แก้ทุจริต เดินหน้าหรือถอยหลังรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งมี คสช.เป็นเปลือกหุ้มอยู่นั้น นโยบายด้านปราบปรามคอร์รัปชันจึงต้องสอดรับกัน อย่างเป็นเนื้อเดียวเพราะ คสช.หลังเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศได้ประกาศอย่างแน่วแน่ เหตุอย่างหนึ่งก็คือการทุจริตของรัฐบาลชุดนั้นคือนโยบายรับจำนำข้าวที่มูลค่าความเสียหาย 5 แสนกว่าล้านบาทนอกเหนือจากการปฏิรูปประเทศแล้ว การปราบปรามทุจริตก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่ทำให้รัฐบาล คสช.มีความชอบธรรมและเป็นความหวังอีกเรื่องหนึ่งของประชาชนแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็มีสมญาว่า “ปราบโกง”คือมุ่งเน้นไปที่กลไกการปราบปราม การป้องกัน ด้วยการสร้างกฎกติกาให้มีความเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจนนักการเมืองซึ่งถูกเพ่งเล็งมากที่สุด จึงมีกฎหมายที่มุ่งขจัดปัญหานับแต่เริ่มเข้าสู่เวทีการเมือง ต้องถูกตรวจสอบตั้งแต่แรกอีกทั้งกลไกซึ่งทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามโดยตรงคือองค์กรอิสระที่เรียกว่า ป.ป.ช.นั้น ได้ถูกจาระไนใหม่โดย กรธ.คือต้องมีคุณสมบัติระดับ “เทพ” ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ได้การกำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันจำนวน 9 คน หากมีคุณสมบัติต้องห้าม จะต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีมีบางคนจะต้องพ้นจากตำแหน่ง หาก ก.ม.ลูกว่าด้วย ป.ป.ช.ที่มีผลบังคับใช้ โดยเฉพาะ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ด้วยคนหนึ่งปูมประวัติของประธาน ป.ป.ช.ท่านนี้ คงทราบกันดีว่ามีความผูกพันสนิทสนมกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และญาติพี่น้องในตระกูลวงษ์สุวรรณ เป็นอย่างดีปรากฏว่าเมื่อ กรธ.ร่างเสร็จก็ส่งให้ สนช.พิจารณา กลับมีการแก้ไขใหม่คือกรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้ยังคงให้ทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะหมดวาระเรียกว่าชุบชีวิตให้อยู่ในเก้าอี้ต่อไปจึงมีคำถามว่า เป็นเรื่องถูกต้องและชอบธรรมหรือไม่ เพราะคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแต่เป็นเรื่องของแวดวงอำนาจอย่างไม่ต้องสงสัยกระทั่งได้มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า “ขัดรัฐธรรมนูญ” หรือไม่?ถ้าเปรียบเทียบกับ กกต. ซึ่งจะต้องถูก “เซ็ตซีโร่” ทั้งชุดแล้วมีเหตุอะไรจึงไม่ดำเนินการให้เป็นในลักษณะเดียวกันเอาอะไรใช้เป็นบรรทัดฐานตัดสินนี่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าขัดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ ซึ่งจะต้องใช้เวลามากพอสมควร ทำให้เข้าทางการเลือกตั้งที่จะต้องเลื่อนออกไปอีกแต่ที่กำลังสนใจกันอย่างยิ่งก็คือกรณี “นาฬิกาพี่ใหญ่” ซึ่ง ป.ป.ช.จะต้องตัดสินชี้ว่ามีความผิด หรือเป็น “นาฬิกาเพื่อน” ที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่การตัดสินของ ป.ป.ช. ถ้าออกมาว่ามีความผิดก็แล้วไป ทว่า พล.ต.อ.วัชรพล แม้จะร่วมลงคะแนนตัดสิน แต่ก็เกิดปัญหาทางใจแน่หรือออกมาว่าไม่ผิด เชื่อว่าเพื่อนให้ยืมใส่จริงๆ แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ผู้คนในสังคมจะเชื่อหรือไม่ ป.ป.ช.จะต้องเสียหายมากน้อยแค่ไหนอย่างประเมินมิได้การสร้างกลไก ป.ป.ช.ให้เข้มแข็ง ได้รับความเชื่อถือจากสังคม มีความโปร่งใส ยุติธรรม จะเกิดอะไรขึ้น การไม่ยอมรับจากสังคมแล้วการปฏิรูปมันก็จะ “ล้มเหลว” อย่างสิ้นเชิง.“สายล่อฟ้า”