คัมภีร์พุทธศาสนา บอกว่าเหตุที่มนุษย์แตกตื่นวุ่นวาย จนใช้คำว่า “โกลาหล” นั้น มี 5 อย่างโลกจะพินาศ พระเจ้าจักรพรรดิจะอุบัติขึ้นในโลก พระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นในโลกทวยเทพทั้งหลายวุ่นวายค้นหาว่า อะไรคือมงคลที่แท้จริง และกาลที่ภิกษุรูปหนึ่งจะทูลถามพระพุทธเจ้าถึงข้อปฏิบัติของมุนี (ผู้รู้)ในหนังสือสาระจากพระไตรปิฏกเล่มที่ 2 อาจารย์ อิศริยา นุตสาระ ค้นคว้าเรื่องมงคลโกลาหลมาเรียบเรียงไว้ ละเอียดพิสดารชาดกเรื่องหนึ่งที่พระพุทธองค์ยกมาแสดงในสมัยพระเจ้ากรุงพาราณสี คนง่อยเปลี้ยเสียขาคนหนึ่ง มีวิชาดีดกรวดไปเจาะใบต้นไทร ให้เป็นรูปกระต่าย ช้าง ม้า หรือสัตว์อะไรก็ได้ทุกๆวัน พวกเด็กจะอุ้มเขาไปใต้ต้นไทร บอกให้ดีดกรวดใส่ใบไม้ตามใจชอบ แล้วก็เอาขนมนมเนยให้เป็นรางวัลวันหนึ่ง พระราชาพาราณสีเสด็จผ่าน เด็กๆรีบอุ้ม “บุรุษเปลี้ย” เข้าไปซ่อนในย่านไทร พระราชาเห็นก็ชอบพระทัย สั่งให้หาตัวบุรุษเปลี้ยเข้าเฝ้า มอบภารกิจ “ลับเฉพาะ” ให้ทำทุกครั้งเมื่อพระราชาเสด็จออกว่าราชการแผ่นดิน ปุโรหิตปากกล้า ไม่ว่าจะมีเรื่องเล็กน้อยอะไร ก็มักจะพูดจายืดยาว จนพระราชาทรงเหลืออดเหลือทนทันทีที่ปุโรหิต อ้าปากพูด บุรุษเปลี้ยที่ซ่อนตัวหลังม่าน ก็ดีด “ขี้แพะ” เข้าปาก ปุโรหิตกัดฟันกลืนลงไป พออ้าปากจะพูดอีกก็ดีดกรวดเข้าใส่หมดขี้แพะหนึ่งทะนาน พระราชาจึงบอกความจริง ปุโรหิตอับอายมากพระราชา ทรงให้รางวัลชุบบุรุษเปลี้ยมากมาย มีขายคนหนึ่งเลื่อมใส ขอเรียนวิชา จนเจนจบแล้ว ก็บอกอาจารย์ว่า จะเอาไปใช้กับแม่โค หรือคนที่ไม่ชอบบุรุษเปลี้ยทัก วัวและคนล้วนมีค่า เมื่อตายจะเอาเงินที่ไหนไปใช้ ควรเลือกดีดกรวดใส่คนกำพร้า ไร้ญาติขาดมิตรศิษย์บุรุษเปลี้ยออกเดินทางเจอนักบวช ก็ใช้เป็นเป้าแรกดีดกรวดเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา นักบวชนั้นเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ชื่อ สุเนตตะ ท่านรู้ว่าถึงเวลา ก็เหาะไปนิพพานที่บรรณศาลาชาวบ้านเคยไปกราบไหว้ท่านกำลังสงสัย...ศิษย์บุรุษเปลี้ย ก็เข้าไปคุยอวด“ฝีมือดีดกรวดของเราเอง”ชาวบ้านรู้ก็ช่วยกันรุมฆ่าศิษย์บุรุษเปลี้ยตายไปเกิดเป็นเปรต ปรากฏค้อนทุบหัวแหลกแล้วตาย ฟื้นขึ้นมาก็ถูกค้อนทุบหัวต่อไปเรื่อยๆพระพุทธเจ้าสอนว่า คนพาลผู้มีปัญญาทราม มีตนดั่งเป็นข้าศึก เป็นผู้ทำลายและทำร้ายตนเอง เที่ยวทำกรรมชั่วทั้งกาย วาจาใจ ย่อมได้รับผลคือ ความทุกข์ ความเดือดร้อนในชีวิตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนิพนธ์ เรื่อง มงสูตรคำฉันท์ บทแรกไว้ดังนี้อเสวนา จ พาลานัง ปัณฑิตา จ เสวนา ปูชา จ ปูชนียานัง เอตัมมังคลมุตตมังหนึ่งคือบ่คบพาล เพราะจะพาประพฤติผิด หนึ่งคบกะบัณฑิต เพราะจะพาประสบผล หนึ่งกราบและบูชา อภิปูชนีย์ชน ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดีตัวอย่าง การคบบัณฑิต นึกถึงเรื่อง ตูน บอดี้สแลม ก็ชัดเจนนะครับ แต่เรื่องการคบพาล ที่ ร.6 ท่านว่า จะพาประพฤติผิดนั้น ผมยังนึกตัวอย่างไม่ออก...ใครรู้ช่วยบอกมาที.กิเลน ประลองเชิง