เคยมืดหลังชนฝาจึงหาทางเจอ มี ‘ไบรท์’ เดินข้างเรียกว่ามาถึงจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังแฟนๆได้เห็นมุมใหม่ๆของนักร้องนักแต่งเพลงหนุ่ม “โต๋–ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” ที่ลุกมาจับงานหลากหลายทั้งคอมเมนเตเตอร์ ร่วมเป็น หน้ากากไก่ฟ้า จอมทะเล้นในรายการหน้ากากนักร้อง หรือแม้แต่ลุคหล่อโอปป้าสาวกรี๊ด จนถึงงานเพลงที่ล่าสุด โต๋ กลับมากับอัลบั้มล่าสุด “Chapter 1” พร้อมปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ “เก็บรักคืนมา” ให้รับไปจับจองซื้อบัตรงาน “Chapter 1” Live Showcase โชว์เคสเปิดอัลบั้มใหม่ในรอบ 5 ปี ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 มี.ค. 61 ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน อะไรทำให้เปลี่ยนไปขนาดนี้ “โต๋” เปิดหมดใจเล่าว่า... “แชปเตอร์วัน ไม่ได้เป็นแค่อัลบั้ม เป็นการรีสตาร์ตใหม่ ผมหายไปเกือบ 2-3 ปี แล้วก็กลับมาใหม่พร้อมอัลบั้มนี้ มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่เพลงแต่มันเปลี่ยนแปลงหมดที่ตัวเรา ความคิด วิธีการใช้ชีวิต เพลงเป็นแค่ปลายทางที่เปลี่ยน การโชว์ บุคลิก มันก็ทำมาสู่รูปแบบงานที่เปลี่ยนไป คนได้เห็นโต๋ในมุมอื่นๆ เช่น คอมเมนเตเตอร์ เป็นกรรมการ เป็นหน้ากากไก่ฟ้า มีความทะเล้นขี้เล่น จริงๆเราเป็นคนแบบนี้ แค่คนไม่เคยเห็น พอได้ทำเพลง 2-3 ปีในอัลบั้มนี้ มันทำให้เราเปลี่ยนเยอะ เหมือนได้ถอดสลักออกจากหัว ตัวตนที่เราได้พูด ได้เล่น ไม่มีความกลัว เหมือนรถที่ใช้นานถึงเวลามันก็ต้องยกเครื่องใหม่ มันคือการเปลี่ยนของเราแต่เรายังไม่รู้ว่าจะไปทางไหน รู้ว่าต้องเปลี่ยนแต่มันหาไม่เจอ วงการเพลงก็เปลี่ยน เทรนด์ของคนก็เปลี่ยน เราพยายามปรับความคิดวางแผนใหม่ เราก็ต้องนั่งคุยกับทีมดีไซน์ว่าโมเดลใหม่ที่ออกมาจะเป็นยังไง วาดรูปร่างของอัลบั้มแล้วค่อยทำ” แล้วได้อย่างที่ตั้งใจมั้ย? “เรียกว่าได้เกินกว่าที่ตั้งใจ ได้กลับมาในตัวเราเองด้วย มีหลายครั้งที่คิดว่าหรืออายุงานเบื้องหน้าของความเป็นศิลปินของเรามันหมดแล้ว แต่เรายังชอบและเราเป็นนักดนตรี ยังอยากทำงานตรงนี้ จริงๆไม่ได้คิดว่าเราจะกลับมายืนเหมือนทุกวันนี้อีกครั้งนะ” เหมือนแจ้งเกิดครั้งใหม่? “เหมือนได้มารู้จักกันอีกที ไม่ได้บอกว่าโต๋ศักดิ์สิทธิ์สมัยก่อนไม่ดีนะ ทุกอย่างมันดี ณ เวลา นั้น พอกลับมาใหม่เหมือนคนนี้เป็นคนใหม่ ผมเชื่อว่าเมื่อคุณรู้สึกหลังชนฝาไม่มีทางไปแล้วคุณถามตัวเองว่ายังอยากอยู่ต่อมั้ย ถ้าทำต่อก็ต้องดิ้นให้หลุด สู้และอดทนเดี๋ยวมันก็มีทางไป พอหลุดมาได้เราก็กลายเป็นอีกคน เพราะเราเคยหลังชนฝา ไม่มีความกลัวแล้ว เราเห็นคุณค่าของทุกๆวันทุกงาน”แฟนๆขยายกลุ่มใหม่ๆยังไง? “ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย ก็มีแฟนๆที่ติดตามตั้งแต่วันแรกๆและมีแฟนที่ติดตามด้วยเพลงชุดใหม่ วัยรุ่น กลุ่มวัยทำงาน เหมือนเค้าได้รู้จักโต๋จากสิ่งใหม่ๆ มีแฟนๆกลุ่มเด็กๆชอบหน้ากากไก่ฟ้า จนมาถึงพ่อแม่ผู้ใหญ่” แถมยังปรับลุคหล่อโอปป้าให้สาวๆได้กรี๊ด? “คงเพราะเราโตแล้วด้วยมั้ง ทุกอย่างมันอยู่ที่เรา พอเราเปลี่ยนจิตใจข้างใน เปลี่ยนมุมมอง มันออกมาเองเลยนะ ท่าทางสายตาด้วยจากที่เมื่อก่อนหลบหลังเปียโน เดี๋ยวนี้เล่นคอนเสิร์ตแทบลงเวทีทุกครั้ง ชีวิตมันเดินทางมาและพาให้ถึงวันนี้ อีกอย่างที่ทำให้มีวันนี้คือความปล่อยวาง และเปิดใจกับสิ่งใหม่ๆ ก่อนหน้านี้เราคิดว่าเราต้องพิสูจน์อะไรตลอดเวลาเพราะเราเป็นนักเปียโน พอเรายกทุกอย่างออกไปนะ ชีวิตผมโคตรมีความสุขเลย ขึ้นเวทีแล้วรู้สึกว่าไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใคร ทำอัลบั้มก็ต้องทำเองทุกอย่างเลยเหรอ ก็แบ่งส่วนต่างๆให้คนอื่นบ้าง เอาเวลาไปเจอผู้คน ไปเข้าใจใช้ชีวิต พอปลดกรอบในหัวแล้วมันสบายเลย” เพลงในอัลบั้มนี้เป็นที่รู้จักแล้วหลายเพลง? “ใช่ครับ ทำมา 2 ปี เพลง “ฝากมากับดวงดาว” “รักจริงๆ” “สักวันคงได้เจอ” “ปรากฏการณ์” “เวลาของเรา” เป็นเพลงที่คนรู้จักกันแล้ว และทำให้เป็นเพลงโต๋ในยุคนี้ได้จริงๆ และเราก็มาปล่อยอัลบั้มเต็มยังมีอีก 8 เพลงที่ยังไม่ได้ฟัง เพลงมันเข้าไปสู่กลุ่มคนใหม่ๆมากขึ้น ในผับก็ไปเล่นได้ เมื่อถอดออกว่าคุณต้องคีพเรื่องนั้นเรื่องนี้ เป็นซุปเปอร์แมน เมื่อไม่แบกมันสบายมากจริงๆ จะพูดจะแซวใครก็ได้ ผมก็เป็นคนปกติ เรื่องราวของเพลงก็เปลี่ยน ชีวิตจริงมันอาจจะไม่มุ้งมิ้งเหมือนตอนเราเด็กๆ มันไม่ได้สดใสอย่างเดียว เมื่อก่อนจะขาวๆ ตอนนี้มันมีความเทาๆหน่อย อกหักเศร้าสำหรับผมก็โสดเหงาแต่เดี๋ยววันนึงก็เจอ ต้องมีความคิดบวกแต่มันก็เหงาๆ”เริ่มต้นใหม่ปีนี้เรื่องหัวใจมีเรื่องตื่นเต้นมีข่าวดีกับสาว ไบรท์–พิชญทัฬห์ มั้ย? “ผมว่าชีวิตทุกคนมีวงจรของมัน ปีนี้ก็มีโปรเจกต์ต่างประเทศที่ต้องทำ มีเพลงจีนและมีเพลงสากลกับดารานักร้องฟิลิปปินส์ ปีนี้เป็นปีเริ่มใหม่ เหมือนย้ำในสิ่งที่เราทำมาว่าคืออะไร สำหรับผมชีวิตจริงก็มีแพลนของผม ก็มีจังหวะที่รออยู่ในหัวบ้างว่าตอนไหน ถึงเวลาเราก็บอก ตอนนี้เราทั้งคู่เหมือนยืนอยู่บนเวทีที่ใหญ่ที่สุดของสายงานของเรา เป็นโอกาสที่ต้องทำให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องนั้นก็มีโอกาสของมันเพราะเราจะอยู่ตรงนี้ไปตลอดก็ไม่ได้ สองอย่างมันไปคู่กันได้ ชีวิตด้านนี้ของเรามันซัพพอร์ตส่วนนึงที่เราเป็นเราวันนี้ ส่วนนึงเป็นเพราะเค้านะ มีคนให้ได้เข้าใจกัน ได้ดูแลกัน เวลาเราใช้ชีวิตจริงๆเราก็ใช้กัน ไปเดินเล่น กินข้าวข้างทางก็ไป เราเป็นคนธรรมดา” 6 ปีแล้ว ทำยังไงให้รักใหม่อยู่ตลอด? “มันแปลกนะ ทุกวันนี้ก็ยังเหมือนวันแรกๆที่เจอกัน เราเป็นยังไงกันมาตั้งแต่แรกเราก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีโปรโมชั่นอะไร”.