คลั่งระห่ำ! หนุ่มวัย25 เจ็บร่วม15 หนีไม่รอดช็อกโตรอนโต หนุ่มวัยเบญจเพส เช่ารถตู้ขับไล่ชนคนเดินในย่านท่องเที่ยวดัง “ฟินช์ อะเวนิว-เชฟเพิร์ด อะเวนิว” เบื้องต้นตาย 10 ศพ บาดเจ็บ 15 คน แต่หนีไม่รอด แถมท้าทายเจ้าหน้าที่ให้วิสามัญฯ ก่อนจบเหตุด้วยการจับกุมตัวได้ไร้การยิงต่อสู้ ตำรวจฟันธงไม่เกี่ยวขบวนการก่อการร้าย ขณะที่เพื่อนเก่าสมัยเรียนบอกเป็นคนทำตัวแปลกๆ ไม่ค่อยเข้าสังคมเหตุสะเทือนขวัญชาวแคนาดา ที่จู่ๆมีคนขับรถตู้ไล่ชนคนเดินบนทางเท้าในย่านท่องเที่ยวดัง ครั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดขึ้น เวลา 13.30 น. วันที่ 23 เม.ย. ตามวันเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 00.30 น. วันที่ 24 เม.ย. ตามเวลาไทย คนร้ายขับรถตู้สีขาว เป็นรถเช่าของบริษัท ไรเดอร์ ซิสเต็ม พุ่งชนคนบนทางเท้า บริเวณถนนยองจ์ สตรีท ที่อยู่ระหว่างย่านฟินช์ อะเวนิวและเชฟเพิร์ด อะเวนิว ทางเหนือเมืองโตรอนโตของแคนาดา เป็นระยะทางยาวร่วม 2 กม. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 10 คน และบาดเจ็บ 15 คน รวมทั้งบางคนอาการสาหัส ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนในละแวกนั้นด้านตำรวจแคนาดา หลังได้รับแจ้งก็รุดไปยังที่เกิดเหตุ และตามไปถึงรถคนร้ายที่จอดจนมุมอยู่ห่างพื้นที่เกิดเหตุไม่กี่ช่วงตึก ซึ่งในรายงานข่าวระบุว่า ระหว่างนั้นคนร้าย ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายอเล็ค มินัสซิออง วัย 25 ปี สวมชุดสีดำได้เล็งวัตถุบางอย่างคล้ายปืนใส่ตำรวจ และตะโกนท้าให้ตำรวจยิงเขาให้ตาย แต่ตำรวจตะโกนให้คนร้ายหมอบลงกับพื้น นายอเล็คกลับไม่ยอมและบอกอีกว่าเขามีปืน แต่ตำรวจยังยืนยันให้เขาทิ้งปืนและมอบตัว หลังจากทั้งสองฝ่ายตะโกนตอบโต้กันไปมาอยู่พักหนึ่ง นายอเล็คยอมหมอบกับพื้น และตำรวจเข้ารวบตัวโดยไม่มีการยิงต่อสู้ รวมใช้เวลาในการปฏิบัติการจับคนร้ายเพียง 26 นาทีหลังการรับแจ้งเหตุ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่สั่งปิดถนนเส้นที่เกิดเหตุและโดยรอบ รวมทั้งระงับการบริการโดยสารสาธารณะชั่วคราวช่วงที่เข้าสอบสวนและเก็บหลักฐานทางคดี ทั้งนี้ พยานคนหนึ่งเผยว่า คนร้ายเหมือนจงใจขับรถพุ่งชนทุกอย่างที่ขวางหน้า ทั้งคนเดินเท้า หัวน้ำดับเพลิง แม้แต่ตู้จดหมายยังโดนชนล้มระเนนระนาด ส่วนพยานอีกคนที่ขับรถอยู่ด้านหลังรถคนร้าย ระบุด้วยว่า เขาพยายามบีบแตรรถ เตือนให้คนรู้ตัว แต่ก็ไม่ทัน มีคนถูกรถตู้สีขาวพุ่งชนจนเสียชีวิตหลายคน บางรายถูกชนจนร่างกระเด็นก่อนร่วงลงมากระแทกพื้นเสียชีวิต และพบคนนอนตายอยู่หลายจุดตามเส้นทางที่คนร้ายก่อเหตุต่อมาตำรวจแคนาดาแถลงว่า นายอเล็คอาศัยอยู่ที่เมืองริชมอนด์ ฮิลล์ ชานเมืองโตรอนโต ไม่เคย มีประวัติก่ออาชญากรรม ดูจากพฤติการณ์ เป็นการเจตนาก่อเหตุ แต่ไม่รู้มูลเหตุจูงใจ เบื้องต้นเชื่อว่าไม่เกี่ยวกับก่อการร้าย แม้เคยเกิดเหตุคนร้ายขับรถพุ่งชนคนเสียชีวิตในหลายเมืองทั่วยุโรปและสหรัฐฯ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) มักอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ นายอเล็คถูกนำตัวขึ้นศาลในช่วงสายวันที่ 24 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น อย่างไรก็ดี ตำรวจไม่เปิดเผยรายละเอียดคนร้ายมากนัก แต่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่านายอเล็คเป็นนักศึกษาวิทยาลัย เคยเข้าโรงเรียนสำหรับผู้มีความต้องการพิเศษ ซึ่งหมายถึงผู้มีปัญหาการเรียน รวมทั้งผู้พิการในโตรอนโต เพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันบอกว่านายอเล็คทำตัวแปลกๆ เช่น เดินก้มศีรษะ กุมมือแน่นและทำเสียงแมวร้อง เดินไปรอบโรงเรียน ไม่ค่อยเข้าสังคม มีเพื่อนน้อย แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะก่ออันตรายให้คนอื่น ขณะที่นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดา แถลงแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียและให้คำมั่นจะประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศเพื่อเป็นหลักประกันด้านความปลอดภัยของชาวแคนาดาทุกคน ด้านทำเนียบขาวแถลงว่า สหรัฐฯพร้อมยืนเคียงข้างชาวแคนาดา และเสนอตัวให้การสนับสนุนทุกอย่างที่แคนาดาต้องการข่าวระบุด้วยว่าเหตุคนร้ายขับรถตู้ชนคน เกิดขึ้นขณะ รมว.ต่างประเทศของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (จี 7) ประชุมหารือที่เมืองโตรอนโต โดยนางคริสเทีย ฟรีแลนด์ รมว.ต่างประเทศแคนาดา เผยว่าการประชุมจี 7 จะดำเนินต่อไป แม้เป็นช่วงที่เศร้าสลดของชาวเมืองโตรอนโตและชาวแคนาดา ต่อมา เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 24 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น มีรายงานว่า นายอเล็คถูกควบคุมตัวไปขึ้นศาลครั้งแรกในสภาพมือไพล่หลัง ถูกโกนศีรษะ สวมชุดจัมป์สูทสีขาวของนักโทษ และเขาถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 10 กระทง เท่ากับจำนวนผู้เสียชีวิต 10 ศพ นอกจากนี้ เขายังถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าอีกหลายกระทง