ฤดูร้อนเป็นฤดูที่มีช่วงเวลาตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี และเป็นช่วงที่ผลไม้ของไทยหลายชนิดให้ผลผลิตมากมาย เช่น มะม่วง เงาะ มังคุด และทุเรียนทุเรียน เป็นผลไม้ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติชื่นชอบในรสชาติหวานละมุน ทว่าเป็นผลไม้ที่ขายได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ หากเก็บไว้นานจะสุกงอมไม่น่าทาน มีกลิ่นเหม็นชาวสวนจึงคิดค้นหาวิธีแปรรูปทุเรียนสดให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เก็บรักษาได้นานขึ้น เช่น ทุเรียนกวน กรรมวิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากแค่นำเนื้อทุเรียนสดที่สุกจัด ไม่เน่าเสีย ไม่มีกลิ่นหมัก ไม่มีรสเปรี้ยวมากวนด้วยความร้อนจนข้นเหนียวได้ที่ หรืออาจนำเนื้อทุเรียนมาผสมกับน้ำตาลแล้วกวนให้เข้ากัน กวนจนแห้ง ทิ้งให้เย็นแล้วนำมาบรรจุลงถุงหรือกล่องถ้าเป็นกรรมวิธีการทำแบบชาวบ้านสมัยก่อนคงไม่อันตรายเท่าไหร่ แต่หากทำเพื่อขายในปริมาณมากๆ ผู้ผลิตก็อาจผสมวัตถุกันเสีย เช่น สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หากใส่ในปริมาณมากๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ (ฉบับที่ 381) พ.ศ.2559 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร อนุญาตให้ใส่ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ในขนมหวานที่มีผลไม้เป็นส่วนประกอบหลักได้ในปริมาณไม่เกิน 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัมปกติเมื่อร่างกายได้รับ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จากอาหารปริมาณไม่มาก มันจะถูกออกซิไดซ์ไปเป็นซัลเฟตแล้วถูกขับออกทางปัสสาวะได้หมด แต่ถ้าได้รับในปริมาณมากๆซัลเฟอร์ไดออกไซด์จะออกซิไดซ์ไม่หมด มันจะไปลดประสิทธิภาพการใช้ไขมันและโปรตีนในร่างกาย หากสะสมในร่างกายมากๆ อาจทำให้หายใจติดขัด ปวดท้อง ท้องร่วง เวียนศีรษะ อาเจียน หมดสติ ในผู้ป่วยโรคหืด หากทานอาหารที่มีซัลเฟอร์ไดออกไซด์เข้าไป จะเป็นสาเหตุให้อาการของโรครุนแรงขึ้นและหลอดลมตีบได้วันนี้ สถาบันอาหารสุ่มเก็บตัวอย่างทุเรียนกวนจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 4 ยี่ห้อและ 1 ร้านค้าใน จ.ระยอง เพื่อนำมาวิเคราะห์ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างผลวิเคราะห์พบ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ในทุเรียนกวนทุกตัวอย่าง และมีอยู่ 4 ตัวอย่างที่พบตกค้าง เกินค่ามาตรฐานกำหนด เห็นอย่างนี้แล้วขอเตือนว่า ทานได้แต่อย่าทานกันบ่อยนัก เพื่อความปลอดภัย.