเสียงเลือกตั้ง จึงได้แต่ภาวนาอย่าให้เลือกตั้งครั้งนี้สกปรกสุด เหมือนการเลือกตั้ง 2500.