นับแต่วัน เปิดงานสัปดาห์ หนังสือแห่งชาติก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ไม่ว่าจะเดินไปทางใด นวนิยายเรื่อง บุพเพสันนิวาส ผลงานของ “รอมแพง” ก็วางดักหน้า เหมือน “ออเจ้าการะเกด” ตามหลอกหลอนต้องยอมรับว่า กระแสละครส่งผลต่อหนังสือนวนิยายเป็นอย่างมาก หนังสือเล่มนี้แม้จะได้รับรางวัลระดับประเทศมาก่อน แต่กระแสยังเงียบ ทันทีที่เรื่องราวไหวเต้นอยู่ในจอ กระแสเรียกหาหนังสือก็แรงร้อน จนทำให้ยอดพิมพ์ถล่มทลาย แถมดึงคนให้สนใจประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาไปด้วย ยังผลให้หนังสือเกี่ยวข้องกับเนื้อหานวนิยาย ไม่ว่าจะเป็นจินดามณี โกษาปาน ต้นทางฝรั่งเศส และจดหมายเหตุต่างๆ สมัยกรุงศรีอยุธยาพลอยขายดีไปด้วยหนังสือจินดามณี ตำราเรียนภาษาไทยโบราณ แม้กรมศิลปากรจะจัดพิมพ์และนำออกจำหน่ายมานานแล้ว แต่ผลการตอบรับแสนจะเงียบเหงา พอได้กระแส “ออเจ้า” ก็กลายเป็นหนังสือขายดีไปอย่างฉับพลัน นับเป็นปรากฏการณ์งดงามหนึ่งของวงวรรณกรรมย้ำเตือนอีกครั้งว่า งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดเวลา 10.00-21.00 น. ระหว่างวันที่ 29 มีนาคมถึง 8 เมษายน มีหนังสือใหม่และเก่าให้ซื้อหากันแน่นศูนย์ประชุมเหมือนเดิม กิจกรรมส่งเสริมการอ่านหลากหลาย อาทิ กรุงเทพมหานคร จัด “ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้” ที่ห้องมีตติ้งรูม 1 มีนิทรรศการประวัติมหากวี “นายผี” หรืออัศนี พลจันทร ชาวราชบุรี เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2461 เสียชีวิตที่แขวงอุดมไซ ประเทศลาว เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2530“นายผี” เป็นนักคิด นักเขียน กวี และนักเคลื่อนไหว ผลงานของท่านตราจิตตรึงใจ อย่างบทเพลงชื่อ เดือนเพ็ญ ที่นักร้องเพื่อชีวิตหลายนามนำมาร้อง บทกวี อาทิ “เราชนะแล้ว แม่จ๋า” และอีกหลายสำนวน อย่างที่จำกันได้ “ในฟ้าบ่มีน้ำ ในดินซ้ำมีแต่ทราย น้ำตาที่ตกราย ก็รีบซาบบ่รอซึม แดดเปรี้ยงปานหัวแตก แผ่นดินแยกอยู่ทึบทึม แผ่นอกที่ครางครึม ขยับแยกอยู่ตาปี...”สำหรับคนสนใจกาพย์กลอนยังมี “เคล็ดกลอน เคล็ดแห่งอหังการ” ในนามปากกา ประไพ วิเศษธานี และ “ศิลปาการแห่งกาพย์กลอน” ในนามปากกา “ศรีอินทรายุธ” ทั้งสองเล่มเป็นศาสตร์และศิลป์การเขียนกลอนของ “นายผี” หรืออัศนี พลจันทร ที่ฝากให้อนุชนได้ศึกษากวีในยุคปัจจุบัน แม้ภาพรวมดูจะเหงาๆ แต่ก็มีคนสร้างสรรค์ผลงานกวีอยู่ไม่น้อย อย่างกวีหนุ่มลุ่มน้ำสุพรรณ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ ชาวบ้านตำบลวังลึก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ประกาศตัวตนด้วยผลงานรวมบทกวีชุด บ้านแม่น้ำ ตอกย้ำด้วยรวมบทกวีชุด พันฝน เพลงน้ำ และได้รางวัลซีไรต์จากรวมบทกวีชุด แม่น้ำรำลึก เมื่อปี พ.