การันตีด้วยการนำมารีเมกเป็นครั้งที่ 4 แล้ว สำหรับละครเรื่อง “สายโลหิต” สำหรับเวอร์ชัน ล่าสุดนี้เป็นฝีมือของค่าย ดาราวิดีโอ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยสร้างครั้งนึงเมื่อปี 38 กำกับการแสดงโดย สยาม สังวริบุตร นำแสดงโดยพระเอกคู่ขวัญ หนุ่ม-ศรราม และ กบ–สุวนันท์ ผ่านมา 23 ปีดาราวิดีโอนำมาสร้างใหม่ มอบบท “ขุนไกร” ให้ พอร์ช-ศรัณย์ ศิริลักษณ์ และบท “ดาวเรือง” แสดงโดย นาว–ทิสานาฏ และละครฟอร์มยักษ์ที่แฟนละครตั้งความหวังไว้สูงมาก เพราะเห็นชื่อผู้เขียนบทนาม “ศัลยา” ซึ่งถนัดแนวย้อนยุค-อิงประวัติศาสตร์ มีภาษาสละสลวย ชื่อนี้การันตีเพราะได้รับรางวัลมากมาย ละครหลายเรื่องที่ผ่านมือต่างก็ประสบความสำเร็จ อาทิ “สายโลหิต” ในเวอร์ชันปี 38 และที่ผ่านไปหมาดๆก็คือเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2301 เป็นยุคที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีที่รุ่งเรืองถึงขีดสุด หมื่นทิพเทศา (อ๊อฟ–ชนะพล) เป็นลูกชายคนเดียวของ พระยาวิชิตปรีชา (จอน–ขจรศักดิ์) จึงถูกตามใจจนเสียคน หมื่นทิพ เจ้าชู้ตัวพ่อเปรียบเหมือน “คาสโนวากรุงศรี” ทีเดียวล่ะ เกี้ยวพาราสีไปทั่วและหนึ่งในนั้นก็คือ แม่หญิงเยื้อน (แนท–ณัฐชา) น้องสาวของ ขุนไกร (พอร์ช–ศรัณย์) ทำให้ ขุนไกร กับ หมื่นทิพ เป็นไม้เบื่อไม้เมากันเรื่อยมา ส่วน ดาวเรือง (นาว–ทิสานาฏ) นั้น ได้เรียนหนังสือมาแต่เด็กจึงมีความคิดอ่านเหนือผู้หญิงทั่วไป ขณะที่การบ้านการเรือนก็ไม่บกพร่องติดตามอ่านนิยายเรื่อง “สายโลหิต” ได้ที่นี่ครั้งหนึ่ง ดาวเรือง หนีพี่เลี้ยง นางเยื้อน (ทราย เจริญปุระ) ไปเที่ยวตลาดตามประสาเด็ก แต่กลับถูก หมื่นทิพ ข่มขู่ให้เป็นแม่สื่อนำจดหมายรักไปมอบให้ แม่หญิงเยื้อน ไม่อย่างนั้นจะนำเรื่อง หนีเที่ยวไปฟ้องย่า ทำให้ ดาวเรือง ต้องจำใจยอมทำตาม แต่ก็โดน ขุนไกร จับได้และโดนซักไซ้ไล่ความจน ดาวเรือง สารภาพทั้งน้ำตา ขุนไกร โกรธตามไปเอาเรื่องกับ หมื่นทิพ และลั่นปากว่าถ้ายังตามเกี้ยว แม่หญิงเยื้อน อีกล่ะก็ได้ศพไม่สวยแน่ หมื่นทิพ กลัวก็กลัว แค้นก็แค้น ส่วน ดาวเรือง นี่กลับถึงบ้านก็โดน ย่านิ่ม (ดวงดาว จารุจินดา) เล่นงานหนักทีเดียว และสั่งห้ามไม่ให้ออกไปเที่ยวอีก เล่นเอาสาวน้อยร้องไห้เป็นเผาเต่า ขุนไกร สงสารเลยอาสาพา ดาวเรือง ไปเที่ยว นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นความผูกพันระหว่าง ขุนไกร กับ ดาวเรือง เวลาผ่านไป ดาวเรือง โตขึ้นเป็นสาวสวย หมื่นทิพ มีหรือจะพลาดจีบน่ะ เพราะ แม่หญิงเยื้อน ก็ป่วยโทรมทำให้หมดไฟรักไปแล้ว แม่หญิงเยื้อน เลยตรอมใจตายไป ขุนไกร