วันก่อนมีคำถามจากเพื่อนสาวว่า ถ้ามีคู่ครองแล้วแต่ภายหลังเกิด “เลิกกัน” มันจะดีกว่าไหม....หากไม่มี “ลูกด้วยกัน”? เพราะเธอรู้สึกว่า ถ้ามีแฟนและมีลูกด้วยกันล่ะก็ ถ้าภายหลังทั้งตัวเธอและแฟนเกิดแอ็กซิเดนต์ (มีเหตุบังเอิญ) มีทัศนคติไม่ตรงกันขึ้นมา (ตามเหตุผลของคู่ที่แยกทางกันชอบใช้ ทั้งๆที่เป็นความขัดแย้งบางอย่างต่างหากล่ะ) จึงทำให้ต้องแยกกันไปคนละทางเธอคิดว่า คงดีกว่า ถ้าการเลิกราของคู่นั้น ไม่มีลูกด้วยกันให้ต้องพะวง ว่า ใครจะเป็นฝ่ายเลี้ยงดูลูก? หรือถ้ามีลูก อาจทำให้คู่ที่เคยรักกันแต่อยากเลิกกัน “คิดหนัก” ด้วยเหตุที่มี “ลูก” นี่แหละ!อืม...ฟังเพื่อนสาวแสดงความคิดเห็นเรื่อง “คู่เคยรัก” หากไม่มีลูกด้วยกัน คงเลิกไปอย่างง่ายดาย ไม่ต้องคิดมาก เพราะไม่มี “ลูก” ให้ต้องกังวลใจว่า จะรู้สึกอย่างไร? หากพ่อแม่เลิกกันไรงี้ก็แปลกใจเหมือนกันนะ ว่าทำไมเพื่อนสาวคนนี้ถึงได้พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หรือเป็นเพราะเธอกำลังอยู่ในช่วงถึง “จุดเปลี่ยน” ของชีวิต เพราะก่อนหน้านี้เคยได้ยินข่าวของเพื่อนสาวคนนี้ว่า เกิดความระหองระแหงกับแฟน เพราะเธอจับได้ว่า แฟนหนุ่มไปมีกิ๊กซุกอยู่ที่ไหนสักแห่งส่วนสาเหตุที่ทำให้เธอรู้ว่า แฟนของเธอมีกิ๊ก เพราะบังเอิญไปเห็นข้อความทางไลน์ที่แฟนใช้ติดต่อกับผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่เธอไม่เคยเช็กหรือเข้าใกล้โทรศัพท์มือถือของแฟนเลย แต่บังเอิญไปเห็นข้อความทางไลน์เข้า ตอนที่เค้าเข้าห้องน้ำ เพราะไม่ได้เอามือถือเข้าไปด้วย ทั้งๆที่ปกติ เค้า (หมายถึงแฟนของเธอ) จะหวงโทรศัพท์มือถือมาก ขนาดเข้าห้องน้ำยังเอามือถือเข้าไปด้วย คิดดูสิว่า เค้าทำตัวเองให้คนใกล้ชิดรู้สึกถึงความผิดปกติแค่ไหน? แม้ไม่ได้เห็นข้อความทางไลน์ เธอก็สันนิษฐานได้ว่า แฟนน่าจะมีเรื่องปกปิดอะไรเธออยู่ ซึ่งเรื่องนั้นต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน และแล้วมันก็เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิดเพื่อนสาวยอมรับว่า ตอนแรกที่รู้นั้นเสียใจมาก คิดไม่ถึงว่าแฟนหนุ่มจะทำอย่างนี้ ส่งผลให้เธอเสียความรู้สึกกับแฟนมาก และรับไม่ได้ที่เค้าริอ่านไปมีกิ๊กหรือผู้หญิงอื่น แม้จะเรียกแค่กิ๊กแต่ก็ทำให้เธอช้ำใจอยู่ดี เธอบอกว่า ในเมื่อเค้าไม่มีความซื่อสัตย์ให้กันแล้ว ก็อย่าอยู่ด้วยกันอีกเลย ดังนั้น เธอจึงเอ่ยปากขอเลิกกับแฟนที่คิดไม่ซื่อทันที เธอบอกว่า ดีหน่อยที่เค้ากับเธอไม่ได้มีลูกด้วยกัน จึงทำให้การตัดสินใจครั้งนี้สะดวกโยธินไม่เหมือนกรณีของเพื่อนอีกคน ที่เวลาจะเลิกกับแฟนก็ต้องคิดแล้วคิดอีก...