“หลงลับแล...ทุเรียนไทย ขายดีเหมือนแจกฟรี จนต้องเปิดสั่งออนไลน์” เหมือนจะเป็นโฆษณาเกินจริงสำหรับคนนอก แต่กับแฟนพันธุ์แท้ดูจะไม่เกินจริงแต่ประการใดด้วยกระแสความอร่อยของ หลงลับแล ทุเรียนไทย พันธุ์แท้สดจากเทือกเขาสวนอุตรดิตถ์ เปลือกบาง กลิ่นอ่อน เนื้อแห้ง...เนียน เมล็ดลีบ หอมเหมือนกลิ่นดอกไม้ รสชาติหวานมัน ถูกปากคอผลไม้แถมยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองที่ปลูกกันมานานนับร้อยปี เนื้อแน่นอร่อย ขายดีขายหมดไว จนกลายเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมากของดี...มีจำกัด แน่นอนว่าย่อมต้องหาซื้อยาก ไม่ว่า...ตามร้าน ตามสวนต่างก็มีคนเข้าไปเหมาซื้อ...จับจองไปหมดแล้ว นอกจากนี้ตามท้องตลาดก็มีการขึ้นราคา ว่ากันว่า...บางร้านราคาอาจสูงถึงกิโลกรัมละ 600-800 บาทเลยทีเดียวฤดูกาลหลงลับแลปีนี้ มีข่าวดีสำหรับแฟนพันธุ์แท้และผู้ที่อยากลองกลุ่ม อบต.แม่พูล จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่จัดจำหน่ายสายตรงเปิดให้สั่ง “ทุเรียนหลงลับแลแท้ๆ” ผ่านระบบออนไลน์ กะว่าจะแข่งกับแจ็ค หม่า...ล้งจีนการันตีคุณภาพความอร่อยแน่นคับลูก เพิ่มความสะดวก ประหยัดทั้งเงิน ประหยัดทั้งเวลา ที่สำคัญคือ “ราคา” เป็นมิตรเหมือนไปซื้อเองที่ “อุตรดิตถ์” กันเลยงานนี้ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดบริการพิเศษนำส่งทุเรียนจาก อบต.แม่พูล จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยขยายตลาดของเกษตรกรในการกระจายผลผลิต ส่งตรงถึงมือลูกค้ารายย่อย เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้...จนกว่าผลผลิตจะหมดตามฤดูกาล...สั่งได้เลยตลอด 24 ชั่วโมง“ทุเรียนหลงลับแล” ที่จะนำมาส่งนั้น จะคัดสรรขนาดและคุณภาพ รับรองคุณภาพ 100% จากชมรมชาวสวน ต. แม่พูล บรรจุใส่กล่องบรรจุภัณฑ์อย่างดี แต่ละกล่องมีน้ำหนักรวมกล่องละ 8 กิโลกรัม ซึ่งจะมีประมาณ 5-6 ผล จำหน่ายในราคา 4,600 บาท (รวมค่าจัดส่งแล้ว) ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องบอกกันก่อนว่า “ราคา” อาจมีการปรับขึ้น...ลงตามราคาตลาดกลางผลไม้ ทุกวันศุกร์ เวลา 14.00 น.กลุ่ม อบต.แม่พูล ขอขายของกันอีกสักหน่อย ทุเรียนหลงลับแลโดดเด่นที่ขนาดลูกเล็กกำลังพอดี เมล็ดเล็กลีบ การันตีความอร่อยด้วยรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดของกรมวิชาการเกษตรเมื่อปี พ.ศ.2520 ไม่เพียงเท่านั้น จากปากของคนที่ได้ทานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “...นี่คือทุเรียนที่อร่อยที่สุด เพราะมีรสชาติหอมหวาน ไม่มีกลิ่นเหม็นแรง นิ่มเหนียวไม่เละเหมือนทุเรียนพันธุ์อื่น เมื่อกัดเข้าไปจะเจอแต่เนื้อ นุ่มเต็มปากเต็มคำ ได้ลองแล้วจะติดใจจนต้องกินซ้ำ...”ใครที่สนใจสามารถสั่งซื้อผ่าน http://www.thailandpostmart.com เว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทยโดยตรง ถึงมือคนรับประทานอย่างแน่นอน...อุ่นใจได้ว่าไม่มีโกง เปิดสั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2561...หรือจนกว่าสินค้าจะหมด สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1545ย้ำว่า...สินค้าจะเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป ...1 กล่อง จะมีทุเรียนหลงลับแล 8 กิโลกรัม ประมาณ 5-7 ลูก หากสั่งก่อนบ่าย 2 จะได้รับสินค้าในวันถัดไป ยกเว้นสั่งวันศุกร์-อาทิตย์ จะได้สินค้าในวันอังคาร“ของดีทั่วไทย ส่งให้ถึงมือ” บริการซื้อๆขายๆออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com สมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บอกว่า ไม่ได้มีแค่ทุเรียนหลงลับแลที่ขึ้นชื่อเท่านั้น แต่เรายังเชื่อมโยงธุรกิจโอทอป วิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ นำสินค้าชุมชนผ่านแพลตฟอร์มระบบรองรับ โดยเน้นอีคอมเมิร์ซชุมชนผ่านเว็บไซต์ ซึ่งจะมีการปรับปรุงให้ทันสมัย มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับสินค้าขั้นตอนสำคัญคือมอบนโยบายให้แต่ละพื้นที่ทำการศึกษา คัดเลือกสินค้าเด่นๆในพื้นที่นั้นๆ ประเมินและวิเคราะห์กันว่าสินค้าดังกล่าวพร้อมขึ้นเว็บไซต์หรือไม่? พร้อมเข้าสู่ระบบการซื้อขายเลยได้ไหม?