ตำรวจฉะเชิงเทราร่วมกับนครบาล บุกตะครุบครอบครัวโจร 3 พ่อลูกและเมียใหม่ตั้งแก๊งโจรกรรมรถกระบะรายใหญ่ระดับประเทศ เน้นเฉพาะอีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ อ้างขโมยง่ายขายคล่อง ก่อนตระเวนลักในท้องที่ สน.ท่าข้าม 3 ราย และ จ.สมุทรปราการ อีก 1 ราย เจ้าของติดจีพีเอสแจ้งตำรวจตามลากคอถึงแหล่งชำแหละ ตะลึงพบรถของกลาง 4 คันและชิ้นส่วนอะไหล่เพียบ สารภาพออกล่าเหยื่อไม่ต่ำกว่า 30 คัน มีพ่อเป็นหัวโจก ลูกชาย 2 คนเป็นลูกมือ ก่อนนำไปแยกชิ้นส่วนส่งให้เซียงกง ส่วนที่ใช้ไม่ได้เอาไปขายร้านรับซื้อของเก่า รวบครอบครัวโจรตระเวนลักรถกระบะอีซูซุรายใหญ่ระดับประเทศ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.ค. พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.ประเสริฐ โตศักดิ์สิทธิ์ ผกก.สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมกับตำรวจนครบาล (บช.น.) นำโดย พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผกก.สส.บก.น.4 และ พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว ผกก.สส.บก.น.6 นำกำลังกว่า 80 นาย เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 132 หมู่ 7 ริมถนนสิริโสธร ฝั่งขาเข้า จ.ฉะเชิงเทรา ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง หลังสืบทราบเป็นแหล่งชำแหละรถกระบะรายใหญ่ ก่อนคุมตัวคนในบ้านได้ 4 คน มีนายถิรภัทร หรือจ่าง ถิรธนพาณิชย์ อายุ 58 ปี นายจิรยุทธ หรือเต้ ถิรธนพาณิชย์ อายุ 28 ปี นายสงกรานต์ หรือกร ถิรธนพาณิชย์ อายุ 26 ปี ทั้งสองเป็นลูกชายนายถิรภัทร อีกคนเป็นหญิงสาวอายุ 30 ปี ภรรยานายถิรภัทร ตรวจค้นพบอะไหล่รถกระบะอีซูซุจำนวนมาก และรถกระบะยี่ห้ออีซูซุที่ถูกโจรกรรมมาอีก 4 คันประกอบด้วย 1.รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 2 ฒฆ 4243 กรุงเทพมหานคร แจ้งหาย ที่ สน.ท่าข้าม วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา จากหมู่บ้านดีเค แขวง-เขตบางบอน กทม. 2.รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียน ฒฌ 958 กรุงเทพมหานคร แจ้งหาย สน.ท่าข้าม กลางเดือน พ.ค.61 จากหมู่บ้าน ดีเค 3.รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียน 2 ฒญ 3433 กรุงเทพมหานคร แจ้งหาย สน.ท่าข้าม วันที่ 11 ก.ค. จากหมู่บ้านดีเค และ 4.รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียน 2 ฒฐ 3928 กรุงเทพมหานคร แจ้งหาย สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ วันที่ 13 ก.ค. จากหน้าปั๊มน้ำมันซัสโก้ ริมถนนสุขสวัสดิ์ ฝั่งขาเข้า นอกจากนี้มีรถเก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีขาว ทะเบียน กฉ 4125 ราชบุรีต่อมา พล.ต.อ.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนนายถิรภัทรหัวหน้าแก๊ง โดย พล.ต.อ.วิทยาเปิดเผยว่า นายถิรภัทรเคยถูกจับในข้อหาลักทรัพย์เกี่ยวกับโจรกรรมรถมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกได้รับการอภัยโทษและออกมาก่อเหตุซ้ำแล้วถูกจับได้อีกครั้ง ก่อนหลบหนีการประกันตัวเมื่อปี 60 และตั้งแก๊งโจรกรรมรถเน้นที่รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ มีลูกชาย 2 คนเป็นลูกต่างมารดา และภรรยาคนใหม่ร่วมด้วย เรียกว่าทำกันเป็นครอบครัว และถือเป็นแก๊งลักรถกระบะรายใหญ่อันดับต้นๆของประเทศ มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน นายถิรภัทรทำหน้าที่เป็นคนวางแผนชี้เป้าแล้วให้นายจิรยุทธ เป็นคนลงมือโจรกรรม ส่วนนายสงกรานต์ลูกชายอีกคนคอยดูต้นทางและเป็นคนขับรถของกลางหลบหนี ระหว่างทางนายถิรภัทรกับนายสงกรานต์จะขับรถเก๋งนำหน้า ถ้าเจอด่านก็จะโทรศัพท์แจ้งให้นายสงกรานต์จอดรถห่างจากด่านประมาณ 1-2 กม. เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม พล.ต.อ.วิทยากล่าวอีกว่า รถกระบะที่โจรกรรมจะรีบนำมาชำแหละเครื่องยนต์และอะไหล่บางส่วนส่งขายร้านเชียงกงย่านบางนา รถคันหนึ่งถอดอะไหล่ขายได้ประมาณ 1 แสนบาท ส่วนไหนขายไม่ได้จะเก็บไว้ที่บ้านที่เพิ่งมาเช่าได้สามเดือน ก่อนนำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า ที่ผ่านมาร่วมกันตระเวนโจรกรรมรถมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 คัน เน้นเฉพาะรถกระบะอีซูซุ อย่างเดียว เพราะขโมยง่าย ขายต่อเร็ว อีกทั้งส่วนใหญ่จะเลือกรถที่ไม่ค่อยมีระบบกันขโมยแน่นหนา เบื้องต้นจะนำผู้ต้องหา 3 พ่อลูกดำเนินคดีที่ สภ.บางปะกง ในข้อหาลักทรัพย์และรับของโจรไว้ก่อน ส่วนภรรยานายถิรภัทรยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม สำหรับรถของกลางที่ยังไม่ได้ชำแหละจะนำกลับไปยังท้องที่เกิดเหตุ ระหว่างตำรวจยึดรถของกลางได้มีนายสมพัน อยู่นาค อายุ 53 ปี เจ้าของรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน 2ฒฐ 3928 กรุงเทพมหานคร เดินทางมาดูรถ เมื่อเห็นรถของตัวเองถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจ จากนั้นเปิดเผยว่า ดีใจที่ได้รถกลับคืน แม้จะถูกเปลี่ยนอะไหล่บางส่วนไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพเดิม โดยวันเกิดเหตุนำรถไปจอดไว้หน้าปั๊มนํ้ามันแล้วไปนอนเฝ้าไซต์งานก่อสร้างบริเวณดังกล่าว ก่อนถูกคนร้ายขโมยไปและเข้าแจ้งความ สภ.พระประแดง เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา โชคดีรถติดตั้งระบบจีพีเอส ทำให้ตำรวจติดตามกลับมาได้ ตอนที่รถหายไม่คิดว่าจะได้คืน รู้สึกดีใจมาก เพราะเพิ่งส่งค่างวดได้เพียง 34 งวด ยังเหลืออีก 38 งวด