ศุกร์วันนี้ คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย บรรยายและร่วมเสวนา 2 งานครับ 09.00-12.00 น. พูด “ยุทธศาสตร์ท้องถิ่นสู่ประเทศ 4.0” ที่สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น จ.ปทุมธานี และ 13.00-16.00 น. เสวนา “ทิศทางการพัฒนาท้องถิ่น และการเตรียมความพร้อมในอนาคต” ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯเมื่อพูดถึงกองทัพจีนก็อยากจะเรียนนะครับ ว่าจีนใช้ชื่อกองทัพเป็นภาษาอังกฤษว่า People’s Liberation Army หรือกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ตั้งแต่ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศมาเป็นระบอบสาธารณรัฐประชาชน จีนมีกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และมีกองกำลังขีปนาวุธนิวเคลียร์ถ้าจะเข้าใจหน่วยงานด้านความมั่นคงของจีน กองทัพปลดแอกประชาชนไม่ใช่หน่วยงานที่ใหญ่ที่สุดนะครับ หน่วยงานความมั่นคงของจีนมีทั้ง MPS ที่ย่อมาจาก Ministry of Public Security หรือกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ นอกจากนั้นยังมี MSS ที่ย่อมาจาก Ministry of State Security หรือกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐยังมี Ministry of Defense หรือกระทรวงกลาโหม และกระทรวงกลาโหมนี่แหละครับ ที่เป็นผู้บริหารกองทัพปลดแอกประชาชนทั้ง 4 เหล่าที่ผมเรียนไปข้างต้น รวมทั้ง PAP หรือ People’s Armed Police ก็คือ กองกำลังตำรวจติดอาวุธ และ Militia หรือกำลังทหารบ้านใครไปประชุมที่เมืองจีนก็จะเจอตัวย่อทั้ง MPS MSS PLA PAP และ Militia แต่เดิม จีนมีกองทัพที่ใหญ่โตมโหฬารที่สุดในโลกแต่ไม่ค่อยทันสมัย ระยะหลังจีนพบว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก จึงปรับตัว ที่จีนตกใจที่สุดก็คือ แสนยานุภาพของสหรัฐฯ ในสงครามอ่าวเปอร์เซีย ที่สหรัฐฯได้โชว์อาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย วินาทีที่คณะผู้นำจีน “เห็นของ” ของสหรัฐฯ ผมเชื่อว่าวินาทีนั้นล่ะครับ ที่จีนคิดว่า ต้องทำให้กองทัพเล็กลง แต่มีคุณภาพมากขึ้นอีกสิ่งหนึ่งซึ่งจีนกลัวจนต้องเร่งปรับตัวขนานใหญ่ก็คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจโลก จากระบบ 2 ขั้วที่เคยมีสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำของแต่ละขั้ว มาเป็นโลกขั้วเดียวที่มีสหรัฐฯเป็น Supreme Power หรืออภิพญามหาอำนาจเจ้าเดียวตั้งแต่ที่ได้ครอบครองตำแหน่ง Supreme Power สหรัฐฯ ก็เกเรเกตุงเล่นงานประเทศโน้น แกล้งประเทศนี้ แหย่ประเทศนั้น จีนมองธรรมชาตินิสัยใจคอของสหรัฐฯด้วยความกังวลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงไปจัดการกับหลายประเทศในตะวันออกกลาง จีนคิดว่า ในอนาคตหากปล่อยให้สหรัฐฯใหญ่ไปเรื่อยๆ เพียงเจ้าเดียว ก็อาจจะเล่นงานจีนได้สักวันตั้งแต่นั้น จีนทุ่มงบประมาณไปที่สงครามท้องถิ่น ภายใต้เงื่อนไขเทคโนโลยีขั้นสูงสมัยใหม่ จีนเร่งสร้างกองกำลังขีปนาวุธนิวเคลียร์จนมีกำลังพลเกือบแสนคน จัดเป็น 6 กองพล มีขีปนาวุธนิวเคลียร์ถึง 400 ลูก ทั้งระยะใกล้ รัศมีทำการ 2,600 กม. ระยะปานกลาง รัศมีทำการ 7,000 กม. และขีปนาวุธข้ามทวีป รัศมีทำการ 12,000 กม. จีนสร้างขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำอีกเป็นร้อยลูก และสร้างเครื่องบินทิ้งระเบิดที่สามารถทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ได้อีกเป็นร้อยลำที่จีนมุ่งมั่นพัฒนาอยู่ตลอดเวลาก็คือ พวกหมินปิง หรือ Militia กำลังทหารบ้าน ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร ชายจีนอายุ 18–35 ปี ที่ไม่ได้รับราชการทหารจะต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นกำลังทหารบ้าน ก็คือ เป็นมวลชนอาสาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคและรัฐ รัฐบาลจีนเพิ่มเติมความรู้และประสบการณ์ให้กับกำลังทหารบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ผมคิดว่า ศัตรูคู่อาฆาตของจีน กลัวเรื่องกำลังทหารบ้านไม่น้อยที่น่ากลัวอีกอย่างหนึ่งคือ พลานุภาพด้านอวกาศและด้านสารสนเทศของกองทัพสนับสนุนยุทธศาสตร์ของจีน กองทัพนี้เป็นกองทัพที่ 5 ตั้งเมื่อ 31 ธันวาคม ค.ศ.2015 เป็นเหล่าทัพใหม่เอี่ยมอ่องและไม่เปิดเผยข้อมูลสู่ภายนอก ผมเชื่อว่า หน่วยข่าวทั้งหลายอยู่ในกองทัพที่ 5 นี่ล่ะครับ แล้วก็ยังเชื่ออีกว่า จีนเป็นประเทศหนึ่งที่พร้อมในเรื่องสงครามอวกาศ สงครามไซเบอร์ สงครามพลังแม่เหล็กไฟฟ้า ฯลฯระยะหลัง จีนส่งยานอวกาศไปโคจรรอบโลกเยอะมาก ส่งดาวเทียมทหารและพลเรือนไปอยู่ในวงโคจร ระบบดาวเทียมสื่อสาร และนำร่องของจีนมีความสามารถเท่าเทียมเท่ากับระบบดาวเทียมนำร่องกำหนดตำแหน่งจีพีเอสของสหรัฐฯเพราะความก้าวหน้าทางทหารอย่างสูงสุดของจีน ทำให้ผู้นำของประเทศที่พึ่งพาจีนมีความอุ่นใจ ไม่ต้องพึ่งจีนไปด้วย แคร์สหรัฐฯ ไปด้วยเหมือนแต่ก่อน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย