“ตั้งเป้าหมายและก้าวไปตามจุดหมาย” เป็นนิยามความสำเร็จในหน้าที่การงานและการดำเนินชีวิตของ ร.อ.หญิง นฤตยา วโรทัย คุณหมอสาวที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานในอาชีพแพทย์ ที่ตนรัก และได้นำความรู้ส่งต่อให้กับคนรุ่นน้อง ในฐานะอาจารย์แพทย์ผู้ เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ผู้สูงอายุคุณหมองา หรือ ร.อ.หญิงนฤตยา วโรทัย แพทย์กองอายุรกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ทายาทหนึ่งในสาม ใบเถาของ รศ.ดร.ศิริ–รศ.ดร.ชนิณัฐ วโรทัย เล่าถึงเส้นทางชีวิตการทำงานว่า ตอนเรียนจบจาก ร.ร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผลการเรียนดี จึงเลือกเรียนหมอ เพราะพี่สาวก็เรียนหมอ ด้วยความที่ทางบ้านมีความผูกพันกับรัชกาลที่ 6 คุณตาเคยเป็นราชองครักษ์ ในพระราชวังพญาไท และไม่อยากเดินทางไปต่างจังหวัด เลยทำให้ตนมาเรียนวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ซึ่งระหว่างเรียนหมอก็ต้องฝึกทหารไปด้วย เป็นการเรียนที่ค่อนข้างหนัก แต่เป็นหมอทหารถูกสอนให้อดทน เพราะเราไม่ใช่จะให้การรักษาที่โรงพยาบาลอย่างเดียว เราต้องอยู่ในค่ายทหารด้วย ในการเรียนได้เปลี่ยนตน ซึ่งเป็นลูกคนเล็กไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ ให้มีความเป็นผู้นำมากขึ้น พอเรียนจบตนเลือกเป็นทหารบก มาใช้ทุนเป็นหมออินเทิร์น ที่ รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี 1 ปี แล้วย้ายไปทำงานต่อที่ รพ. ค่ายพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์ แล้วจึงกลับมาทำงานเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้กับนักศึกษาแพทย์วิทยาลัย แพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า พร้อมๆกับเตรียมตัวที่จะสมัครสอบไปเรียนและทำงาน ที่เรียกว่า Internal Medicine Residency ที่ St.Elizabeth Health Center เมือง Youngstown รัฐโอไฮโอ สหรัฐฯ ซึ่งกว่าจะสอบได้ต้องผ่านขั้นตอนการสอบถึง 3 ขั้น โดยต้องเดินทางไปสอบสัมภาษณ์ที่สหรัฐฯ พร้อมๆกับต้องแข่งขันกับนักศึกษาจากประเทศอื่นๆ มีความกดดันมาก เกือบจะท้อ แต่ตนรู้สึกว่า ถ้าเราไม่ลอง เราก็จะไม่รู้ ก็ทุ่มสุดตัวจนสอบได้ และได้ทำงานเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมที่นั่นอยู่ 3 ปี จากนั้นจึงได้ไปเรียนต่อยอดด้านโรคไต ที่ Tufts Medical Center เมืองบอสตัน อีก 2 ปีและเรียนต่อด้านผู้สูงอายุ ที่ Massachusette General Hospital Harvard University อีก 1 ปี รวม 6 ปี จึงได้กลับมาเมืองไทย และทำงานที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า“การเรียนที่อเมริกา เป็นไปในลักษณะเรียนด้วย ทำงานรักษาคนไข้ไปด้วย การคัดเลือกจึงยาก เราต้องสอบใบประกอบโรคศิลปของอเมริกาด้วย การทำงานก็ต้องรับผิดชอบต้อง เตรียมพร้อม ทั้งข้อมูลความรู้ สร้างความมั่นใจให้กับอาจารย์และคนไข้ เพราะเราเป็นชาวต่างชาติ ที่ไปรักษาเขา การทำงานและเรียนที่อเมริกา ก็ได้ให้ประสบการณ์มากมาย มีทั้งความสนุกและความกดดัน ซึ่งพอมีปัญหาที่ทำให้เราท้อ แต่ความคิดก็กลับไปสู่จุดแรกของเรา คือ หมอจะวางเป้าหมายชีวิตไว้ชัดเจน เมื่อเรารู้ว่าเป้าหมายเราคืออะไร เมื่อถึงเวลาท้อ เราก็คิดว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไปได้! เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ” หมองาเล่าถึงการ ดำเนินชีวิตของเธอที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบสำหรับความภูมิใจของ คุณหมองา คุณหมอสู้งานคนนี้ เธอบอกว่า ความภูมิใจเล็กๆรายวันคือ การรักษาผู้ป่วยให้หายจากอาการเจ็บป่วย ส่วนความภูมิใจระยะยาวคือ การได้เริ่มกลับมาทำงานอย่างจริงจัง ในฐานะอาจารย์สอนหนังสือ เป็นการถ่ายทอดความรู้ของเราที่เรียนมาให้คนอื่น ในขณะเดียวกัน เราในฐานะผู้สอนเองก็จะได้ปรับปรุงตัวเองด้วย...ยกนิ้วโป้งให้กับความมุ่งมั่นของคุณหมอคนเก่งรายนี้จริงๆ.