อออกตัวก่อนว่าบทความนี้ไม่ได้สนับสนุนหรือต่อต้านการกินเหล้าหรอกนะครับ แค่มีเรื่องที่ต้องเอ่ยอ้างถึง “เหล้า” มา “เล่า” ในคอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลเท่านั้นเอง การดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มมึนเมานี้มันมีมานานนับพันปีแล้วล่ะครับ เหล้าในหลายๆ วัฒนธรรมของโลกเป็นของสำคัญ มีการใช้ในพิธีกรรมจนถึงขั้นยกให้เป็นเทพเจ้ากันเลยทีเดียว เหล้าจึงเป็นของที่เคียงคู่มากับวัฒนธรรมมนุษย์ตั้งแต่โบราณ ยากที่จะให้มนุษย์เลิกกินเหล้าได้ แต่ก็ใช่ว่าเหล้าจะเป็นของดีเลิศเสียทีเดียว เพราะแม้แต่เทพเจ้าเอง หากดื่มมากเกินไปก็มีสิทธิ์จะก่อเรื่องได้ตั้งแต่ระดับเบาๆ จนถึงขั้นอาละวาดหรือเสียทรัพย์สินกันได้เลยทีเดียว วันนี้เรามาดูกันว่า เมื่อเทพเจ้าฮินดู “เมา” แล้วจะเป็นอย่างไรเครื่องดื่มมึนเมาในวัฒนธรรมอินเดียที่ผมจะนำมาเล่าในวันนี้มี 2 ชนิดด้วยกัน คือ โสมะ และสุรา โสมะเป็นเครื่องดื่มที่ปรากฏมาแล้วตั้งแต่ใน คัมภีร์ฤคเวท ระบุไว้ว่าเป็นเครื่องดื่มอันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าทวยเทพ ทั้งยังบรรยายสรรพคุณไว้ให้เรียบร้อยเลยว่า“ทุกความเปล่าเปลือยท่านได้ห่มคลุมไว้ ทุกความป่วยไข้ท่านทรงรักษา ให้คนตาบอดได้มองเห็น ให้คนพิการได้เดิน” (ฤคเวท 8.68.2) โสมเทพ หรือพระจันทร์.“สำหรับ พระปาวมาน พระองค์ผู้รุ่งโรจน์ ทรงได้เรียกมาแล้วซึ่งลูกหลานทั้งหมดของทวยเทพ เพื่อทำให้เป็นอมร” (ฤคเวท 9.108.3)“เราได้ดื่มน้ำโสมและเราได้เป็นอมตะ เราค้นพบแล้วซึ่งแสงสว่าง พระเจ้าทรงค้นพบ (เรา) แล้ว บัดนี้ อะไรเล่าที่ศัตรูจะทำร้ายเราได้อีก? อะไรอีกเล่า? โอ้ อมร จากมรรตัยชนผู้ฉ้อฉลนั้นหรือ?” (ฤคเวท 8.48.3)จะเห็นว่าในฤคเวทบรรยายสรรพคุณอันวิเศษของโสมะไว้อย่างวิจิตรพิสดารเลยทีเดียว ทั้งรักษาโรคต่างๆ คนตาบอดก็กลับมามองเห็น คนพิการก็กลับมาเดินได้ ทั้งเทพและมนุษย์ต่างก็เป็นอมตะเมื่อได้ดื่มน้ำโสม แต่ใช่ว่าของดีแล้วจะดื่มเยอะได้นะครับ เพราะเรามีตัวอย่างของเทพที่ดื่มมากเกินไปจนสร้างความวุ่นวายไปทั่ว เทพองค์นี้มีฉายาว่า โสมปา แปลว่า นักดื่มน้ำโสม หรืออีกนามว่า รชีษี อันแปลว่า ผู้เมาน้ำโสม เทพองค์นั้นก็คือ พระอินทร์ นั่นเองเรามาลองดูวีรกรรมขณะเมาของท้าวเธอกันดีกว่าครับเมาแล้วขี้โม้พระอินทร์เป็นเทพองค์หนึ่งที่ชอบโอ้อวดอิทธิฤทธิ์ของตนอยู่เสมอ และแน่นอนว่า เมื่อเมาแล้วก็มีการอวดอ้างสรรพคุณของตนเช่นกัน ทั้งนี้ก็ไม่ใช่อะไร เพราะในฤคเวทเองก็กล่าวว่า โสมะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดเสียงพูด ก็คงจะเข้าทำนองเมาแล้วช่างจ้อนั่นเอง“สวรรค์และแผ่นดินนั้น ยังใหญ่โตได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของตัวข้าเลย ข้าดื่มอยู่หรือนี่รัศมีอันรุ่งโรจน์ของข้าเหนือล้ำกว่าฟ้าสวรรค์และแผ่นดินอันกว้างใหญ่ทั้งปวง ข้าดื่มอยู่หรือนี่ฮะฮ่า แผ่นดินอันกว้างใหญ่นี้ ข้าจะยกมันไปวางตรงนั้นหรือตรงนี้ก็ได้ ข้าดื่มน้ำโสมอยู่หรือนี่ พระอินทร์.เพียงแค่ชั่วขณะเดียว ข้าจะประหารแผ่นดินด้วยความพิโรธ ณ ที่นั่นหรือที่นี่ก็ได้ ข้าดื่มน้ำโสมอยู่หรือนี่ปรัศว์ของข้าข้างหนึ่งอยู่บนท้องฟ้า ข้าปล่อยชายผ้าที่เหลือให้ตกลงมาด้านล่าง ข้าดื่มน้ำโสมอยู่หรือนี่” (ฤคเวท 10.119.7-11)เมาแล้วอาละวาดท้าวเธอเคยเมาแล้วไปอาละวาดใส่อุษาเทวีมาแล้ว ถึงขั้นพังรถพังรากันเลยทีเดียว“ด้วยพลานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ได้กระทำให้สายน้ำนั้นไหลไป ด้วยวัชระของพระองค์ได้ทำลายแล้วซึ่งรถทรงของอุษาเทวี เธอวิ่งไปอย่างเชื่องช้าพร้อมด้วยผู้ไล่ล่าอันว่องไว สิ่งนี้เกิดจากการกระตุ้นของน้ำโสมที่พระอินทร์เสวย” (ฤคเวท 2.15.6)แต่ก็ไม่ได้มีแต่ด้านร้ายเสียทีเดียว การเมาน้ำโสมของพระอินทร์ก็ทำให้พระองค์เกิดความฮึกเหิมกล้าหาญในการจะออกไปพิชิตอสูรทั้งหลายด้วยเช่นกัน“ด้วยเครื่องดื่มอันหอมหวานนี้ได้มอบอิทธิฤทธิ์อันน่ายินดีมาให้ มันสร้างความกล้าหาญให้กับพระอินทร์ เมื่อพระองค์ทรงสังหารวฤตระ เมื่อพระองค์ทรงพิชิตการรุกรานของสัมพระ และทรงทำลายป้อมปราการทั้ง 99 หลังลง”เมาแล้วไปแย่งเหล้าเพื่อนในฤคเวทได้บรรยายเหตุการณ์ช่วงที่พระอินทร์ประสูติ ทรงเข้าไปทำร้ายพระตวัษฎาแล้วแย่งน้ำโสมมาดื่มกิน ภาพสลักเรื่องกุลวกชาดกบนใบเสมาสมัยทวารวดี พบที่เมืองฟ้าแดดสงยาง กาฬสินธุ์.“วันนั้นที่พระองค์ทรงประสูติ พระองค์ได้ลิ้มรสมัน ทรงดื่มแล้วซึ่งน้ำจากโสมะ ที่งอกงามอยู่บนภูเขา นั่นคือน้ำนมแรกแห่งพระมารดา ผู้ริน (น้ำโสม) ให้กับพระองค์ในที่พำนักของพระบิดาอันทรงฤทธิ์ด้วยความปรารถนาในอาหารพระองค์จึงมาสู่พระมารดา และบนพระถันนั้นก็ได้เห็นโสมะ ด้วยปรีชาญาณ พระองค์ได้ก้าวต่อไป ทรงปกป้องผู้คนโดยลำพัง และกระทำประโยชน์ในด้านต่างๆด้วยความดุร้าย พระองค์ทรงเอาชนะได้อย่างว่องไวด้วยกำลังอันเหนือกว่า ในยามที่พระองค์ถือกำเนิด พระองค์ทรงพิชิตตวัษฎาได้ ทรงยึดเอาน้ำโสมของเขามาดื่ม” (ฤคเวท 3.48.2-4)เมาแล้วโดนเพื่อนลักทรัพย์พักจากเรื่องการดื่มน้ำโสมมาเป็นเครื่องดื่มอีกประเภทที่สร้างความมึนเมาได้เหมือนกัน นั่นคือ สุรา ตำนานหนึ่งในสมัยพระเวทว่าพระอินทร์ทรงได้ดื่มสุราจนเมาสลบไปและถูกเพื่อนของพระองค์ขโมยพลัง จนทำให้วุ่นวายกันทั้งสวรรค์ เรื่องราวอยู่ในคัมภีร์ศตปถพราหมณะ เล่าไว้ดังนี้ รูปสลักพระอินทร์ในวัดฮินดู.“ในเวลานี้ พระอินทร์ได้ทรงข้องเกี่ยวกับนมุจิ และ นมุจิคิดว่ามันจะขโมยพลัง อำนาจ น้ำโสมและอาหารไปจากพระอินทร์ ด้วยฤทธิ์ของสุรา มันจึงขโมยพลังทั้งหมดไปได้ พระอินทร์นอนสลบอยู่ตรงนั้น เหล่าทวยเทพจึงเข้ามาล้อมไว้แล้วกล่าวว่า ในความเป็นจริงแล้ว พระองค์ทรงเป็นเลิศที่สุดในหมู่เรา ความชั่วร้ายได้เกิดกับพระองค์แล้ว เราต้องช่วยรักษาพระองค์” (ศตปถพราหมณะ 12.7.1.10)ต่อจากนั้นทวยเทพจึงพากันไปหาพระอัศวินและพระสรัสวตีเพื่อขอร้องให้ทั้งคู่ช่วยพระอินทร์ให้ฟื้นขึ้นมา แล้วพระอินทร์จึงไปตามชำระแค้นกับนมุจิเพื่อนำของที่มันขโมยไปคืนมาเมาจนเสียการเสียงานนอกจากในสมัยพระเวทแล้ว พระอินทร์คนหนึ่งในตำนานพุทธศาสนาก็เคยเมาสุราจนเสียการเสียงาน เสียตำแหน่งมาแล้ว ดังเช่นในอรรถกถากุลวกชาดกเล่าถึงพระโพธิสัตว์ ชื่อ มฆมาณพ เมื่อสิ้นชีพแล้วจึงไปบังเกิดเป็นท้าวสักกะ ในเทวโลก แต่ไปเจอกับแก๊งพระอินทร์องค์เก่าจึงทำการมอมเหล้าพวกนั้นแล้วโยนพวกเขาลงจากสวรรค์ไปอยู่ภพอสูร“ชื่อว่า ภพอสูรมีขนาดเท่าดาวดึงส์เทวโลกอยู่ ณ พื้นภายใต้เขาสิเนรุ ในภพอสูรนั้นได้มีต้นไม้ตั้งอยู่ชั่วกัป ชื่อว่าต้นจิตตปาตลิ (แคฝอย) เหมือนต้นปาริฉัตตกะของเหล่าเทพ เมื่อต้นจิตตปาตลิบาน พวกอสูรเหล่านั้นก็รู้ว่า นี่ไม่ใช่เทวโลกของพวกเรา เพราะว่า ในเทวโลก ต้นปาริฉัตตกะย่อมบาน ตามความเชื่อฮินดู โสมะและสุราเกิดจากการกวนเกษียรสมุทร.ลำดับนั้น พวกอสูรเหล่านั้นจึงกล่าวว่า ท้าวสักกะแก่ทำพวกเราให้เมา แล้วโยนลงหลังมหา-สมุทร ยึดเทพนครของพวกเรา เราทั้งหลายนั้นจักรบกับท้าวสักกะแก่นั้น แล้วยึดเอาเทพนครของพวกเราเท่านั้นคืนมา จึงลุกขึ้นเที่ยวสัญจรไปตามเขาสิเนรุ เหมือนมดแดงไต่เสา ฉะนั้น” (อรรถกถา เอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค กุลาวกชาดก)จากเรื่องราวทั้งหมดก็พอจะทำให้เห็นแล้วถึงฤทธิ์ของเหล้าหรือเครื่องดื่มมึนเมา ที่แม้แต่เทพเจ้ายังเอาไม่อยู่ สุดท้ายแล้วไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือมีประโยชน์แค่ไหน หากมันมากเกินไปก็ทำให้เกิดผลเสียได้ ไม่ใช่เพียงแค่เหล้าแต่หมายถึงทุกอย่าง หากเรามีวินัยในการทำสิ่งต่างๆอย่างเหมาะสมจะดีที่สุดครับ.โดย :กฤษณ์ บุญช่วยทีมงานนิตยสารต่าย'ตูน