คนภาคใต้รู้จัก รังนกเสียก (บางคนเรียก เสียะ) นกกระจาบพันธุ์หนึ่งดี รังมันสอดประสานด้วยเส้นหญ้าเล็ก...เรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ซับซ้อนสวยงามกว่ารังนกกระจาบธรรมดานอกจากทำเป็นรังนอน ยังทำส่วนหนึ่งเป็นที่นั่งเล่นตากลม ชาวบ้านเรียกส่วนนั้นว่าเปล เปลนกเสียกผู้ใหญ่เล่าให้เด็กๆฟัง ถ้าใครดึงหญ้ารังนกเสียกออกทีละเส้น อย่าให้หญ้าขาด จนถึงเส้นสุดท้าย จะเจอเข็มทองคำหล่นลงมาให้เป็นรางวัลอาจารย์สุทธิวงศ์ พงษ์ไพบูลย์ บันทึกเรื่องนี้ไว้ ในสารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ.2529 เล่มที่ 9 ว่า นอกจากเรื่องเข็มทองยั่วใจเด็กแล้ว ยังมีเรื่องเล่าที่เป็นที่มาของรังนกเสียกให้ฟังต่อเมื่อครั้งพระนารายณ์อวตารลงมาปราบยักษ์ มีกษัตริย์พระนาม พระโคดม พระองค์ไม่มีโอรส เกิดเบื่อหน่ายในราชสมบัติ จึงออกบวชเป็นฤาษี บำเพ็ญพรตในป่าเวลาล่วงมาสองพันปี ฤาษีโคดมมีตบะแก่กล้า หลับตารู้แจ้งแทงตลอดทุกเรื่อง ความที่นั่งบำเพ็ญตบะนาน จนหนวดเครายาวย้อยลงมา นกเสียกผัวเมียเข้าไปทำรังฟักไข่ออกลูกหลายตัว ฤาษีโคดมก็ยังนั่งสงบนิ่งได้วันหนึ่งนกเสียกตัวผู้ ออกจากรังไปหาอาหาร มันบินลงสระบัว ตั้งใจเก็บเกสรบัวจนเพลิน ได้เวลาสายัณห์ ดอกบัวก็หุบกลีบ นกเสียกติดอยู่ตลอดคืน รุ่งเช้า บัวสยายกลีบบาน นกเสียกจึงบินกลับรังแม่นกโกรธมาก มันเข้าใจว่าพ่อนกไปมีเมียใหม่ พ่อนกพูดเท่าไหร่แม่นกไม่เชื่อ สุดท้ายมันจึงหลุดปากสาบาน “ขอให้บาปของพระฤาษีมาอยู่ที่ข้า”พระฤาษีฟังแล้วก็ตบะแตก ถืออุเบกขาต่อไปไม่ไหว ถามพ่อนกว่า “ข้าบำเพ็ญเพียรมาถึงสองพันปี จะมีบาปอะไรติดตัวอีกเล่า” “ท่านเกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งที ไม่มีบุตร ถือว่าเป็นบาปหนัก”ฟังพ่อนกแล้ว ฤาษีรับว่ามีเหตุผล จึงตัดสินใจเลิกนั่งหลับตาโกนหนวดเคราไปแขวนกิ่งไม้ไว้ นกเสียกจึงได้ย้ายทำเลไปอยู่บนต้นไม้ต่อมาเมื่อนกเสียกขยายครอบครัว ก็ทำรังใหม่ โดยเลียนแบบจากหนวดเคราฤาษี ทั้งยังมีอารมณ์สุนทรีย์ สานหญ้าเป็นเปลนก หรือที่นั่งเล่น เพื่อให้ลูกๆได้นั่งตากลมด้วยส่วนพระฤาษี ก็เริ่มพิธีกองกูณฑ์ ชุบนาง “กาลอัจนา” ขึ้นมาเป็นเมียอ่านตำนานรังนกเสียก ถึงตอนนี้ ผมก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นตอนหนึ่งจากรามเกียรติ์ฤาษีมีลูกสาวชื่อนางสวาหะ (แม่หนุมาน) ล้างบาปหนักได้แล้ว ก็มีสองลูกชายเป็นวานรกายสีเขียวสีแดง (พระอินทร์ พระอาทิตย์) ทนความสวยนางกาลอัจนาไม่ไหว แอบมาตีท้ายครัวผมสนุกกับตำนานรังนกเสียก ตอนที่บาปหนักของพระฤาษีโคดม เพราะไม่มีลูก ต้องหาวิธีมีเมียมีลูกไม่กล้าหลุดปากนินทา ที่แท้ก็เป็นข้ออ้างของพระฤาษีอยากมีเมียคนละเรื่องเดียวกัน กับพระในพุทธศาสนานิกายวัชรยานแถวเนปาล...เมื่ออยากหมดกิเลสหมดตัณหา จะไปมัวอดมัวทนอยู่ทำไม...อยากเหล้า (เมรัย) ก็ดื่ม อยากกินปลา ก็กิน (มัจฉา) อยากผู้หญิงก็เอา (เมถุน)นี่ก็เป็นวิธีบรรลุนิพพาน ที่พระนิกายวัชรยานท่านบำเพ็ญโลกเราเป็นเช่นนี้ หากเกลียดกันก็หาเรื่องผิดป้ายขนาดฤาษีนั่งหลับตาภาวนาสองพันปียังมีบาปหนา แล้วคนธรรมดา ระดับหัวหน้าพรรคการเมือง เมื่อใครอยากจะยัดเยียดเรื่องผิดๆให้ก็เป็นเรื่องไม่ยาก ไม่แปลกมีเมียไม่อยู่กับเมีย อายุครบเกณฑ์ไม่เป็นทหาร ทางการเมืองเขาหาเรื่องกันได้ เขาว่าบางเรื่องที่ถูกตั้งวงนินทาขึ้นพาดหัวหนังสือพิมพ์ เจ้าตัวฟังแล้วยังงงว่า ตัวข้าเองก็เพิ่งได้ยิน.กิเลน ประลองเชิง