วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปคุยเรื่อง “คนจนในอเมริกา” กันสักวันนะครับ คุณฟิลิป อัลสตัน เจ้าหน้าที่สหประชาชาติ กำลังทำรายงานความยากจนสุดโต่งในสหรัฐฯ เพื่อเสนอต่อ องค์การสหประชาชาติ โดยระบุว่า คนยากจนในสหรัฐฯยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความยากจนมากขึ้นและขยายวงกว้างขึ้น อันเป็นผลสืบเนื่องมาจาก การยกเลิกสวัสดิการในการเข้าถึงระบบประกันสุขภาพ และ การปฏิรูปภาษีที่ให้ผลประโยชน์กับคนรวยและบริษัทขนาดใหญ่มากขึ้นรายงานของ คุณฟิลิป อัลสตัน อ้างอิงข้อมูลปี 2559 จะเสนอต่อ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ในเดือนนี้ในรายงานฉบับนี้ได้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯดำเนินนโยบายคุ้มครองทางสังคมที่มั่นคงและแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แทนที่จะจับกุมคุมขังคนยากจนที่ไม่มีงานทำ รายงานของสหประชาชาติระบุว่า มีคนยากจนอยู่ในสหรัฐฯ 41 ล้านคน คิดเป็น 12.7% ของประชากรสหรัฐฯ 325 ล้านคน ในจำนวนคนยากจน 41 ล้านคน มี 18.5 ล้านคน จัดอยู่ในกลุ่มยากจนที่สุด ที่น่าเศร้าใจก็คือ มีเด็กอเมริกันถึง 1 ใน 3 ที่อยู่ในภาวะยากจน ส่งผลให้ สหรัฐฯเป็นประเทศที่มีเด็กยากจนมากที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม (จี 7 จี 20)ไม่น่าเชื่อนะครับ ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก อย่าง สหรัฐอเมริกา มีจีดีพี 19.39 ล้านล้านดอลลาร์ มากเป็นอันดับ 1 ของโลก มีรายได้ประชากรต่อหัว 59,501 ดอลลาร์ 1.9 ล้านบาท กลับเป็นประเทศที่มีประชากรยากจนสุดโต่งมากมาย และมี “เด็กยากจน” มากที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมด้วยกันไม่กี่วันก่อน ซีเอ็นเอ็นมันนี่ ก็มีรายงานผลการศึกษา โครงการ United Way ALICE Project ระบุว่า มีครัวเรือนในสหรัฐฯ 51 ล้านครัวเรือน คิดเป็น 43% ของครัวเรือนทั้งหมด มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ซึ่งรวมถึงค่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าดูแลสุขภาพ ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ใน 51 ล้านครัวเรือนนี้ ได้รวมเอา 16.1 ล้านครัวเรือนที่มีชีวิตอยู่อย่างยากจน และ 34.7 ล้านครอบครัวที่ยูไนเต็ดเวย์ เรียกว่า ALICE ที่ย่อมาจากกลุ่มที่ มีข้อจำกัดด้านสินทรัพย์ รายได้จำกัด ประชากรกลุ่มนี้มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะอยู่รอดได้ใน “เศรษฐกิจยุคใหม่” แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯจะมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังมีปัญหาเรื่องการเพิ่มรายได้ที่ยากลำบากมากอ่านผลการศึกษาเรื่องนี้แล้ว ผมก็คิดถึง คนชั้นกลาง และ คนจนในเมืองไทย ที่กำลังมึนงงกับตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศ จีดีพีโตกว่า 4% แต่คนชั้นกลางคนจนกลับไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ผลการศึกษาระบุว่า ประชาชนในรัฐแคลิฟอร์เนีย นิวเม็กซิโก ฮาวาย มีจำนวนประชากรที่มีปัญหามากที่สุดสูงถึง 49% ของครัวเรือน และ รัฐนอร์ทดาโกตา มีประชากรที่มีปัญหาน้อยที่สุด 32% แต่สรุปแล้วทุกรัฐก็มีครัวเรือนเดือดร้อนจำนวนมากรายงานระบุว่า งานเกือบ 66% ในสหรัฐฯมีการจ่ายค่าแรงต่ำกว่าชั่วโมงละ 22 ดอลลาร์ (ราว 715 บาท) รายงานได้ศึกษาลึกลงไปในระดับเขตการปกครอง (County) โดยยกตัวอย่าง คิง เคาน์ตี้ ใน เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ปี 2016 รายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของครัวเรือนที่มีสมาชิก 4 คน อยู่ที่ 85,000 ดอลลาร์ ราว 2.76 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะต้องมีรายได้ขั้นต่ำชั่วโมงละ 42.46 ดอลลาร์ (ราว 1,380 บาท) แต่มีงานในรัฐวอชิงตันเพียง 14% เท่านั้นที่มีการจ่ายค่าแรงเกิน 40 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ทำให้คนส่วนใหญ่มีรายได้ไม่พอดำรงชีพ ทำให้มีคนที่ไร้บ้านอยู่ (Homeless) เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่มีรายได้เพียงพอที่จะหาที่อยู่อาศัย คนไร้บ้านในอเมริกาจึงมีเยอะวันวาน World Wealth Report ของสำนักวิจัยแคพเจมินี เพิ่งรายงานว่า ความมั่งคั่งในสหรัฐฯเพิ่มขึ้นเป็น 19.8 ล้านล้านดอลลาร์ จาก 18.0 ล้านล้านดอลลาร์ ในปีก่อนชาวอเมริกัน ก็สภาพไม่ต่างจาก คนไทย ที่มี ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ไม่เท่าเทียมกัน เศรษฐกิจยิ่งโต คนรวยยิ่งรวย คนจนยิ่งจน ทำให้มีชีวิตอยู่ยากใน “เศรษฐกิจยุคใหม่” ที่ เพิ่มความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ไม่รู้เมื่อไหร่จะพ้น กับดักความยากจน เสียที.“ลม เปลี่ยนทิศ”