ก็ออกรบไปซะนานกลับบ้านอีกทีเจอ ดาวเรือง จำไม่ได้ ก็ แหมตอนที่เจอกันล่าสุดยังตัวกะเปี๊ยกอยู่เลยนี่นา ความหลังของทั้งสองได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นกลายเป็นซาบซึ้งและพัฒนาเป็นความรัก ขุนไกร ให้แหวนแทนใจกับ ดาวเรือง ไว้ก่อนจะออกรบอีกครั้งและยังบอกอีกว่ากลับมาคราวนี้จะขอ รับราชการในพระนคร เพราะกลัว หมื่นทิพ มาวอแว ดาวเรือง หมื่นทิพ ฮัดเช้ยสามคราหลังโดนนินทาลับหลัง เหมือนกับ ขุนไกร มีญาณวิเศษ เพราะพอ ขุนไกร ลับหลังเท่านั้นแหละก็เปิดตำราเกี้ยว ดาวเรือง ทันที ทำให้ ดาวเรือง ทั้งกลัวทั้งเกลียด พอ ขุนไกร กลับพระนครก็รีบสู่ขอและตบแต่งกับ ดาวเรือง ทันที แต่ยังไม่ทันได้เข้าหอกันเลย ขุนไกร ก็โดนหมายเรียกให้ไปออกรบอันเป็นแผนชั่วของ หมื่นทิพ นั่นเอง ด้าน ย่านิ่ม มีความรู้ด้านโหราศาสตร์เห็น ดวงเมืองถึงความพินาศเป็นแม่นมั่น ก่อนจะสิ้นลมจึงบอก ดาวเรือง ว่า ขุนไกร จะมีเคราะห์หนัก!... เอาล่ะซี้ ขุนไกร ออกไปรบซะด้วย งานนี้จะเอาชีวิตรอดกลับมาได้มั้ย และเรายังได้ย้อนเวลากลับไปดู ณ เวลาที่กรุงศรีอยุธยาแตก บ้านเมือง ผู้คน จะเป็นอย่างไร มีให้เห็นในละครแน่นอน ละครเรื่อง “สายโลหิต” เวอร์ชันนี้กล่าวได้ว่าถ่ายทำนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะใช้เวลาถึงเกือบ 2 ปีทีเดียว บิ๊กหลุยส์ ในเวอร์ชันที่แล้วเป็นผู้กำกับ แต่ใน พ.ศ.นี้สละเก้าอี้ให้แก่ ติ๋ม-เพ็ญลักษณ์ อุดมศิลป์ ส่วนตัวเองมานั่งเป็นโปรดิวเซอร์ควบคุมการผลิตแทน เพื่อให้ “สายโลหิต” ถูกเล่าเรื่องแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำกับที่ตัวเองเคยทำไว้ ซึ่ง บิ๊กหลุยส์ ก็เคยกล่าวไว้ว่าทุ่มทุนอลังการงานสร้างแน่นอน อย่างเวอร์ชันปี 38 มีแค่ทัพม้า แต่คราวนี้จะยิ่งใหญ่กว่าโดยจะได้เห็นทัพช้างตัวจริงเสียงจริงเลย กะไว้คร่าวๆว่างบประมาณไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทแน่นอน และสิ่งที่ บิ๊กหลุยส์ คาดหวังจากละครเรื่องนี้ก็คือ “การเสียกรุงในครั้งนั้นคนไทยแตกความสามัคคี แบ่งฝักแบ่งฝ่าย มันคล้ายกับบรรยากาศเมืองไทยช่วงนี้เลยนะ ถ้าละครเรื่องนี้จะช่วยปลุกจิตสำนึกและทำให้คนไทยหันมารักกันได้ ผมว่าก็น่าจะเป็นเรื่องดีนะ”“สายโลหิต” เวอร์ชันนี้เหมือนไม่ใช่เป็นเพียงแค่ละคร แต่มันเป็นความหวังในหลายๆอย่าง แฟนละครคาดหวังความสุข ส่วนช่อง 7 ก็คาดหวังว่าจะช่วยกระชากเรตติ้ง หรือแม้แต่ผู้จัดอย่างค่ายดาราวิดีโอก็ยังหวังลึกๆด้วยว่างานละครเรื่องนี้จะสร้างความสมานฉันท์...จะเป็นไปได้แค่ไหนอีกไม่นานก็ได้รู้กัน ตามชมได้ทุกคืนวันศุกร์–อาทิตย์ ทางช่อง 7.