เริ่มโผล่มาให้เห็นเรื่อยๆ การจับกุมแก๊งปลอมแปลงเอกสาร “สวมทะเบียนรถ” และ “จดทะเบียนปลอม” ที่สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก ให้กับชาวบ้านที่ซื้อรถมือสองจากเต็นท์หรือตัวแทนจำหน่ายสุดท้ายกลาย เป็นรถที่มีการสวมซากสวมทะเบียนปลอม เป็น “รถเถื่อนผิดกฎหมาย”เป็นภัยที่มีผลกระทบโดยตรงระบบเศรษฐกิจของชาติแต่ก่อนไม่มีการจับกุม เพราะคนร้ายเป็นกลุ่มแก๊ง ขบวนการใหญ่ แบ่งหน้าที่กันทำ มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องช่วยเหลือสนับสนุนขยายเป็นเครือข่ายกลุ่มผลประโยชน์ที่มีความสลับซับซ้อนทำเอกสารขึ้นมาเนียนตา ตรวจหาไม่เจอยังดี ตำรวจ 191 ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว เป็นหน่วยแรกเริ่มขยายผลจากการขายรถสปอร์ตหรู ซึ่งกลุ่มคนร้ายนำมา “สวมทะเบียน” เปิดขายในเฟซบุ๊กส่วนตัว เฉพาะกลุ่มคนนิยมเล่นรถหรูนำเข้าราคาแพงพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. เห็นปัญหา จัดทีมเข้าสืบสวนขยายผล เกาะติดสืบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งขายรถเถื่อน สวมทะเบียน และกลุ่มรับจ้างทำป้ายทะเบียนปลอมตามกันมาหลายเดือน และพบความที่ไม่ชอบมาพากลของขบวนการขายรถเถื่อนมีผลประโยชน์มหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้องก่อนเปิด “ยุทธการค้นรังโจร” ทั่วประเทศ 27 จุด มี พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. และ พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. เป็นตัวหลักเข้าค้นรถของกลาง แท่นปั๊มทะเบียนปลอม คู่มือรถที่เปิดขายออนไลน์ เป็นที่รู้กันในกลุ่มผู้ใช้รถหรูนำเข้าหลบเลี่ยงกฎหมาย และกลุ่มผู้ค้าเต็นท์รถมือสอง เป็นลูกค้าใช้บริการน่าตกใจที่พบข้อมูล “คนมีสี” มีเอี่ยวกับขบวนการปลอมทะเบียน และค้ารถเถื่อนนำเข้าไม่แปลกที่ไม่เคยมีใครสงสัยหรือจับได้มาก่อน เพราะ “คนมีสี” ที่มาเกี่ยวข้องมีความเชี่ยวชาญ รู้ลึกขั้นตอนตรวจสอบรถเถื่อน รู้วิธีการ หลบเลี่ยงจับกุม เป็นการนำความรู้ที่มีอยู่นำไปใช้ในทางที่ผิดเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์กลายเป็นอาชญากรรมที่น่ากลัว คนร้ายมีเครือข่ายข้ามชาติ นำรถที่โจรกรรม สวมทะเบียน หรือหลุดจำนำไปเปลี่ยนแปลง นำไปก่ออาชญากรรม ขนยาเสพติด แก๊งเงินกู้นอกระบบ และหลอกขายตลาดรถมือสองการนำร่องตรวจค้นเป้าหมายทั่วประเทศของ 191 ทำให้เครือข่ายสีเทาเริ่มผุดให้เห็นเรื่อยๆล่าสุด ตำรวจกองปราบฯ ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จับกุมเครือข่ายปลอมแผ่นป้ายทะเบียน จากการโฆษณาขายทางเฟซบุ๊ก อยู่ระหว่าง ขยายผลจับยกทีม ที่สำคัญต้องตัดตอนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องเสียก่อนไม่อย่างนั้นแก๊งนี้ไม่มีทางหมดไปได้.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th