ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สหพันธ์นักศึกษาแห่งชาติเวียดนามนครโฮจิมินห์ (Vietnam National Union of Students of Ho Chi Minh City) ได้เปิดค่ายอาสาพัฒนาภาคฤดูร้อน ประจำปี 2560 (Green Summer Volunteer Campaign 2017) โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเช้าวันที่ 16 ก.ค.2560 ที่ ต.หีบ–เฟือก อ.หญ่า–แบ่ นครโฮจิมินห์ปีนี้พิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการเชิญนักศึกษาในประเทศอาเซียนเข้าร่วมด้วยเป็นครั้งแรก จาก 2 ประเทศ ได้แก่ ไทย และมาเลเซีย รวมนักศึกษาเวียดนามด้วย มีนักศึกษาเข้าร่วมค่ายอาสาฯ ปีนี้กว่า 5,000 คน นักศึกษาไทยช่วยทำความสะอาดอาคารบ้าน เรือนให้กับชาวบ้านของเวียดนาม.ส่วนนักศึกษาจากประเทศไทยเข้าร่วมจำนวน 21 คน จาก 7 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมานางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ และ นายบัณฑิต ทิพากร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาแห่งชาติ นำนักศึกษาไทยทั้ง 21 คน เข้าร่วมพิธีเปิดด้วยตนเอง เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยพบปะสังสรรค์กับนักศึกษาเวียดนามและมาเลเซีย พร้อมเผยแพร่วัฒนธรรมการไหว้สวัสดีตามประเพณีไทย เป็นที่ประทับใจของทุกคนสำหรับ โครงการค่ายอาสาพัฒนาภาคฤดูร้อนประจำปี 2560 เป็นกิจกรรมค่ายอาสาสมัครด้านสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ชุมชนยากไร้ ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคกลางและภาคใต้ของเวียดนาม จัดโดย สหพันธ์นักศึกษาแห่งชาติเวียดนาม นครโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นกลไกภายใต้ สหพันธ์เยาวชน นครโฮจิมินห์ ฝึกการใช้ชีวิตตามวิถีชนบทเวียดนาม ด้วยการทำอาหารรับประทานกันเอง. นักศึกษาไทยช่วยดูแลและสอนภาษาให้กับเยาวชนของเวียดนาม อย่าง อบอุ่นและเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น.โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำติดต่อกันมา 23 ปี ครั้งนี้จัดเป็นปีที่ 24 และประเทศไทยส่งนักศึกษามาร่วมเป็นอาสาสมัครเป็นครั้งแรก ในแต่ละปี มีอาสาสมัครเยาวชนชาวเวียดนามเข้าร่วมมากกว่า 50,000-60,000 คนวัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคมของเยาวชนผ่านกิจกรรมการพัฒนาชนบทต่างๆ และการทำงานเป็นหมู่คณะ เช่น การปรับปรุง-พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน การสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนท้องถิ่น การซ่อมแซมบ้านพัก ปรับปรุงโรงเรียน และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับคนท้องถิ่น เป็นต้น ช่วยกันทำความสะอาดพื้นบ้านให้กับชาว เวียดนามอย่างขะมักเขม้น ที่บ้านพักอาศัย. กิจกรรมพัฒนาท้องถิ่น นักศึกษาไทยช่วยกันเก็บขยะในหมู่บ้านของชาวเวียดนาม.การจัดให้นักศึกษาไทยเข้าร่วมโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้บันทึกการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ และ สหพันธ์นักศึกษาแห่งชาติเวียดนามนครโฮจิมินห์ ซึ่งลงนามกันเมื่อปี 2559 ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาไทยในการคัดเลือกนักศึกษาเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 21 ราย จาก 7 มหาวิทยาลัยนักศึกษาไทยเหล่านี้เป็นเสมือนยุวทูตในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทย และเป็นการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีของประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนส่งเสริมทักษะในด้านต่างๆของเยาวชนอย่างรอบด้าน นายจิรัฏฐ์ เหลียวรักธรรม นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในนักศึกษาไทย.นายบัณฑิต ทิพากร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการควรดำเนินการเป็นขั้นตอน เริ่มจากการส่งนักศึกษาไปเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมในประเทศเพื่อนบ้าน เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาและการบริการทางสังคม และส่งนักศึกษามาฝึกงานในลักษณะสหกิจศึกษาต่อไป เพื่อพัฒนาให้เยาวชนไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ และมีความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายถิ่นในการทำงานทั้งในประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต ซึ่งปัจจุบันได้รวมตัวเป็นประชาคมแล้วขณะที่ นางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ กล่าวว่า โครงการค่ายอาสาฯครั้งนี้เป็นประโยชน์กับเยาวชนไทย เพราะเป็นโอกาสได้สร้างเสริมประสบการณ์ในต่างประเทศ เรียนรู้วัฒนธรรม สังคม และการทำงานร่วมกับเยาวชนประเทศอื่น นางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ผู้ประสานงานและดูแลนักศึกษาไทย.“โครงการนี้เป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างกันของเยาวชนทั้ง 3 ประเทศ ในบริบทของการเป็นประชาคมอาเซียน เพราะความสัมพันธ์และมิตรภาพในระดับเยาวชนและประชาชนถือเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือในระดับประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สำหรับตัวนักศึกษาเองทุกคนต่างดีใจที่ได้รับคัดเลือกมาเข้าร่วมโครงการ แต่ละคนต่างตั้งใจทำกิจกรรมและภารกิจที่ได้รับออกมาให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย” นางอุรีรัชต์ กล่าวด้าน นายจิรัฏฐ์ เหลียวรักธรรม นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชั้นปีที่ 4 เปิดเผยความรู้สึกว่า ได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ได้ประสบการณ์การอยู่ร่วมกับชาวต่างชาติ ได้เรียนรู้การสื่อสารพื้นฐานกับเพื่อนชาวเวียดนามในทุกๆกิจกรรม รวมทั้งการได้ทำกิจกรรมปรับปรุงแปลงผัก สำหรับใช้ปลูกผักและสมุนไพรให้เด็กๆในโรงเรียน นอกจากนี้ยังได้ทำกิจกรรมบำรุงพื้นถนนภายในเขตหญ่า-แบ่ เรียนรู้การใช้เทคนิคที่ได้จากการเรียนมาใช้ในชีวิตจริง“การใช้ชีวิตอยู่ที่เวียดนามเป็นระยะเวลาถึง 15 วัน พวกเรานักศึกษาไทยในกลุ่มเขตหญ่า-แบ่ ได้อยู่ร่วมกับชาวเวียดนามรวม 20 คน ภายในบ้านของชาวบ้านท้องถิ่น ต้องทำอาหารทานเองในทุกมื้อ และต้องมีการจัดการ การใช้ชีวิตในแต่ละวันกันเอง เช่น การอาบน้ำที่มีคนถึง 20 คน แต่ที่พักมีห้องอาบน้ำเพียง 1 ห้อง หรือการจัดตารางการทำอาหารในแต่ละมื้อที่ต้องรับผิดชอบ” นายจิรัฏฐ์กล่าวการที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่นักศึกษาไทยจะได้สร้างคุณประโยชน์ต่อตนเอง ต่อประเทศชาติและประเทศเพื่อนบ้านไปพร้อมๆกัน นับว่าได้ใช้ชีวิตในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยอย่างคุ้มค่าที่สุดอีกด้วย.ดุสิต บุญช่วยเหลือ รายงาน