RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil)...การผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อชุมชนเกิดจากความต้องการบริโภคปาล์มน้ำมันทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น ทั้งรูปแบบน้ำมันปาล์มและไบโอดีเซล ทำให้เกิดการขยายพื้นที่ปลูก ส่งผลเสียต่อสังคมสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ อย่างอินโดนีเซีย และมาเลเซีย การสำรวจขององค์กรอนุรักษ์ป่าไม้และพิทักษ์สัตว์ป่า พบว่า การแผ้วถางป่ามาปลูกปาล์มในอินโดนีเซียในระยะ 12 ปีที่ผ่านมา ทำให้ลิงอุรังอุตังลดจำนวนลงจาก 315,000 ตัว เหลือเพียง 5,000 ตัวที่สำคัญสองประเทศผู้ปลูกปาล์มรายใหญ่กำลังเสี่ยงต่อการสูญเสียพื้นที่ป่าฝนเขตร้อนอีกกว่า 98% ในอีก 15 ปีข้างหน้า หากยังไม่มีมาตรการใดหยุดการแผ้วถางป่าเช่นนี้องค์กรนี้เลยร่วมกับบริษัทผู้ใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบผลิตสินค้า ในอังกฤษ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ มาเลเซีย และเนเธอร์แลนด์ จึงตั้งมาตรฐาน RSPO เมื่อปี 2547เป็นที่น่าสังเกต มาตรฐานนี้เกิดหลังจากน้ำมันปาล์มของเอเชีย เข้าไปตีตลาดในยุโรป แทนที่น้ำมันแรปซีด (คาโนลา) ที่เคยนิยมบริโภคในยุโรปไม่ว่ามาตรฐานนี้จะเกิดจากความต้องการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือต้องการกีดกันทางการค้า...แต่ถือเป็นประโยชน์กับประเทศต้นทางผลิต รวมถึงไทย เพราะยึดโยงหลักการ 8 ประการ1.ความโปร่งใส, 2.ทำตามกฎหมายและระเบียบ, 3.สร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจในระยะยาว, 4.ทำตามวิธีการดูแลรักษาปาล์มน้ำมันที่ดี, 5.ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม, 6.รับผิดชอบต่อลูกจ้างและชุมชน, 7.ปลูกปาล์มใหม่อย่างมีความรับผิดชอบ, 8.พัฒนาสวนปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่องปัจจัยสำคัญ...ต้องปลูกในที่ดินมีเอกสารสิทธิ ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด มีการป้องกันดิน น้ำ สภาพแวดล้อม อาทิ ใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็นตามความเหมาะสม ลดการปนเปื้อนสารเคมีในน้ำ ดิน จัดเก็บภาชนะบรรจุสารในที่เหมาะสม ฟื้นฟูดิน น้ำ ที่สำคัญห้ามเผาในทุกกรณีพรุ่งนี้มาดู ทำไมเราต้องเข้ามาตรฐาน เข้าแล้วได้ประโยชน์อะไร...แล้วใครจะได้ประโยชน์.สะ-เล-เต