ภาพจาก : Google Mapสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมตาม ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ไปเยือนตัว อ.เมืองมะริด และ อ.ตะนาวศรี จ.มะริด ภาคตะนาวศรี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา การเดินทางครั้งนี้เราใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-จ.ประจวบคีรีขันธ์+เมืองมูด่อง-เมืองมะริดเรียนก่อนครับว่าภาคตะนาวศรีประกอบไปด้วย 3 จังหวัด คือ จ.ทวาย จ.มะริด และ จ.เกาะสอง จังหวัดมะริดมีประชากร 8 แสน เฉพาะอำเภอเมืองมะริดมีประชากรตามทะเบียนบ้าน 2.5 แสน และคนที่อื่นมาทำงานอีก 1.5 แสน รวมเป็น 4 แสนคนจังหวัดมะริดประกอบด้วย 2 เมือง 4 อำเภอ คือเมืองมูด่องที่ติดกับด่านสิงขรของประจวบคีรีขันธ์ และเมืองปะเล่าที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือติดกับจังหวัดทวาย ส่วนอำเภอก็มีอำเภอเมืองมะริด อำเภอตะนาวศรี อำเภอปะล้อ และเกาะในจังหวัดมะริดมากกว่า 800 เกาะรวมกันเป็นอำเภอจ้นซุจังหวัดมะริด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดเพชรบุรีเป็นเส้นทางการค้าขายโบราณเก่าแก่กว่า 1,000 ปี สมัยโน้นมีการค้าขายระหว่าง 2 อารยธรรมคือจีนและเปอร์เซีย เรือสินค้าของ 2 มหาอำนาจไม่ใช้ช่องมะละกา หรือลอมบอก เพราะมีโจรสลัดมากแถมยังต้องแล่นเรืออ้อมเสียเวลาเพิ่มอีกหลายสัปดาห์พ่อค้าจีนและเปอร์เซียใช้เส้นทางที่สั้นและปลอดภัยที่สุด แล่นเรือเข้ามาในอ่าวไทย ตรงไปที่เพชรบุรี และล่องไปตามแม่น้ำกุยบุรี แม่น้ำท่าแพ แม่น้ำสิงขร แม่น้ำสองช่อง แม่น้ำตะนาวศรีน้อย แม่น้ำตะนาวศรีใหญ่ จากนั้นไปออกทะเลอันดามัน และไปมหาสมุทรอินเดีย จากนั้นจึงไปเปอร์เซีย หรืออิหร่านในปัจจุบันสมัยก่อน ป่าไม้ยังสมบูรณ์ น้ำในแม่น้ำลำคลองมีเยอะกว่านี้มาก มีคนที่สนใจประวัติศาสตร์ไปค้นคว้าหาวรรณกรรมและเรื่องเล่าสมัยเก่าเอามาใช้ประมาณการกันว่าปริมาณน้ำในปัจจุบันมีเพียงร้อยละ 5 ของปริมาณน้ำสมัยที่เรือยังล่องไปมาได้เมืองทวายและตะนาวศรีเป็นของไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ตอนหลังเราเสียให้พม่า เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมีชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีแล้ว พ.ศ.2135 ก็ทรงให้เจ้าพระยาจักรีและพระยาพระคลังยกทัพไปตีทวายและเมืองตะนาวศรีคืนมาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แม้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองลพบุรีเป็นราชธานี แต่ที่กรุงศรีอยุธยาก็ยังเป็นศูนย์กลางการค้าขายกับชาวต่างประเทศ พ่อค้าฝรั่งเศสบันทึกไว้ว่า “ในชมพูทวีป ไม่มีเมืองใดที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าได้มากเท่าสยาม สินค้าชนิดใดก็ตาม เมื่อได้ส่งเข้าไปในสยามแล้ว เป็นอันขายได้ดีมาก และการซื้อขายกันนี้ก็ใช้เงินสดทั้งนั้น”เมืองท่าของไทยสมัยนั้นก็มีมะริด ตะนาวศรี ภูเก็ต ปัตตานี สงขลา นครศรีธรรมราช เพชรบุรี และบางกอก สินค้าที่ค้าขายกันก็มีเนื้อไม้ หมาก ดีบุก ฝาง ช้าง เกลือสินเธาว์ ตะกั่ว งาช้าง เหล็ก ข้าวโพด น้ำตาล ไม้ซุง เขาสัตว์ ไหมดิบ ทองขาว และทองแดง พ่อค้าชาวต่างชาติที่ค้ากับสยามก็มีจีน มลายู และเปอร์เซีย ซึ่งชาติเหล่านี้ค้าขายกับสยามมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วสินค้าเด่นที่สุดที่กรุงศรีอยุธยาซื้อจากเปอร์เซียผ่านตะนาวศรีก็คือม้าเปอร์เซียที่ตัวใหญ่สง่างามมาก ส่วนสินค้าสยามที่เด่นที่สุดในการส่งออกไปขายที่อินเดียกับศรีลังกาก็คือช้าง (ทั้งที่อินเดียมีช้างเยอะ? แต่ในที่ค้นคว้ากันมาบอกว่าขายได้ราคาสูงกว่าที่สยามถึง 4 เท่า)ต่อมา แม่น้ำตื้นเขิน ทำให้การล่องเรือทำไม่ได้ ที่ยังมีบันทึกอยู่เป็นทางการก็คือเมื่อ 76 ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นพาอองซานมากรุงเทพฯ และตั้งกองทัพพม่าเมื่อ 25 ธันวาคม พ.ศ.2484 พอถึง 29 ธันวาคม อองซานกับกองทัพญี่ปุ่นก็ล่องแพแม่น้ำกุยบุรี ไปต่อแม่น้ำท่าแพ และขึ้นบกที่ท่าแพ เดินทัพต่อไปยังตะนาวศรี จากตะนาวศรีก็ลงเรืออีกครั้งเพื่อไปโจมตีมะริดเมื่อ 9 มกราคม พ.ศ.2485 ตอนนั้นอังกฤษต้านไม่ทันก็เลยถอนทัพ อองซานกับญี่ปุ่นจึงแบ่งกำลังออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งไปตีเกาะสอง อีกส่วนหนึ่งไปตีทวายและไปตีต่อที่ย่างกุ้งทางเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกและอินเดียหายไปนานครับ ขณะนี้กำลังได้รับการรื้อพื้นใหม่ในรูปของถนน ซึ่งจะมีการส่งมอบกันในวันที่ 31 ธันวาคม 2561ความสำคัญของมะริด ทวาย ประจวบฯและเพชรบุรี กำลังกลับมา.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com