ปฏิรูปประเทศ อีกความหวังคนไทยกว่าจะเดินหน้าได้เต็มตัวก็ต้องผ่านคณะทำงานมาแล้ว 2 ชุด คือ สปท.-สปช. จนมาถึงชุดที่ 3 คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน 11 คณะ รวมทั้งสิ้น 150 คนหลังจากที่ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการเพื่อปฏิรูปประเทศมีผลบังคับใช้ก็ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการฯ โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปีมีอำนาจหน้าที่ 6 ประการ1.กำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำร่างแผนการปฏิรูปประเทศโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ2.พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแผนการปฏิรูปประเทศ3.กำหนดวิธีการมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศ4.เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเสนอแนะต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในเรื่องการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป5.กำหนดตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการตามแผนปฏิรูปเพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องใช้ในการประเมินผล6.ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายหรือตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมอบหมายนอกจากนั้นมีอำนาจติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล เนื่องจากต้องทำหน้าที่ควบคุมกำกับหน่วยงานรัฐให้ดำเนินการปฏิรูปเพื่อให้การทำงานสอดประสานกันไม่ให้เกิดปัญหาคงได้เห็นรายชื่อคณะกรรมการแต่ละคณะทั้ง 11 ด้านไปแล้ว ใครเป็นใครดูกันก็แล้วซึ่งมีรายชื่อคนเก่าๆ ที่เคยทำงานด้านนี้มาแล้วมีคนใหม่ๆหลายคนเข้ามาทำหน้าที่จะพูดว่าเป็น “เหล้าเก่าในขวดใหม่” คงไม่ได้ แต่เป็นการประสานระหว่างคนเก่า-คนใหม่ ดูหน้าดูตากันแล้วก็พอไปวัดไปวาได้ต้องยอมรับว่าบุคคลที่เคยทำหน้าที่ทั้งในส่วนของ สปท. และ สปช.นั้นว่าที่จริงก็มีทั้งคนที่ตั้งใจทำงานแต่ไม่ออกข่าว ที่ออกข่าวก็ไม่ค่อยมีผลงาน ที่มีผลงานบ้างไม่มีผลงานบ้างก็พอมีแต่หลายคนมุ่งหวังเพื่อโชว์ตัวเพื่อหวังผลทางการเมืองในอนาคตยิ่งไปกว่านั้นยังมีพวกที่ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่รู้จักภารกิจที่ได้รับมอบหมายจนทำให้เกิดปัญหายุ่งยากสังคมสับสนไปหมดและยังมีอีกครับ...พวกชอบสร้างข่าวดังส่งเสียงเชียร์ คสช. จนออกนอกหน้าเพื่อหวังตำแหน่งในก้าวต่อๆไปส.ว.250 คนไงล่ะครับ...ที่แน่ๆ อีกเช่นกันเงินงบประมาณแผ่นดินที่ต้องจ่ายให้ สปท.-สปช.ไปไม่ใช่น้อยเหมือนกัน และจะต้องมาจ่ายให้คณะกรรมการชุดใหม่อีกไม่น้อยและจะอยู่ในตำแหน่งยาวถึง 5 ปีด้วยก็หวังว่าชุดสุดท้ายนี้จะทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบมุ่งประโยชน์ต่อชาติและประชาชนอย่างแท้จริงเพราะการปฏิรูปประเทศครั้งนี้หากสามารถทำให้สำเร็จอย่างน้อยก็สัก 70-80% ก็จะเป็นประโยชน์อย่างสูงไม่ใช่เพื่อ คสช.-รัฐบาล หรือนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่อย่างใด เพราะมันหมายถึงอนาคตข้างหน้าที่สดใสและแวววาวฉะนั้น คณะกรรมการทุกคนจึงมีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบด้วย.“สายล่อฟ้า”