อากาศเย็นๆแวะเวียนมาให้ชื่นใจเป็นพักๆแต่ก็เป็นพักที่หายเหนื่อย ยิ่งถ้าได้เดินทางไปสูดอากาศดีๆในที่ไม่ไกลกรุงเทพฯ ก็จะยิ่งสดชื่นระรื่นหัวใจมากขึ้นแล้วจะรออะไรเล่า เก็บกระเป๋า สตาร์ตรถไปปลดปล่อย พักผ่อน เติมพลังบวกให้ชีวิตกันดีกว่า...สำหรับคนชอบอากาศเย็นๆจากภูเขา ที่ไม่ต้องไต่ระดับขึ้นดอยสูงมากนัก แนะนำที่นี่เลย พรีโม เพียซซ่า (PRIMO PIAZZA) เขาใหญ่ เมืองที่จำลองบรรยากาศของทัสคานี ในอิตาลี มาให้ได้ชื่นชมกันแบบชัดๆ ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาลี และดอกไม้สีสวยสดที่ช่วงนี้กำลังบานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ จนกลายเป็นสถานที่เช็กอินยอดนิยมลำดับต้นๆของเขาใหญ่ไปแล้วบนเนื้อที่กว่า 60 ไร่ ใกล้ๆเขาใหญ่ ได้รับการออกแบบให้เป็นหมู่บ้านโบราณอายุกว่า 500 ปีของอิตาลี ที่จำลองมาจากแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี จุดเด่นของหมู่บ้านในทัสคานี อยู่ที่สีสันของอาคารแต่ละหลังที่เน้นโทนสีส้มและเหลืองผสมกัน ซึ่งที่พรีโม เพียซซ่า ออกแบบอาคารด้วยการนำอิฐมอญมาเป็นองค์ประกอบในการก่อสร้าง จนกลายเป็นมุมถ่ายภาพที่สวยแปลกตาและหลากหลาย จัตุรัสใจกลางพรีโม เพียซซ่า. กุญแจคล้องใจที่หอคอยพรีโม.เดินตรงเข้าไปด้านใน จะมีลานอเนกประสงค์ และบ่อน้ำ ที่ทำให้เหมือนจัตุรัสในยุโรป โดยบริเวณรอบๆสามารถเดินเชื่อมกันได้ โดยมีอาคารและหอคอย ซึ่งบนหอคอยมีกิจกรรมคล้องกุญแจ เป็น Gimmic เล็กๆสำหรับคู่รักที่แวะมาเยือน ให้ได้ผูกสัญญารักร่วมกันไว้ ไม่ต้องไปไกลถึงหอคอยโซลหรือหลายๆที่ในยุโรป ประมาณว่าอยู่เมืองไทยก็โรแมนติกได้ แถมยังเป็นจุดที่สามารถชมวิวโดยรอบของ พรีโม เพียซซ่า สามารถถ่ายรูปเพื่อเช็กอินหลากหลายจุดและไม่ว่าคุณจะอยู่มุมไหนของพรีโม เพียซซ่า สิ่งที่สัมผัสได้ คือ ความสนุกสนาน และความรู้สึกอบอุ่นอย่างลงตัว ด้วยความน่ารักของการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดตั้งแต่ทางเดินที่ปูด้วยอิฐชิ้นเล็กๆ เชื่อมต่อสู่โซน Primo Windmill หรือกังหันอิตาลี ที่ตั้งตระหง่านรายล้อมด้วยดอกไม้หลากสีสัน และทุ่งปอเทืองสีเหลืองบานสะพรั่งเติมเต็มความสุขและความประทับใจสุดๆหลังถ่ายรูปชิลๆแล้ว อย่าลืมแวะไปสัมผัสความน่ารักของ แกะเมอริโน แกะขนนุ่ม ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในตุรกีและตอนกลางของสเปน ยัง ยังไม่พอ ยังมีความน่ารักของ เจ้าอัลปาก้า ขนปุกปุย สัตว์ตระกูลอูฐ ที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ มันเป็นสัตว์ที่หน้าตาน่ารัก ปากนิดจมูกหน่อย แถมยังเชื่อง เพราะเราสามารถสัมผัสตัว คลุกคลีเล่นด้วยได้อย่างสบายๆ และถ้าไปเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ เราจะได้เห็นเจ้าอัลปาก้ามายืนต้อนรับผู้มาเยือนอยู่ที่ด้านหน้า เหมือนเป็นประชาสัมพันธ์ เด็กๆชอบเอาหญ้าไปให้เจ้าอัลปาก้า เป็นรางวัลในความเป็นมิตรของมันและถ่ายภาพราวกับมันเป็นเซเลบ เรียกว่าเป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว โรงเลี้ยงเมอริโน..