ขนมเบื้องสูตรโบราณ...ร้านเจ๊ทิพย์. - ตลาด270ปี บ้านตะปอนใหญ่. - ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาท.ถือเป็นสวนน้องใหม่ที่เกิดจากความตั้งใจเกินร้อยของ คุณณัฐดนัย ศุภผล มหาบัณฑิตด้านเศรษฐศาสตร์การเกษตรหมาดๆที่ต้องการพัฒนาพื้นที่สวนผลไม้ในเนื้อที่กว่า 6 ไร่ของครอบครัว ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร แบบเก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้งตามสโลแกนของ ททท. หรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย“เราเป็นสวนเล็กๆที่ไม่ได้เน้นการให้เข้ามาชิมผลไม้แบบบุฟเฟ่ต์ แต่อาศัยจุดเด่นคือการคัดสรรพันธุ์ผลไม้ที่ดีที่สุด เพราะพ่อเป็นชาวสวนก็จริง แต่หมวกอีกใบคือเป็นกรรมการสหกรณ์การเกษตรของอำเภอขลุง ที่มีหน้าที่อย่างหนึ่ง คือ การคัดสรรผลไม้ของสมาชิกสหกรณ์ที่ดีที่สุดเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ เราจึงใช้จุดนี้มาทำให้ฟาร์มของเรามีแต่ผลไม้คุณภาพเกรดเอ ที่แม้จะมีผลผลิตไม่มาก แต่รับประกันคุณภาพ” ณัฐดนัย หรือคุณอ้น เล่าถึงจุดเด่นของสวนณรงค์ฟาร์มและเพราะความเป็นสวนเล็กๆทำให้ผู้มาเที่ยวชมรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ทั้งกับเจ้าของสวนที่พากันมาทั้งพ่อ แม่ ลูก แนะนำวิธีเลือกผลไม้แต่ละชนิดแบบไม่หวงวิชา แถมยังมีโอกาสเลือกซื้อผลไม้คุณภาพตามฤดูกาลต่างๆ อย่างถ้ามาเที่ยวในช่วงใกล้สงกรานต์ก็จะได้ชิมทุเรียน มังคุด ที่เป็นสุดยอดราชาและราชินีผลไม้ทั้งสองชนิดเลยทีเดียวแต่ถ้าจะมาเที่ยวในช่วงสงกรานต์ แนะนำให้โทรศัพท์จองเวลาเข้าชม ที่ 08-9462-6629 หรือเข้าไปที่หน้าเพจเฟซบุ๊กของสวนณรงค์ฟาร์มเพื่อดูรายละเอียดก่อนก็ดี จะได้ไม่มาเก้อ ทุเรียนหมอนทองที่สวนณรงค์ฟาร์ม.ออกจากสวนณรงค์ฟาร์ม บังเอิญวันที่เราไปตรงกับวันเสาร์พอดี เลยได้มีโอกาสไปเดินเที่ยวเล่นตลาดประชารัฐ ตลาดวัฒนธรรม “ชุมชนคุณธรรมวัดตะปอนใหญ่” หรือตลาดโบราณ 270 ปี ของดีบ้านตะปอนใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆกันตลาดแห่งนี้เพิ่งเปิดเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว แต่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมากจากกระแสทั้ง สื่อโซเชียล และคำบอกเล่าแบบปากต่อปาก กลายเป็นตลาดฮิตติดดาว ที่จำนวนร้านค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 38 ร้านเมื่อเริ่มเปิดตลาด กลายเป็น 128 ร้านในช่วงระยะเวลาเพียง 8 เดือนจริงๆเราเคยไปเที่ยวตลาดแบบนี้มาหลายที่ แต่ต้องบอกว่าสำหรับตลาดโบราณ 270 ปี ที่บ้านตะปอนใหญ่แห่งนี้ เป็นตลาดชาวบ้าน แบบบ้านๆจริงๆ ไม่ใช่ตลาดชาวบ้านแต่เอาสินค้าจากที่อื่นมาขายพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่เป็นคนบ้านตะปอนใหญ่ หรือถ้าไม่ใช่ก็เป็นคนในเขตอำเภอขลุงที่มาแต่งงานเป็นดองกับคนบ้านตะปอน อาหารการกินขนม ข้าวต้มที่เอามาขายที่ตลาดล้วนเป็นอาหารขึ้นชื่อสูตรโบร่ำโบราณของคนที่นี่ ทางเดินในตลาดโบราณ.