หลังจากที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.มีแนวคิดจะบริหารจัดการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เอง แทนการบริหารงานของมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมฯ แต่ได้ล้มเลิกแนวคิดนี้ไป เพราะมีเสียงคัดค้านของประชาชน ทว่า ที่ประชุมสภา กทม. กลับเดิน-หน้าต่อ โดยตั้งข้อสังเกตการอุดหนุนงบประมาณต่อหอศิลป์ และตั้งคณะกรรมการศึกษาการบริหารจัดการ รวมถึงการใช้งบประมาณของหอศิลป์ฯรายงานวันจันทร์ วันนี้จะไปคุยกับ ผอ.หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ปวิตร มหาสารินันทน์ เกี่ยวกับเรื่องนี้---------------------------ถาม-การบริหารจัดงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไรปวิตร-มูลนิธิหอศิลป์ เป็นหน่วยงานที่มาช่วยบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความคล่องตัวกว่าระบบราชการ ปัจจุบันมีบุคลากร 43 คน มีแม่บ้าน เจ้าหน้าที่ รปภ. ช่างเทคนิคอีกประมาณ 30 คน มีสถิติผู้เข้าใช้บริการตั้งแต่ปี 2551-2560 รวม 9,620,238 คน งบที่ได้รับสนับสนุนจาก กทม. ตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2560 รวม 425,682,282 บาท ทั้งนี้การบริหารหอศิลป์ ถ้าคิดว่าจะบริหารเชิงธุรกิจ พื้นที่บริเวณนี้ก็จะไม่ใช่พื้นที่ของศิลปะ และถ้าอยากรวยก็ไม่มาทำอะไรแบบนี้ มีคำถามว่าสภา กทม. ตั้งคณะกรรมการศึกษาการบริหารจัดการหอศิลป์ไปทำไม เพราะหอศิลป์ก็เป็นของ กทม. อยู่แล้ว แต่ละปีมูลนิธิหอศิลป์ ก็ส่งเอกสารรายงานการบริหารจัดการให้ กทม.ทุกเดือน ขณะเดียวกัน ผู้ว่าฯ กทม.ก็ถอยแล้ว เพราะประชาชนคัดค้าน เหตุใดสภา กทม.ต้องมาศึกษาอีก แสดงว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการดำเนินงานของหอศิลป์เลยหรือถาม-คิดอย่างไร ที่สภา กทม. และ กทม.พยายามที่จะบริหารจัดการหอศิลป์เองปวิตร-ตนไม่มีข้อสงสัยอะไร และมองโลกในแง่ดีตลอด แต่มีประชาชนที่พาลูกๆมาเดินที่หอศิลป์แสดงความเห็นกับตนว่า เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่มูลค่าสูงทางเศรษฐกิจหรือเปล่า ตนเป็นอาจารย์ที่จุฬาฯมา 25 ปี แล้วลาออกมา เพราะเห็นว่าที่หอศิลป์มีโอกาสที่จะทำอะไรได้มากกว่า อีกทั้งเป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ ตนจึงสมัครมาเป็น ผอ.ที่นี่ หากเห็นว่ามันมีปัญหาก็คงไม่เข้ามา และงงว่าหอศิลป์บริหารจัดการดีอยู่แล้ว กทม.จะเอาไปทำไม หรือถ้า กทม.เอาไปแล้วจะบริหารจัดการได้ดีกว่านี้หรือถาม-สมาชิกสภา กทม.ตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมา สภา กทม.อนุมัติงบประมาณให้มูลนิธิหอศิลป์โดยตรงได้อย่างไร เพราะไม่มีกฎหมายรองรับปวิตร-กรณีนี้ มีคนตั้งข้อสังเกตว่า สมาชิกสภา กทม.รวมถึงผู้ว่าฯ กทม.ชุดก่อนๆมาจากการเลือกตั้ง อนุมัติงบให้โดยไม่มีข้อท้วงติง แต่ทำไม ส.ก.ชุดนี้ ไม่ผ่านงบให้ ขอยืนยันว่า รูปแบบการบริหารงานหอศิลป์ในปัจจุบันเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพที่สุดแล้ว และตัวเลขผู้เข้าชมนิทรรศการหอศิลป์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปีถาม-สภา กทม.ระบุว่าหอศิลป์ส่งรายงานการบริหารงานให้ กทม.ไม่ชัดเจนปวิตร-ยืนยันว่าในรายงานมีรายละเอียดทุกอย่าง แต่พูดตรงๆว่า ตั้งแต่ที่ตนมาเป็นผู้อำนวยการหอศิลป์ ไม่เคยเห็นผู้ว่าฯ กทม.มาหอศิลป์เลย และมั่นใจว่า ส.ก.ส่วนใหญ่ไม่เคยมาหอศิลป์แบบคนธรรมดาปกติทั่วไป หรือแบบจูงลูก หลาน มาชมนิทรรศการ จะมาก็เฉพาะมีงานของหน่วยงานเท่านั้น แต่ถ้าลองมาแบบคนทั่วไปจะรู้และเห็นภาพจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในพื้นที่หอศิลป์ถาม-จุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ กทม.จะนำหอศิลป์กลับมาบริหารจัดการเอง ส่วนหนึ่งมาจากข่าวที่ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ว่าเห็นเด็กนักศึกษานั่งตามพื้นไม่มีโต๊ะ เก้าอี้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรปวิตร-หอศิลป์มีห้องสมุดรองรับประชาชนได้ 100 คน ใช้บริการได้ฟรี มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต น้ำดื่ม มีปลั๊กไฟฟ้า ตนลงไปดูพื้นที่ทุกวันไม่พบว่าห้องสมุดจะเต็ม และภาพที่ผู้ว่าฯ กทม.เห็นเด็กนั่งกับพื้นนั้น ตั้งแต่ที่ตนเคยมาหอศิลป์ 10 กว่าปี ไม่เคยเห็นภาพแบบนั้นเลย แสดงว่าภาพที่เห็นไม่ตรงกันแล้ว.