เปิดช่องเอง ก็ช่วยไม่ได้ในสถานการณ์การเมืองก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง ก็มักจะเป็นอย่างนี้แหละ เพราะทุกย่างก้าวล้วนหวังผลต่อคะแนนที่จะได้จากประชาชนผู้มีสิทธิกาบัตรอย่างพักครึ่งเรื่อง “งีบ” กลางสภาระหว่างที่นายกฯแถลงเรื่องงบประมาณแผ่นดินปี 62 ปรากฏมี สนช. 2 คน หลับอย่างสบาย จนเป็นภาพข่าวเกรียวกราวกันไปทั้งเมืองเป็นความจริงเชิงประจักษ์ที่มิอาจปฏิเสธได้เมื่อมองในแง่มุมทางการเมือง ก็ต้องพาดพิงนายกฯ คสช. ที่แต่งตั้งบุคคลเหล่านี้เข้ามาทำหน้าที่เป็น สนช. และเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบจริงๆแล้วเรื่องทำนองนี้ถือเป็นปกติในสภาที่มาจากการแต่งตั้งก็ต้องมีง่วงเหงาหาวนอนกันบ้างเป็นธรรมดาดีกว่ากดบัตรให้กันเป็นไหนๆนายกฯก็เลยต้องร้อนตัวบ้างเป็นธรรมดา ถึงกับบอกว่าทีหลังก็ไม่ต้องเป็นอะไรกันแล้ว หากง่วงก็กลับไปนอนที่บ้าน คงหมายถึงว่า ส.ว. 250 คน ที่ คสช.ต้องแต่งตั้งก็อย่าหวังว่าจะได้เป็นเลยตำแหน่ง ส.ว. 250 คนนั้นถือว่าเป็นรางวัลทางการเมืองอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่ง สนช.ชุดนี้ล้วนมุ่งหวังที่จะได้รับการแต่งตั้งเข้ามาทำหน้าที่อีกครั้งหนึ่งพฤติกรรมและบทบาทในการแสดงออกต่อการทำหน้าที่ สนช. ที่ผ่านมานั้น หลายคนส่อเจตนาชัดแจ้งก็คือการเอาอกเอาใจ คสช.อย่างออกนอกหน้า ใครเป็นใครคงพอจะมองเห็นกันแล้ว แต่ว่าโดยรวมต่างก็ทำหน้าที่กันค่อนข้างดีอีกไม่นานก็จะถึงเวลาแต่งตั้งกันแล้วว่าไปแล้ว ส.ว.ลากตั้งจำนวน 250 คนนั้น คือเครื่องมือสำคัญของฝ่ายอำนาจที่ดีไซน์ออกมาเพื่องานการเมืองสำคัญของผู้นำรัฐบาล คสช. ที่ต้องการจะเข้ามาทำหน้าที่อีกครั้งหลังการเลือกตั้งนั่นก็คือยกมือสนับสนุนเพื่อให้ได้กลับมาเป็นนายกฯ คอยกลั่นกรองกฎหมาย เป็นหูเป็นตางานในสภาอีกด้วยพูดง่ายๆว่าสามารถ “กดปุ่ม” ได้เมื่อเจตนารมณ์ต้องการให้เป็นอย่างนั้นคือวางกรอบการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย “ครึ่งใบ” ด้วยการอาศัยให้เป็นเครื่องหายใจเพิ่มออกซิเจนก็เป็นอย่างนี้แหละ...แต่เมื่อการเมืองถอดรูปจากรัฐบาลทหารกลายเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งสภาพการเมืองย่อมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงหมายถึงว่าการตรวจสอบจะเข้มข้นขึ้น ไม่มี ม.44 มาเป็นคำสั่งพิเศษเฉพาะตัว มีพรรคฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบ ติติง เสนอแนะและสูงสุดก็คือการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของ ส.ว.ที่แม้จะมาจากการแต่งตั้งแต่ก็ต้องอยู่ใต้กรอบการเมืองประชาธิปไตยไม่ใช่ในรูปแบบปัจจุบันความสำคัญจึงเริ่มต้นด้วยการพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่ด้วยการเลือกสรรเป็นอย่างดีไม่ใช่จับยัดเอาแต่พรรคเอาแต่พวกเพราะจะก่อให้เกิดปัญหากับรัฐบาลในทางการเมืองแน่ ยิ่งไปกว่านั้นต้องคิดด้วยว่าแม้ คสช.จะเป็นผู้แต่งตั้ง แต่ประชาชนจะเป็นผู้จ่ายเงินเดือนให้จากภาษีอากรถ้า คสช.ตั้งเองจ่ายเองก็ว่าไปอย่างสนช.ชุดนี้หลายคนไม่ค่อยมาประชุม ไม่ค่อยมีความรับผิดชอบ ไม่ค่อยมีผลงานให้ปรากฏแต่มีเส้นสายโยงใยอย่างดีจากฝ่ายอำนาจหากแปลงร่างไปเป็น ส.ว.แล้วยังเลือกบุคคลที่มีพฤติกรรมในลักษณะอย่างที่ว่ามาแล้วก็จะเป็นตัวเร่งให้เสถียรภาพรัฐบาลเสื่อมถอยลงไปอย่างไม่ต้องสงสัยถึงเวลานั้นก็อย่ามาอารมณ์บูดใส่ “นักข่าว” ก็แล้วกัน..."สายล่อฟ้า"