อย่างเช่น ขนมเบื้องญวนเจ๊ทิพย์ ก็เป็นขนมเบื้องสูตรโบราณที่เจ้าของสูตรลงทุนนุ่งโจงกระเบน ใส่คอกระเช้ามาทอด มาทำขายให้ชิมกันร้อนๆ หรือถ้าอยากกินขนมโบราณอย่างขนมตาล ขนมตะไล ขนมถ้วยฟู ก็มีให้เลือก บางเจ้าโฆษณาถึงที่มาของสูตรว่าเป็นของรุ่นคุณยายถ่ายทอดกันมาไม่ต่ำกว่า 80-100 ปีแล้วที่น่าสนใจยังมีอาหารหลายอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นหรือได้ชิมกันแล้ว อย่าง บอนเผาจิ้มน้ำพริกเกลือ แกงส้มบอน แกงส้มใบสันดาน ที่คนทำบอกว่าหายากเพราะไม่มีทั้งคนปลูกและคนมาทำขาย แต่พอมีตลาดบ้านตะปอนใหญ่แห่งนี้เกิดขึ้นมา ชาวบ้านก็เลยคิดว่าน่าจะฟื้นฟูอาหารพวกนี้มาทำให้คนรุ่นหลังๆได้รู้จักและได้ชิมกันบ้างบางคนถึงขนาดบอกว่า ที่มาขายขนม ขายของที่ตลาดไม่ใช่เพราะต้องการเงิน แต่ต้องการช่วยสร้างสีสันให้ตลาดที่เป็นบ้านเกิดของตัวเอง และยังถือเป็นการได้ทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัวในวันหยุด อย่างพวกผักพื้นบ้านที่เอามาขายในตลาด หลายอย่าง ก็ไม่ต้องลงทุนอะไร แค่ลงแรงไปเก็บในสวน ในนา เป็นผักสด ปลอดสารพิษ อย่าง ใบขลู่ ปรง ผักหนาม ใบตับเกียด ใบสันดาน ดอกไก่เตี้ย กระดอม เต่าเกียด ผักปรง ผักแว่นทะเล ผักคุ้ง และพืชผักที่ปลูกแบบบ้านๆ ไม่ใช้สารเคมี อย่าง กล้วย ผักบุ้ง มะระขี้นก ดอกแค แตงกวา มะเขือพวง พริกขี้หนู ใบชะมวง ขายแค่กำละ 5 บาท 10 บาท บางเสาร์ที่มีคนมาเยอะๆ ใช้เวลาแค่วันละ 4 ชั่วโมง เพราะตลาดเปิด บ่ายสอง ปิดหกโมงเย็น ก็ได้เงินมากกว่า 500-600 บาทกลับบ้าน ดีกว่าอยู่เปล่าๆชาวบ้านบอกว่า ไม่ใช่แค่ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองหรือขนมเท่านั้น ในช่วงฤดูกาลผลไม้ ชาวสวนที่บ้านตะปอนก็จะเอาผลไม้ในสวนมาขายด้วย ยิ่งทำให้ตลาดคึกคักมากขึ้นไปอีก ส้มมะปี๊ดที่คนจันทบุรีใช้แทนมะนาว.ยิ่งใกล้ตลาดวายหรือตลาดปิด ดูเหมือนบรรยากาศของตลาด 270 ปี จะยิ่งคึกคัก เสียงพูดคุยสลับกับเสียงหัวเราะต่อรองสินค้า เป็นความอบอุ่นของชุมชนที่หาดูแทบไม่มีในร้านสะดวกซื้อ หรือซุปเปอร์มาร์เกตของคนเมืองก่อนกลับออกจากตลาดบ้านตะปอนใหญ่ ไม่ลืมที่จะซื้อ แกงชะมวง และ หมูชะมวงย่าง อาหารขึ้นชื่อของเมืองจันท์ติดไม้ติดมือกลับมาฝากคนที่บ้าน แถมด้วยกุ้งแห้งตัวโต สำหรับเอามาทำน้ำปลาหวานสูตรแม่ตัวเอง แทนสูตรแม่การะเกดที่ใส่ปลาย่าง...ในละครโทรทัศน์สำหรับวันสงกรานต์ที่จะถึงนี้ นอกจากจะมีตลาดนัดบ้านตะปอนใหญ่ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีประเพณีดั้งเดิมที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปี ที่บ้านตะปอนใหญ่ คือ การ “ชักเย่อเกวียนพระบาท” ซึ่งจะมีจัดขึ้นถึง 3 วัดในเขตอำเภอขลุง ไล่เรียงกันไป คือ วัดตะปอนใหญ่ วัดตะปอนน้อย และ วัดเกวียนหัก ตั้งแต่วันที่ 13-17 เมษายนสงกรานต์นี้คิดไม่ออกว่าจะไปฉลองที่ไหน อีสานก็ไกล ใต้ก็คนเยอะ เหนือไม่ต้องพูดถึง แน่นขนัดเป็นธรรมดา ลองหันมามองสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนบนแผ่นดินตะวันออกอย่างที่บ้านตะปอนใหญ่ อำเภอขลุงแล้วจะรู้ว่า สุขทุกวันที่จันทบุรีนั้นเป็นเช่นไร.....!!!