มอบ สสค.เร่งทำแผนเสนอ “ประสาร” ไม่ห่วงชี้มีข้อสังเกตแนบท้าย พ.ร.บ.ตามที่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเสียงข้างมาก 147 เสียงต่อ 1 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯที่มี พล.อ.อ.ประจิณ จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเสนอนั้น ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะอนุกรรมการกองทุนของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เปิดเผยว่า กระบวนการต่อจากนี้จะต้องนำร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษานำขึ้นทูลเกล้าฯ และบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งถือว่าทันตามเงื่อนเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด และเมื่อ พ.ร.บ.กองทุนฯได้รับการโปรดเกล้าฯและประกาศใช้แล้ว ทางสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จะทำหน้าที่เหมือนทีมงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งภารกิจที่สำคัญคือ การจัดทำแผนเสนอรัฐบาลเพื่อของบประมาณสนับสนุน โดยคณะกรรมการ สสค.จะทำหน้าที่ชั่วคราวเป็นระยะเวลา 90 วันระหว่างการดำเนินการสรรหาคณะกรรมการกองทุนฯดร.ประสารกล่าวอีกว่า สำหรับเหตุผลที่ให้ สสค.เป็นผู้ดำเนินการกองทุนนั้น เนื่องจากมีการดำเนินงานต่างๆเกี่ยวกับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส เด็กยากจนมาเป็นเวลานาน และมีฐานข้อมูลในเรื่องนี้จำนวนมาก รวมถึงยังได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับพัฒนาครูด้วย ซึ่งตรงกับภารกิจของกองทุนฯที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.กองทุนฯ และยังเป็นการประหยัดงบประมาณไม่ตั้งหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในภาพรวมของร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนักดร.ประสารกล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องงบประมาณสนับสนุนแม้ว่าจะไม่มีการกำหนดไว้ในกฎหมาย นอกเหนือจากที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเป็นทุนประเดิม 1,000 ล้านบาทในระยะแรกแล้ว แต่ได้มีการระบุไว้ในข้อสังเกตแนบท้าย พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวแล้ว ซึ่ง พล.อ.อ.ประจินก็ได้แจงว่า รัฐบาลยินดีที่จะสนับสนุนงบประมาณอย่างเพียงพอและเต็มที่ หากแผนการดำเนินการโครงการต่างๆมีความชัดเจน อีกทั้งคณะอนุกรรมการกองทุนก็จะเร่งยกร่างกฎระเบียบต่างๆที่สำคัญ โดยเฉพาะคุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมายและวิธีการที่จะให้ความช่วยเหลือ เพื่อเสนอให้บอร์ดกองทุนฯพิจารณาต่อไป.