ผมคุ้นสำนวน “ยืนกระต่ายขาเดียว” แต่นิทาน เรื่องที่อาจารย์ส.พลายน้อย เล่าไว้ใน “นิทานไทย” (สำนักพิมพ์รวมสาส์น พิมพ์ครั้งที่ 8) ท่านตั้งชื่อว่า กระต่ายสามขาสายวันหนึ่งหนึ่ง มีคนเอากระต่ายมาถวายพระอาจารย์คง ที่วัดพุทไธศวรรย์ กรุงศรีอยุธยา อาจารย์สั่งให้ “นายม่วง” ศิษย์วัดเอาไปย่างเตรียมเป็นอาหารเพลระหว่างย่างกลิ่นหอมยั่วใจ นายม่วงฉีกกระต่ายกินไปขาหนึ่ง พอถึงเวลาก็เอากระต่ายย่างไปถวาย“ทำไมกระต่ายมีสามขา” พระอาจารย์คงถาม “ไม่รู้ขอรับ ตอนผมย่างมันก็มีสามขา” นายม่วงตอบพระอาจารย์โมโหจนเกาหัว “ตอนเช้ากูยังเห็นมันมีสี่ขา มันเหลือสามขาได้ยังไง” ศิษย์วัดก็ยังยืน อาจารย์โกรธจัดคว้าไม้เรียวหวดศิษย์หลายที ศิษย์ก็ยังบอกว่ากระต่ายมีสามขาเหมือนเดิมอาจารย์หิว หยุดตีนั่งลงฉัน อิ่มแล้ว ขากระต่ายก็ยังเหลือยื่นให้นายคงกิน พออิ่มแล้วนึกว่าแม้นายม่วงจะโกหก แต่ก็มีความดี ที่เป็นคนเข้มแข็งมั่นคง ขนาดถูกตีจนเนื้อแตกไปทั้งตัว ก็ยังไม่เปลี่ยนคำวันต่อมา อาจารย์คงเรียกนายม่วงเข้าไป ป้ายพลูกินหมาก เหลือก้นพลู ก็ยื่นให้ “เอ็ง เอาไปทัดหู แล้วหายตัวได้” แล้วก็กำชับ “ระวัง อย่าให้ก้นพลูหลุด”นายม่วงกราบอาจารย์ ลงเรือข้ามฟากไปฝั่งพระนคร เดินผ่านร้านรวงในตลาด เข้าไปเขตพระราชฐานชั้นใน โดยไม่มีใครเห็นตัว ก็ยิ่งย่ามใจ เดินเรื่อยเข้าไปถึงห้องเสวยพระเจ้าแผ่นดินกำลังเสวย นายม่วงหยิบอาหารกินจนอาหารพร่องผิดสังเกตพระเจ้าแผ่นดินเรียกโหร โหรบวกลบคูณหารกระดานชนวน แล้วกราบทูลว่า มีคนดีหายตัวมาลองวิชามื้อเดียวกัน ในวันต่อมา พระเจ้าแผ่นดินแสร้งเสวยช้าๆ นายม่วงติดใจดัดก้นพลูอาจารย์คงหายตัวเข้ามาแอบกินอาหารอีก พอกินอิ่ม ก็เดินออก ก็เจอทหารขวางประตูเดินเลี่ยงด้านข้าง พระเจ้าแผ่นดินวางแผนวางกระแชงดักไว้ เสียงกระแชงดัง ทหารก็หวดพลองเข้าใส่ นายม่วงกระโดดหนี ก้นพลูหลุดจากหู วิชาหายตัวก็เสื่อมทหารจับมัดไปถวายพระเจ้าแผ่นดิน“เอ็งมาจากไหน” พระเจ้าแผ่นดิน ตั้งใจซักให้ถึงตัวพระอาจารย์ จากวัด “วัดไหน” “วัดวา” “วาอะไร” “วาพระ”พระเจ้าแผ่นดินรุกถาม “พระวัดไหน” นายคงก็ตอบวนกลับเดิม “วัดวา”พระเจ้าแผ่นดินพิโรธจัด สั่งเอาตัวนายม่วงไปประหารที่ย่านตะแลงแกงถึงตอนนี้ พระอาจารย์คงก็ใช้วิชาเสกพลูแทนตัวนายม่วงให้เพชฌฆาตประหารแทน แล้วพานายม่วงหนีได้ช่วยศิษย์รักรอดมาแล้ว พระอาจารย์คงนับถือน้ำใจนายม่วง“กูถามมึงจริง มึงช่วยตอบกูจริงๆ สักครั้งจะได้ไหม กระต่ายมีกี่ขา”“สามขา ขอรับ พระอาจารย์” นายม่วงก็ยังตอบคำเดิมคำตอบของนายม่วง แสดงว่าเป็นคนเข้มแข็งมั่นคง แม้โกหกก็ยังโกหกจริงจัง ให้วิชาหายตัวไปใช้ ไม่ทำความเดือดร้อนถึงตัวพระอาจารย์ส.พลายน้อย เล่านิทานจบ แล้วสอนต่อว่า สำนวนยืนกระต่ายสามขามีที่มาจากนิทานเรื่องนี้เอง เป็นอันว่า ในเรื่องทางโลก นายม่วงจอมโกหกเป็นพระเอกแต่ถ้าเป็นเรื่องในทางธรรม พระพุทธเจ้าย้ำสอนนักหนา “ไม่มีความชั่วใด ที่คนโกหกทำไม่ได้”คนโกหกตามนัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนโกหกที่เข้าป่ายิงเสือหรือไม่ เป็นผู้ร้ายเต็มเนื้อเต็มตัว.กิเลน ประลองเชิง