แกะขนนุ่มจากตุรกี. อัลปาก้า..สัตว์ตระกูลอูฐขนปุย.อ้อ! ยังมี เจ้าดองกี้ ลาแคระใจดี ขี้เล่น ไม่ดุร้าย ที่เดินทางมาไกลจากออสเตรเลีย แต่ก็คุ้นกับผู้มาเยือนทุกคนที่สามารถถ่ายรูป ให้อาหาร ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความเพลิดเพลินเติมความสุขกันเต็มที่เดินเล่นอย่างมีความสุขจนเหนื่อยแล้ว ก็ได้เวลาเติมคาเฟอีนกันหน่อย สำหรับคอกาแฟตัวจริง ไม่ควรพลาดความอร่อยของ กาแฟสูตรเฉพาะที่ พรีโม คาเฟ่ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟสายพันธุ์อาราบิกา ที่ได้รับการคัดสรรจากฝรั่งเศส ทำให้เมนูกาแฟที่นี่มีกลิ่นหอมกรุ่นเป็นเอกลักษณ์ เรียกว่าแค่เปิดประตูเข้าไปในร้าน กาแฟ ก็จะได้สัมผัสกับกลิ่นหอมของกาแฟแตะจมูก ผสานกับบรรยากาศ ในคาเฟ่ ที่จัดตกแต่งอย่างสวยงามลงตัว มีทั้งโซนภายในร้านที่สงบ เรียบหรู และภายนอกที่นั่งสัมผัสอากาศหนาวเย็นของลมธรรมชาติ เหมือนได้นั่งจิบกาแฟอยู่ต่างประเทศเลยทีเดียวเจ้าภาพแนะนำเครื่องดื่มสูตรเฉพาะ ชื่อ PRIMO PIAZZA ให้ลองชิม กับเบเกอรี่หอมกรุ่น โดยเฉพาะบานอฟฟี่เค้ก ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับความหอมหวานของกล้วยหอม เค้ก และครีม ที่เข้ากันอย่างพอดิบพอดี กินกับกาแฟร้อนๆ แก้วโปรด ไม่ว่าจะเป็นเอสเพรสโซ หรืออเมริกาโน ก็ได้อารมณ์สุนทรีย์ท่ามกลางอากาศเย็นแต่ไม่หนาวของเขาใหญ่ หรือใครไม่ชอบกล้วยก็มีเค้กมะพร้าวอ่อน เป็นอีกสุดยอดเมนูของเบเกอรี่ที่นี่งานนี้ เราผู้พิสมัยความหวานของขนมและความหอมของกาแฟ ไม่พลาดทั้ง 2 เมนู เนื้อมะพร้าวอ่อน หอมหวาน ครีมนุ่มละมุน จัดชิ้นพอดิบพอดี กินกับคาปูชิโนแก้วโปรด...ฟินๆๆๆสุดๆขอบอก ด้านหน้าร้านกาแฟในพรีโม เพียซซ่า. กระซิบเบาๆว่า เบเกอรี่ที่นี่ไม่เน้นหวาน เป็นเบเกอรี่อ่อนหวาน เพราะใส่ใจในเรื่องสุขภาพ แถมพรีโม เพียซซ่า ยังสมนาคุณลูกค้าด้วยส่วนลด 10% หากยื่นบัตรผ่านประตูพร้อมกับจ่ายค่ากาแฟด้วยใครที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวท้าลมหนาวในช่วงนี้ หรือมองหาที่ที่อยากไปโรแมนติกเบาๆกับคนรู้ใจ แนะนำที่นี่เลย ไปเสพความสุขเต็มอิ่มใกล้ๆกรุงเทพฯ ทั้งอิ่มท้อง อิ่มใจ และยังได้รูปสวยๆเก๋ๆในบรรยากาศสุดคลาสสิกกลับไปอีกด้วยบัตรผ่านประตูสำหรับผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท เปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นทั้งคนสุนทรีย์ และโรแมนติก ไม่ควรพลาดชีวิตไม่ใช่เครื่องจักร เหนื่อยนักก็พักบ้าง...แล้วจะรู้ว่าเวลาที่ทั้งร่างกายและหัวใจได้หยุดพัก มันทั้งสุขและอิ่มขนาดไหน...!!!