เรียกว่าคิดกันหลายตลบ เนื่องจาก “ติด” อยู่ที่เรื่องลูก ซึ่งทั้งสองมีร่วมกันอยู่ 1 คน จึงทำให้คนมีลูกเวลาจะตัดสินใจอะไรก็ไม่สามารถทำได้ทันที เพราะต้องคิดถึงลูกก่อนเป็นอันดับแรกพอฟังอย่างนี้ก็น่าคิดอยู่เนาะ อย่างว่าแหละ คู่ที่ไม่มีลูกอาจมีความคล่องตัวกว่า ที่จะบอกเลิกกับแฟนก็เป็นได้ แต่ลองคิดดูสิ “ความคล่องตัว” ก็มีข้อเสียอยู่นะ เช่น...1.แน่ละถ้าจะเลิกกับแฟนโดยที่ไม่มีลูกด้วยกันคงง่ายและสบายกว่าเยอะ แต่ถามจริง เวลาคุณมีแฟน คุณคิดจะเลิกกับเค้าตั้งแต่เริ่มรักกันใหม่ๆเลยรึ? คำตอบย่อมไม่คิดไปไกลถึงขนาดนั้นอยู่แล้วโถ...ใครหนอพอรักกับอีกคนหนึ่งแล้วคิดไปถึงตอนเลิกกันเลยก็ประหลาด ถ้างั้นอย่ามีแฟนดีกว่ามั้ง ถ้ามีแล้วไม่ทันไรก็เลิก มันเท่ากับเป็นการเสียเวลาไปหน่อยนะแม่คุณ2.ความคล่องตัวทำให้เกิดการรักง่ายหน่ายเร็วไปนะ บางคู่ด้วยความที่ไม่มีลูกนี่แหละ ทำให้เอ่ยปากเลิกกันง่ายดายมากเหลือเกิน โดยไม่ยอมคิดหน้าคิดหลังให้ดีซะก่อนก็ตัดสินใจเลิกกันซะแล้ว จึงทำให้เกิดปัญหารักๆเลิกๆ เป็นวัฏจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆอย่างไรก็ตาม คงไม่ใช่ทุกคู่ที่ไม่มีลูกแล้วพอเจอเหตุการณ์สะดุดรัก ทำให้ต้องเลิกกันหรอกนะ!ทีนี้มาดูกันก่อนดีกว่าว่า หากคุณคิดจะเลิกกับแฟนแล้วคุณควรเก็บข้อมูลไว้เพียงพอที่จะตัดสินใจเลิกกับเค้า ไม่ใช่จู่ๆนึกอยากเลิกเพราะเบื่อก็เลิกกันเลย อย่างนี้คงไม่ดีสักเท่าไหร่?สิ่งที่คุณควรรู้ให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจ “เลิกกับแฟน” นั้นมีอะไรบ้าง ก็อย่างเช่น...1. แฟนของคุณเป็นคนเกเรจริงๆ นัยว่าตอนจีบกันใหม่ๆ เค้าก็ดูเป็นคนสุภาพดีหรอก แต่เอ๊ะ พอเป็นแฟนกันแล้ว ทำไมเค้าถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไปได้ก็บ่ฮู้จากที่เคยไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า แต่ระยะหลังเค้าเปลี่ยนไปเป็นดื่มจัดและสูบจัด หากเข้าข่ายนี้ คุณจะทนอยู่กับเค้าได้ไหมล่ะ กระนั้นเป็นไปได้ที่งานการอาจทำให้เค้าเครียดจนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่ถ้าเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้ เห็นทีคุณต้องเอ่ยปากให้เค้าเพลาๆการดื่มและการสูบลงบ้าง เพราะลำพังเพียงเงินเดือนอาจไม่ได้เยอะนัก ทว่ายังเอาไปซื้อสิ่งเหล่านี้มาดื่มและสูบอีก โอ๊ย...แล้วจะรักษาความเป็นครอบครัวไว้ได้รื้อ?2. แฟนของคุณติดกิ๊กหรือสาวคนใหม่อย่างหนึบหนับ (ติดผู้หญิงคนใหม่จนถอนตัวไม่ขึ้น)ถ้าเป็นกันถึงขนาดนี้ แล้วคุณยังจะสามารถอภัยให้เค้าได้ไหม? ในเมื่อวันๆ เค้าเอาแต่ไปอยู่กับสาวอื่นจนบ้านช่องไม่กลับ แบบนี้ถือว่าทำกันเกินไปนะ ดีไม่ดี ขืนไปมีลูกกับสาวคนใหม่ด้วยแล้ว โอ๊ย...ยังจะรักกับเค้าต่อไปได้รื้อ? อย่างนี้เลิกกันซะยังดีกว่า.เมอร์ลิน