เผย 26 เมนูลดหวานมันเค็ม วิจัยเด็กนครนายกไขมันหด กล้ามเนื้อเพิ่มศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) แถลงข่าวโครงการอาหารกลางวันเพื่อสุขภาพของเด็กวัยเรียนว่า วช.ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ศึกษาและพัฒนาตำรับอาหารไทยมื้อกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมต่อการสร้างเสริมสุขภาพและตรงกับความ ต้องการของเด็กวัยเรียน เพื่อนำไปใช้ในโรงเรียนทั่วประเทศ มี ดร.ทวีศักดิ์ เตชะเกรียงไกร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และคณะ ได้ทดลองทำการศึกษาและวิจัยอาหารกลางวันจาก 131 โรงเรียนใน จ.นครนายก ระดับชั้นประถมศึกษา 4-6 จำนวน 7,459 คน โดยนำตำรับอาหารกลางวัน 26 รายการ ซึ่งมีวัตถุดิบท้องถิ่นเป็นหลัก ปรุงโดยลดความหวาน ความมัน และเค็มที่ลดลง เพิ่มส่วนของผัก เนื้อสัตว์มากขึ้น ปรุงเป็นอาหารกลางวันหลากหลายชนิดที่รสชาติถูกปาก อร่อย เช่น อาหารปรุงปกติ อาทิ ผัดกะเพราหมูถั่วฝักยาว ผัดพริกแกงไก่ กะหล่ำปลีใส่หมูใส่ไข่ ต้มจืดวุ้นเส้นหมูสับ เป็นต้น ซึ่งจากการวิจัยสุขภาพของเด็กระยะ 3 เดือน ปริมาณไขมันในร่างกายนักเรียนลดลง แต่ปริมาณกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้น น้ำหนัก ส่วนสูงเพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสมเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าเมื่อเด็กได้รับอาหารที่ดีมีประโยชน์จะช่วยพัฒนาการทั้งร่างกาย จิตใจและสมองในการเรียนรู้สมวัยได้อีกด้วย ทั้งนี้ แต่ละเมนูยังอยู่ในเกณฑ์งบประมาณภาครัฐที่จำกัดเพียงมื้อละ 20 บาทต่อคนต่อวัน พบว่ามีความเหมาะสมเพียงพอ สามารถจัดเตรียมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมให้กับเด็กวัยเรียนได้เป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละโรงเรียนสามารถปรับสูตรหมุนเวียนให้นักเรียนทานได้อย่างเหมาะสมและเพียงพอ โดยเรียนรู้สูตรอาหารตำรับนี้ได้ผ่านเว็บไซต์ www.nrct.go.th/nrctschoollunch เลขาธิการ วช.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้นักวิจัยยังได้พัฒนาซอสปรุงรสเข้มข้น 4 ชนิด สำหรับแต่ละโรงเรียนใช้ปรุงอาหาร คือ ซอสเข้มข้นสำหรับผัด สำหรับแกงแดง สำหรับแกงเขียวหวาน และสำหรับน้ำแกง ซึ่งแต่ละสูตรได้ลดปริมาณเกลือโซเดียม น้ำตาล และไขมันลง เป็นผลดีด้านสุขภาพระยะยาว อาหารได้คุณภาพมาตรฐาน ที่พ่อครัวแม่ครัวทุกคนสามารถนำไปใช้ในปริมาณที่ถูกต้อง ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปากคนไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สำคัญต่อยอดอาหารไทยสู่ครัวโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ.