เป็นผู้บริหารหนุ่มที่ขีดเส้นชีวิตด้วยตัวเอง “ดร.พงษ์รพี บูรณสมภพ” ผู้เชี่ยวชาญด้านศักยภาพมนุษย์ ที่ทำงานสั่งสมประสบการณ์ไปพร้อมๆกับการพัฒนาหาความรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง ในความสนใจเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์และสังคม รวมถึงจิตวิทยา ซึ่งเอามาใช้ในการทำงาน ที่นำมาซึ่งความสุขในฐานะผู้ให้ ที่ช่วยสร้างความสมดุลในชีวิตให้แก่ผู้มาปรึกษาดร.พงษ์รพี หรือที่รู้จักกันว่า “ดร.ต้อง” ทายาทของ พ.ต.อ.พุฒ บูรณสมภพ อดีตอัศวินแหวนเพชรมือ ขวา “พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์” และ ภคินี สุนทรนาค โอเลเซ่น “ดร.ต้อง” เล่าถึงชีวิตในวัยเยาว์ว่า เป็นเด็กเรียนดีได้รับทุนเรียนดีมาตลอด ตั้งแต่มัธยมจนถึงปริญญาตรี ทั้งที่ ร.ร.วชิราวุธวิทยาลัย ก็ได้ทุน เพราะได้เกรด 4.00 มาโดยตลอด ตอน ม.ต้น ได้คะแนนฟิสิกส์สูงที่สุดของประเทศ ได้ไปเรียนที่ Mosegaard College ประเทศเดนมาร์ก อยู่ 2 ปีก็กลับมาเรียนที่วชิราวุธฯต่อ พอจบอยากเป็นนักการทูต เลยเข้าเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทุนภูมิพลตลอด 4 ปี จบมาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง ตอนเรียนปี 4 มีความคิดสุดโต่ง อยากลองไปทำงานรากหญ้าเพื่อค้นหาตัวเอง เพราะมองว่าถ้าตนเป็นนักการทูตคงหยิ่งถือตัว อาจเผลอดูถูกคนอื่น พร้อมกับได้อ่านชีวิตการทำงานของแม่ชีเทเรซ่า ทำให้หันไปนับถือศาสนาคริสต์ จบมาจึงไปเป็นอาสาสมัครทำงานชุมชนด้านเยาวชน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ อยู่เป็นปี แล้วมาเรียนปริญญาโทต่อที่ คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ จากนั้นก็ได้เข้าทำงานองค์กร Food for the Hungry International ในไทย ได้เป็นผู้อำนวยการ ทำอยู่ 10 ปีพร้อมๆกับไปเรียนปริญญาเอก ด้าน Organization Development Southeast Asia ที่ Developmental Institute Philippines และปริญญาเอก ด้านจิตวิทยาการให้คำปรึกษา ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แล้วมาเป็นเลขานุการ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ก่อนที่จะมาเป็นวิทยากรคอร์สออนไลน์ของ Skillane ด้านพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทให้คำปรึกษา Appreciative Living and People Solutions“ตอนที่เรียนปริญญาเอก ผมได้รู้จักเครื่องมือทดสอบบุคลิกภาพเพื่อพัฒนาบุคลากรและศักยภาพมนุษย์ “เบิร์กแมน เทสต์ (Senior Birkman Consultant)” ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รับรอง แสดงศักยภาพของบุคคลต่างๆได้ ปัจจุบันได้กลายเป็นเครื่องมือที่นำมา ช่วยผู้บริหารองค์กรใหญ่ๆ รวมทั้งพนักงาน ทุกวงการ มาช่วยปรับสมดุลชีวิตด้านการทำงาน การตั้งเป้าหมายชีวิต รวมถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว ให้ชีวิตงานและความสัมพันธ์ไปพร้อมๆกัน ได้ด้วยดี โดยเราเข้า ไปค้นหาปมชีวิตแล้ว แกะมันออก เพราะบางอย่างเขามองไม่ออก งานนี้ก็เหมือนได้ช่วยคน ซึ่งถ้าเรามองว่า เราได้ช่วย 1 คน ก็ต่อยอดช่วยคนในครอบครัวเขาได้อีกหลายคน” ดร.ต้องให้รายละเอียดในงานที่เขาทำเมื่อถามถึงการมายืนในจุดนี้ โดยทิ้งอนาคตสดใส ที่ “ดร.ต้อง” สามารถก้าวไปได้ไกลกว่านี้ ผู้บริหารคนเก่ง บอกว่า ตนมาถูกทางแล้ว! เพราะได้นำความรู้ ความสามารถของตัวเองมาช่วยคนทุกสาขาอาชีพ สามารถทำให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งชีวิตตนเองและครอบครัว โดยเขามีหลักการทำงานที่อยากแนะนำหลายๆคนว่า เลือกงานที่ “ชอบ” และ “ใช่” อย่าเอาเงินเป็นธง! คนเราการทำงานเพื่อสร้างคุณค่าของตัวเอง เราอธิบายตัวเองได้ว่า เรามีค่า ถ้าเราตื่นเช้ามา แล้วดูกระจก แล้วยังชอบกับสิ่งที่ตนเองทำอยู่ แค่นี้ตนถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว คนโลกสวยไม่ได้ผิด ถ้าเราโลกสวยตามความเป็นจริง ไม่ได้หลอกตัวเอง!