ชาวสวนยางภาคเหนือ ต้องการขายน้ำยางสด เพราะได้ราคาดีกว่ายางก้อนถ้วย แต่ด้วยพื้นที่อยู่บนภูเขา การขนส่งใช้เวลานาน เกษตรกรมักจะใช้แอมโมเนีย หรือโซเดียมซัลไฟต์ ผสมลงน้ำยางสด เพื่อยืดการแข็งตัวของน้ำยางสดจาก 6 ชั่วโมง เป็น 24 ชั่วโมง แต่มักจะมีปัญหาในเรื่องกลิ่น และคุณภาพน้ำยางลดลงเมื่อนำไปแปรรูปยางแผ่นดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้คิดค้นสารรักษาสภาพน้ำยางสดเพื่อการแปรรูปยางแผ่น “บีเทพ (BeThEPS)” สามารถยืดอายุน้ำยางสดไม่ให้แข็งตัวได้นานถึง 3 วัน เพื่อทางเลือกใหม่ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง และทำให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตยางแผ่นซึ่งมีคุณภาพดีเยี่ยม พร้อมทั้งอนุญาตให้เอกชนนำผลงานวิจัยชิ้นนี้ไปผลิตจำหน่ายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จากที่เคยใช้แอมโมเนีย 1 ลิตร ราคาร้อยกว่าบาท ผสมน้ำยางได้ 80 ลิตร ยืดการแข็งตัวได้เพียง 1 วัน ในขณะที่ “บีเทพ” 1 ลิตร ราคาเท่ากัน ผสมน้ำยางได้ 100 ลิตร และยืดการแข็งตัวได้นานถึง 3 วันโดยเป็นน้ำยางที่ผลิตสารเคมีที่ไม่มีกลิ่น ไม่ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจของเกษตรกร และเมื่อหกรดสัมผัสผิวหนังไม่ทำให้ผู้ใช้ได้รับบาดเจ็บ ต่างจากใช้แอมโมเนีย หรือโซเดียมซัลไฟต์ ที่ทำให้เกิดการแสบร้อนเป็นแผลผุพอง หรือไหม้ น.ส.ธนพร โตพัฒน์ หัวหน้ากลุ่มแปรรูปน้ำยางสด อ.เวียงสา จ.น่าน เผยถึงผลการนำ “บีเทพ” มาให้เกษตรกรชาวสวนยาง 200 ราย ในพื้นที่ปลูกยางประมาณ 3,700 ไร่ ของ อ.เวียงสา อ.ท่าวังผา อ.เชียงกลาง อ.แม่จริม และ อ.สันติสุข นานเป็นเวลา 1 ปี ปรากฏว่า ช่วยลดต้นทุนการขนส่งจากเดิมมากกว่าเท่าตัว จากเดิมต้องขนน้ำยางมาขายทุกวัน หมดค่าน้ำมันวันละ 300 บาท เดือนละ 9,000 บาท ลดการขนน้ำยางไปขายเหลือเดือนละ 10 วัน ค่าน้ำมันลดไปเดือนละ 6,000 บาท และยังช่วยลดค่าแรงงานในการขนน้ำยางไปขายอีกเดือนละ 6,000 บาท เช่นกันเฉลี่ยแล้วในฤดูกาลกรีดยาง 1 ปี การใช้สารบีเทพช่วยลดต้นทุน ทำให้มีรายได้เพิ่ม 216,000 บาทต่อครัวเรือน.