ศ.2547ในปี พ.ศ.2561 เรวัตร์ยังเขียนบทกวีอย่างต่อเนื่อง ปรากฏทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ ทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนตัว ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนของสื่อและความเป็นไปของโลก กวีแขวนตัวอยู่อย่างไร และอยู่ได้อย่างไรเริ่มกันที่การเกิดของกวีในปัจจุบัน ที่เห็นและเป็นอยู่ไม่น้อยฝากความหวังไว้กับเวทีประกวด มุมนี้เรวัตร์บอกว่า “เวทีประกวดอาจมีผลต่อการปลุกกระแสการเขียนในระยะสั้นๆ แต่ทว่าในระยะยาวแล้ว ผมมองว่าอย่างไรเสียก็สู้ “ความรัก” หรือ “ฉันทะ” ไม่ได้ ต้องอย่าลืมว่า รางวัลนั้นมีน้อยกว่าจำนวนผู้ส่งงานเข้าชิงรางวัล และย่อมมีผู้ผิดหวังมากกว่าผู้สมหวัง ทุกเวทีเสวนาผมมักบอกน้องๆว่า อย่าเอารางวัลเป็นตัวตั้ง เพราะน้องๆจะมีโอกาสผิดหวังสูงมาก แต่จงเอาความรักที่อยากจะเขียนอยากจะสื่อสารเป็นสิ่งนำทาง เพราะนั่นคือวิถีที่ยั่งยืน”การรวมเล่มบทกวีของกวีรุ่นใหม่ เรวัตร์บอกว่า “ทุกวันนี้ เท่าที่ได้สัมผัสงานของกวีรุ่นใหม่ สิ่งหนึ่งที่ได้ประจักษ์เหมือนๆกันก็คือ พวกเขายังขาดบรรณาธิการที่เคี่ยวกรำอย่างเข้มข้น รวมทั้งชิ้นงานของพวกเขาเองที่ยังไม่ตกผลึก ขาดความหลากหลาย หรือยังมีจำนวนของชิ้นงานไม่มากพอต่อการคัดสรร และความรีบร้อนที่จะปรากฏตนเองต่อบรรณพิภพ จึงทำให้องค์รวมของงานอ่อนด้อยลงอย่างน่าเสียดาย สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุมาจากการที่สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่ต่างปฏิเสธที่จะพิมพ์รวมเล่มงานกวีนิพนธ์”เพราะเหตุที่มันขายยาก “ดังนั้น ผู้เขียนบางคนจึงตัดสินใจควักทุนของตัวเอง เพื่อพิมพ์งานของตัวเอง รวมทั้งเป็นบรรณาธิการให้ตัวเอง จึงไม่น่าแปลกใจที่ตัวงานจะขาดความลุ่มลึกในมิติต่างๆ”ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของกวีคือ สื่อเปลี่ยนไป การเขียนบทกวีต้องปรับอะไรบ้าง เรวัตร์บอกว่า “แน่นอนว่า สื่อชนิดใหม่นี้รวดเร็วฉับไวมาก เพียงชั่วกะพริบตาคุณนั้นอาจกลายเป็นคนสำคัญ แต่ในทางตรงกันข้ามคุณอาจกลายเป็นจำเลย แต่ถึงอย่างไรเสีย ไม่ว่าจะเป็นสื่อ ชนิดใดก็ตาม ผมมองว่านักเขียน หรือกวีก็ยังคงต้องใคร่ครวญไตร่ตรองต่อผลงานของตัวเองอย่างถี่ถ้วนรอบด้าน ก่อนที่จะส่งมันออกไปสู่โลกภายนอก