ปัจจุบันทีมงานได้ทำการคัดสรรสินค้าโอทอปและบริการในแต่ละพื้นที่ได้กว่า 1,300 รายการ จากกว่า 40 จังหวัด โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ สินค้าที่มีความพร้อม, สินค้าที่อาจจะยังไม่มีความพร้อม แต่ดูแล้วมีแนวโน้ม และสินค้าที่ยังไม่พร้อม...ต้องมีการพัฒนา“เราจะมีการต่อยอดและยกระดับสินค้าโอทอปของแต่ละพื้นที่ โดยการร่วมสร้างภาคีเครือข่ายให้เข้าไปช่วยเหลือพัฒนาสินค้าและบริการ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ ฯลฯ เพื่อไปสอนองค์ความรู้ด้านต่างๆ ให้ชุมชนนั้น”อาทิ สอนเรื่องการผลิตให้คุ้มค่า การดีไซน์หีบห่อให้ชวนซื้อ เป็นต้น โดยมีไปรษณีย์ไทยเป็นแกนกลางหา ส่งต่อ และทำการต่อยอดสู่ภาคธุรกิจให้กับชุมชน น่าสนใจว่าในปีหนึ่งๆสามารถจัดเวทีเช่นนี้ได้ประมาณ 10 กว่าแห่ง หรือบางเวที บางชุมชนก็ใช้เวลากว่า 2 ปีตัวอย่างสินค้าที่ประสบความสำเร็จ เช่น ชารางแดง ของพื้นที่เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี เราไปเป็นคนกลาง ส่งทีมเข้าไปวิเคราะห์ศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง ทำให้พบว่าต้องปรับปรุงคุณภาพสินค้า กระบวนการผลิตให้ทันสมัย เหมาะสมกับการจัดเก็บได้ระยะเวลานาน สนับสนุนกระบวนการให้ได้คุณภาพ เช่น GAP หรือ อย.ถัดมาแพ็กเกจจิ้ง...หีบห่อ ก็ประสานทีมมหาวิทยาลัยให้ช่วยในการออกแบบ เพื่อให้ดึงดูดผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคชาวต่างชาติ พร้อมๆไปกับการสร้างชื่อใหม่ให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้บริโภคประเด็นสำคัญก็คือ ต้องมี “Point of Sale” เข้าใจง่ายก็คือต้องมีจุดขาย การเดินเข้าหาชุมชนทำให้รู้ลึกในตัวสินค้านั้นๆ การพัฒนาและดึงเข้ามาสู่ระบบขายออนไลน์จึงลดความเสี่ยงไปได้มาก จะเห็นได้ว่าในช่วงนี้น่าจะมีสินค้าและบริการโอทอปเพิ่มขึ้นอีกกว่า 20%“เน็ตประชารัฐ” อีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมาก ทำให้ชุมชนทั่วไทยเข้าถึงตลาดออนไลน์ที่เปิดกว้างตลอด 24 ชั่วโมงได้ง่ายๆแค่คลิกเม้าส์ สมร มองว่า ฐานชุมชนกว่า 2 หมื่นหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เน็ตประชารัฐเข้าถึงราวๆ 24,700 หมู่บ้าน เราก็เข้าไปสนับสนุนเรื่องพื้นฐานการให้ชุมชนเรียนรู้การใช้อินเตอร์เน็ตประชารัฐอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า“ไปรษณีย์ไทยเป็นหน่วยงานรัฐที่มีที่ทำการกว่า 5,000 แห่ง เรียกได้ว่ามีฐานที่มั่นที่จะช่วยชุมชนในการค้าขายสินค้าโอทอปได้มาก โดยแต่ละชุมชนมีจุดเด่น...มีสินค้าของตนเองอยู่แล้ว เราก็จะเข้าไปช่วยถึงระดับฐานรากให้เกิดประโยชน์สูงสุด...เน้นการเอาออฟไลน์พัฒนาขึ้นมาสู่ตลาดออนไลน์” ประเด็นร้อนปรากฏการณ์ขายทุเรียนออนไลน์ของ “แจ็ค หม่า” กระตุ้นตลาดออนไลน์ให้ได้รับความสนใจ...เป็นกรณีศึกษาที่เห็นภาพความสำเร็จ เส้นทางค้าๆขายๆ สร้างรายได้บนตลาดออนไลน์ได้ชัดเจนมากขึ้น“เราช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ซื้อมาขายไปจากท้องถิ่นสู่ผู้บริโภคก็คือ...ผู้ซื้อ เราเน้นที่ชุมชน แต่ต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจอาจเน้นไปที่ผู้ประกอบการรายใหญ่...ขายยกสวนเพื่อการส่งออก ถึงได้เน้นย้ำว่าเราเน้นเรื่องการช่วยขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนเป็นสำคัญ”“ตลาดออนไลน์”...เป็นตลาดที่ไม่มีวันหลับ ความสำเร็จกับความล้มเหลวเสมือนมีเส้นบางๆขวางกั้นอยู่ “อดทน” และ “พยายาม” ทำไปเรื่อยๆอย่างมีหลักมีเกณฑ์ ไม่นานความสำเร็จจะมาถึงมือทุกคน.