MV Moana เรือท่องสมุทรน้องใหม่ ที่ดัดแปลงและตกแต่งจากเรือดำน้ำยุคบุกเบิกของไทย อย่างเรือ “สายใหม่” ได้กลายมาเป็นคำตอบสำหรับนักดำน้ำลึก ที่ต้องการการท่องเที่ยวแบบ Liveaboard หรือการใช้ชีวิตบนเรือตลอดทั้งวันทั้งคืน ในการเลือกจุดดำน้ำที่ดีและสวยงามที่สุดพชร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา หรือยาจีน หนุ่มน้อยที่หลงรักชีวิตใต้ทะเล และ ภู่ศักดิ์ โปษยะจินดา บอสใหญ่แห่งดำน้ำดอทคอม ที่มานำเสนอการท่องเที่ยวดำน้ำที่ต้องเรียกว่าเป็นแบบ ลักชัวรี บอกว่า สำหรับนักดำน้ำลึกแล้วการเที่ยวแบบ Day Trip ด้วยเรือเล็ก ไปดำน้ำตื้นดูปะการังและกลับเข้าฝั่งในวันเดียวกัน อาจจะไม่ค่อยเวิร์ก เรือ MV Moana.“ทริปคราวนี้ ผมอยากนำเสนอการใช้ชีวิตแบบ Liveaboard 6 วัน บนเรือ MV Moana โดยล่องเรือในทะเลอันดามัน เหนือเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์” ยาจีนบอกการเดินทางเริ่มต้น ที่ท่าเรือทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะภูเก็ต มีเรือ MV Moana ที่ปรับแต่งให้มีความเป็นส่วนตัวและสะดวกสบาย ด้วยห้องนอน 5 ห้อง สำหรับนักดำน้ำ เพียง 8 คนเท่านั้น ภายในเรือมีห้องนั่งเล่น และพื้นที่ส่วนรวมสำหรับการพักผ่อนหรือรับประทานของว่างระหว่างการดำน้ำ สำหรับนักดำน้ำที่ต้องการความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวจริงๆ โต๊ะอาหารและมุมนั่งพักผ่อน.ทันทีที่เรือเคลื่อนออกจากท่า บรรดานักดำน้ำก็เริ่มต้นทบทวนแผนคร่าวๆของการออกดำน้ำครั้งนี้ จุดแรกของการดำน้ำ คือ บริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เราจะแล่นขึ้นไปทางเหนือก่อนเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์และกลับมายังสิมิลันอีกครั้งไดฟ์แรกวันนี้ เริ่มที่ สวนสิบสองนักษัตร อยู่ระหว่างเกาะ 5 และเกาะ 6 เป็นที่อยู่ของปลาไหลสวนจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมสิบสองนักษัตรกระจายอยู่ จึงมักใช้เป็นจุดดำน้ำจุดแรกของทริปเพื่อให้นักดำน้ำได้ทบทวนและปรับตัวเข้ากับการดำน้ำในทะเล รวมถึงทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนจะลงไปชมความงดงามของธรรมชาติที่เปราะบางในไดฟ์ต่อๆไป กัลปังหา..สีสันสวยงามที่มูริ่งเบย์.หลังอุ่นเครื่องกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ไปต่อกันที่ มูริ่งเบย์ (Mooring Bay) ซึ่งอยู่บริเวณเกาะ 9 จุดเด่นบริเวณนี้ คือ กัลปังหา หรือ Sea Fan จำนวนมาก และยังมีช่องคล้ายหน้าต่างให้เข้าไปถ่ายรูปราวกับเป็นห้องส่วนตัวใต้ทะเลได้อีกด้วย จากนั้นมุ่งหน้าสู่ เกาะบอน บริเวณนี้มีคนพบ ฉลามวาฬ และ กระเบนราหู อยู่บ่อยๆจนทำให้คิดว่าเป็น Cleaning Station ที่สัตว์น้ำทั้งเล็กใหญ่มารวมตัวกันเพื่อทำความสะอาดร่างกายและรักษาพยาบาล เสน่ห์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ คือความไม่แน่นอนที่สามารถสร้างความตื่นเต้นได้เสมอ สิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา วันนี้เราไม่ได้เจอกับพี่ใหญ่ทั้งสอง แต่กลับได้ชื่นชมความอุดมสมบูรณ์ของปะการังอ่อนจำนวนมาก รวมทั้งปลาเก๋ายักษ์ที่กำลังตั้งท้องด้วย ปลากะรังแดงจุดฟ้าที่กองหินริเชลิว.