จันทร์ 11 มิถุนายน 2561 เวลา 12.30-18.30 น. คุณอัญชัญ อินหันต์ นายกฯ และคณะกรรมการสมาคมการท่องเที่ยวสุโขทัยชุดใหม่ + สมาคมโรงแรม เชิญอาจารย์ธันยวัชร ไชยตระกูลชัย และ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย พูด “มุมมองการพัฒนาการท่องเที่ยวใน CLMV และกลุ่มประเทศที่ขายการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม” ที่โรงแรมสุโขทัยเทรเชอร์กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของจีนมักจะมีบริษัทในเครือเป็นบริษัทท่องเที่ยวภายในประเทศอยู่ด้วยอย่างน้อย 1-2 บริษัท ถามผู้คนที่เกี่ยวข้อง ได้รับคำตอบว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายในของจีนมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร บริษัทจึงมุ่งแชร์เค้กก้อนนี้ ทุกคนขอบคุณรัฐบาลจีนที่รวบรวมประชากรต่างชาติพันธุ์ไว้มากถึง 56 กลุ่ม และยอมให้แต่ละกลุ่มรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น กลายเป็นความหลากหลายที่เป็นจุดเด่นในการท่องเที่ยว ในอนาคต จีนจะเป็นสถานที่ที่คนต่างประเทศเข้าไปท่องเที่ยวมากที่สุดยิ่งเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวที่ต้องมีความหลากหลายสูง รัฐบาลจีนยิ่งส่งเสริมให้แต่ละชนเผ่าดำรงขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อ การดำรงชีวิต การแต่งกาย ภาษา อย่างเข้มข้น นอกจากนั้น รัฐบาลจีนยังสนับสนุนให้มีการปกครองตนเองของกลุ่มชาติพันธุ์ และเร่งสร้างให้ชนกลุ่มน้อยเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองไทยมีชนกลุ่มน้อยที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับชนกลุ่มน้อยในจีน แต่เรายังไม่เคยรื้อฟื้นเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง ผมเคยติดตาม ร.ต.อ. ดร.นิติภูมิธณัฐฯ ไปเก็บข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลื้อทางตอนใต้ของจีน ที่มีวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรมคล้ายกับคนไทยทางภาคเหนือ พบว่า เราสามารถเอาความคล้ายกันมาใช้ ประโยชน์ได้หรือชาวลีซอซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคยอาศัยอยู่ในมณฑลยูนนาน และอพยพเรื่อยมาจนถึงทางตอนเหนือของไทย ชาวลีซอพูดภาษากลุ่มเดียวกับภาษามูเซอและอาข่า คือ ภาษาจีน-ทิเบต กลุ่มพม่า-โลโล เราก็ยังไม่เคยไปขอเชื่อมกับจีนเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงท่องเที่ยวเช่นกันผมเคยเขียนและพูดเรื่องชนกลุ่มน้อยของจีนหลายเผ่า ที่เคยได้รับความสนใจมากก็เช่นชนกลุ่มน้อยเผ่ารัสเซีย เผ่าคาซัค เผ่าเคอร์กิส เผ่ามองโกล เผ่าทาจิก เผ่าทาทา เผ่าอุซเบก ฯลฯ ซึ่งรัฐบาลจีนใช้ชนกลุ่มน้อยในจีนเหล่านี้ไปเชื่อมกับประเทศเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งรัสเซีย คาซัคสถาน เคอร์กิสถาน มองโกเลีย ทิจิกิสถาน ตาตาร์สถาน อุซเบกิสถาน ฯลฯตัวอย่างที่น่าสนใจเป็นชนกลุ่มน้อยชาวจิงที่อพยพมาจากพื้นที่ต่างๆของเวียดนาม โดยเฉพาะบริเวณหุบเขาถู และตอนนี้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเกาะอูซานและอำเภอเจียงผิงของจีน รัฐบาลจีนดูแลอย่างดีมาก มีการส่งเสริมให้ประกอบอาชีพประมงน้ำตื้น ทำนาเกลือ เมื่อชาวจิงที่มีการศึกษาอยากไปประกอบอาชีพอื่น รัฐบาลก็จะเพิ่มแรงจูงใจให้ประกอบอาชีพหลักที่ทำมาแต่เดิม แต่ช่วยให้มีการเพิ่มผลผลิต เพื่อให้สามารถสร้างฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นน่าสนใจว่า ทำไมจึงต้องส่งเสริมคนกลุ่มน้อยเหล่านี้ให้ประกอบอาชีพเดิม ถึงแม้จะมีการช่วยพัฒนา แต่ก็เป็นการพัฒนาในขอบเขตของอาชีพเก่า เช่น ช่วยให้เปลี่ยนจากประมงน้ำตื้นมาเป็นการทำประมงน้ำลึก ช่วยให้ได้ขยายเขตในการทำประมงมากขึ้น ช่วยพัฒนาเครื่องมือประมงจากเครื่องมือแบบพื้นบ้านมาเป็นอวนลากขนาดใหญ่ ช่วยพัฒนารูปแบบการประมงที่แต่เดิม จับสัตว์น้ำตามธรรมชาติมาเป็นการเพาะเลี้ยง และช่วยให้ประกอบ ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแห้งในระดับโรงงานขนาดใหญ่ เพื่อส่งออก ไปจำหน่ายทั่วประเทศจีนมีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจบริเวณเหยียนห่าย ซึ่งเป็นที่อยู่ของชาวจิงเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่รัฐบาลขอร้องชาวจิงก็คือ ขอให้พวกท่านยังคงดำรงการร้องเพลงแบบมีพิณสามสาย ขอให้รักษาทำนองเพลงที่มีเนื้อหาเพลงชาวเขา เพลงรัก เพลงแต่งงาน เพลงชาวประมง เพลงรำพัน เพลงยาวเล่าเรื่อง เพลงแรงงาน เพลงพื้นบ้าน ฯลฯ ของชาวจิงอย่างอย่าให้ขาดตกบกพร่องผมเดาเอาเองว่า รัฐบาลจีนจะเก็บของประจำเผ่าเหล่านี้ไว้ใช้ในการท่องเที่ยวภายในประเทศ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com