เพราะชิ้นงานนั้นๆอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ละเมิด หรือตัดสิน ส่วนเนื้อหาสาระและรูปแบบนั้นควรเป็นเอกสิทธิ์ของผู้เขียน และผมมองว่าในกระแสสมัยปัจจุบันนั้น งานเขียนที่สั้นกระชับนั้นมีโอกาสที่จะถูกอ่านมากกว่างานเขียนที่ยืดยาวและหนาหนัก”สำหรับผลงานล่าสุดของเรวัตร์เป็นนวนิยายชื่อ ความฉิบหายชั่วชีวิต เห็นแว่บๆในบูธของเคล็ดไทย คมบาง สมาคมนักเขียนและไม้ยมกนั่นเป็นเรื่องการ “หยัดอยู่” ของกวี แล้วการหยัดอยู่ของนิตยสารเป็นอย่างไร เข้าไปที่บูธของ ต่วย’ตูน ประลองพล เพี้ยงบางยาง บรรณาธิการนิตยสารต่วย’ตูน บอกว่า แม้ว่าสถานการณ์ในวงการนิตยสารจะผันผวน มีนิตยสารปิดตัวไปมากมาย ด้วยเหตุที่หาโฆษณาได้ยาก และนักอ่านบางส่วนหันไปให้เวลากับสื่อออนไลน์มากขึ้น แต่นิตยสารต่วย’ตูน พอกเก็ตแมกาซีน และนิตยสารต่วย’ตูนพิเศษก็ยังคงยืนหยัดต่อไป โดยผู้บริหารสำนักพิมพ์ยืนยันว่า ต่วย’ตูน จะอยู่เป็นเพื่อนนักอ่านต่อไปอีกนาน โดยเฉพาะนักอ่านรุ่นอาวุโส ซึ่งไม่สะดวกกับการอ่านบทความยาวๆผ่านหน้าจอได้“ในปัจจุบันต่วย’ตูน พอกเก็ตแมกาซีน ได้ปรับเนื้อหาให้เข้ากับรสนิยมของนักอ่านรุ่นใหญ่ รวมทั้งมีเรื่องสนุกสนานในยุคอดีตมาให้อ่านกันมากขึ้น ผู้ที่สนใจสาระและหรรษาจากเรื่องย้อนยุคและเรื่องเล่าจากผู้มีประสบการณ์จริงในแวดวงต่างๆ”เข้าบูธมติชน โซนพลาซ่า วี 10 หนังสือน่าสนใจ ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ผลงานของ ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล เป็นบันทึกเหตุการณ์ทั้งก่อนและหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ข้อมูลทั้งหมดไม่สามารถหาอ่านได้จากเอกสารใดๆ อีกเล่มผลงานของนักเขียนนามเดียวกัน พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 มีเรื่องที่หาอ่านได้ยากยิ่งจากแหล่งข้อมูลอื่นๆอีกเช่นกันหนังสือออกใหม่ของ สกว. อโยธยาศรีรามเทพนครบวรทวารวดี มรดกความทรงจำแห่งสยามประเทศเล่ม 1-2 อ.วินัย พงศ์ศรีเพียร เป็นบรรณาธิการ พิมพ์ 4 สีอย่างดี เนื้อหาว่าด้วยภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของอยุธยา ไม่ว่าจะเป็นในฐานะศูนย์กลางการปกครอง ศูนย์กลางแห่งพิธีกรรม ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้า และความสัมพันธ์กับต่างประเทศ แต่ละช่วงตอนศึกษา ค้นคว้าและเรียบเรียงมาเป็นอย่างดี เล่มนี้ต้องสืบเสาะเอาเอง ไม่มีราคาปรากฏ น่าจะไม่ทำขายแม้โลกจะพัฒนาด้านเครื่องมือสื่อสารอย่างไร “หนังสือ”ก็ยังมีความสำคัญเสมอ ไม่ว่าเราจะอ่านจากเครื่องมือใดก็ตาม.