วันที่สามของทริปเราอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ราว 8 โมงเช้า นักดำน้ำทุกคนมารวมตัวกันเพื่อฟังการอธิบายจุดดำน้ำที่จะลงก่อนที่จะรับประทานอาหารเช้า จุดดำของ วันนี้ คือ กองหินริเชลิว (Richelieu Rock) หรือกองหินรูปเกือกม้า ซึ่งถือเป็นจุดดำน้ำที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เป็นจุดหมายในฝันของนักดำน้ำทั่วโลก ห้องนั่งเล่นระหว่างไดฟ์.บริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติสูงมาก เราสามารถพบพืชและสัตว์ทะเลนานาชนิด ตั้งแต่ ทากทะเล ตัวจิ๋วไปจนถึง ฉลามวาฬขนาดยักษ์ มีปะการังอ่อนและดอกไม้ทะเลหลากสีจำนวนมากรอบกองหิน ปลาสากใหญ่ ปลาดาบ หมึกกระดอง ปลาปักเป้า ปลาไหลมอเรย์ ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจ (Ghost Pipefish) มีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่หายากอย่าง กุ้งตัวตลก ปลากบ ทากทะเล หอยสวยงาม ปูปอมปอม และ ม้าน้ำ ที่ชอบแอบอยู่ตามซอกหิน รวมถึง ฝูงปลากระมง นับพันที่ว่ายวนอยู่ต่อหน้า ถ้าถามว่าประทับใจไดฟ์ไหนมากที่สุด ก็ต้องบอกว่าที่นี่เลยจากริเชลิวได้เวลาหันหัวเรือไปยังเกาะตาชัย ซึ่งอยู่ในช่วงของการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นบนเกาะ เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ แต่สามารถดำน้ำรอบบริเวณเกาะได้ เป็นอีกจุดที่ธรรมชาติสมบูรณ์ มีปลาหลากชนิด เช่น ปลากระมงพร้าว ปลายูนิคอร์น ปลาโนรีครีบยาว ปลาสาก ปลาเก๋ายักษ์ จุดเด่นบริเวณนี้คือกัลปังหาขนาดใหญ่ สีสันสวยงามจำนวนมากเต็มบริเวณ ราวกับมีเทศกาลดอกไม้ใต้ทะเลเลยทีเดียว วันนี้เราพักกันเร็วหน่อยเพื่อเตรียม ตัวกับการดำน้ำตอนกลางคืน หรือที่เรียกว่า ไนต์ไดฟ์ บริเวณ แนวปะการังชายฝั่งเกาะตาชัย นักดำน้ำทุกคนต้องมีไฟฉายติดตัวสองชุดเพื่อความปลอดภัย และต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของไดฟ์ลีดเดอร์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากการสื่อสารและทัศนวิสัยใต้น้ำไม่ดี การลงดำน้ำที่จุดนี้จะต้องนั่งเรือยางออกไปและม้วนตัวลงกลับหลัง เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ให้นักดำน้ำหลายคนไนต์ไดฟ์สุดท้าย เราพบ Pygmy Squid ตัวน้อยที่พบได้ยากในทะเลไทย รวมถึงปูม้าจิ๋วที่อยู่บนแตงกวาทะเล และได้พบกับกระเบนราหูตัวใหญ่ว่ายวนอย่างสง่างามในไดฟ์สุดท้าย เป็นการปิดทริปที่น่าประทับใจ และทำให้รู้ว่าความอุดมสมบูรณ์ ของโลกใต้น้ำในประเทศไทย น่าหลงใหลไม่แพ้ประเทศอื่น ยาจีน..ผ่านช่องถ่ายรูปที่มูริ่งเบย์.อยากสัมผัสความสนุก ตื่นเต้น ท้าทาย และความสวยงามของโลกใต้ท้องทะเลแบบนี้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ทะเลกำลังสวยได้ที่ เข้าไปเลยที่ dumnam.com หรือ https://www.facebook.com/mvmoanaliveaboard รับรองว่าไม่ผิดหวังอ้อ!! ภาพสวยๆจากทริปนี้ ขอบคุณ ยาจีน-พชร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา @jeensnidvongs ที่แบ่งปันความสุขในโลกที่ยังต้องค้นหา...!!!