กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สั่งเอาผิดโรงพยาบาลเอกชน โฆษณายาต้านไวรัส ในแพ็กเกจรักษาโควิด พบไม่ได้รับการอนุมัติ และอาจทำให้คนเข้าใจผิดได้
จากกรณี โลกโซเชียลมีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ กรณีที่โรงพยาบาลเอกชน ออกแพ็กเกจรักษาโควิด ซึ่งหากประชาชนอยากได้รับยาต้านไวรัส จะต้องจ่ายตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : รพ.เอกชน คลอดแพ็กเกจ จ่ายหลักพัน ให้ผู้ป่วยโควิด ต้องการยาฟาวิฯ)
ความคืบหน้า วานนี้ (13 ก.ค.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่ กรม สบส. ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ตรวจสอบการจัดแพ็กเกจรักษาโรคโควิด-19 ของสถานพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏในสื่อโซเชียลว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่นั้น
โดยจากการตรวจสอบ พบว่าโรงพยาบาลมีการโฆษณาแพ็กเกจรักษาโรคโควิด-19 แบบให้ผู้ป่วยกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ซึ่งมีหลายรูปแบบ ให้ผู้ป่วยเลือกรับบริการ โดยในบางแพ็กเกจ มีการโฆษณาด้วยข้อความว่า จะมีการจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) หรือยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ให้นำไปรับประทานระหว่างกักตัว แต่ยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ เป็นยาควบคุมพิเศษ ซึ่งต้องสั่งจ่ายและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดให้สถานพยาบาลห้ามทำการโฆษณายา นอกจากได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน จึงจะมาขออนุมัติโฆษณาจาก กรม สบส. แต่โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวไม่ได้มีการยื่นเรื่องขออนุมัติ และไม่ได้รับอนุมัติให้โฆษณาแต่อย่างใด จึงมีแจ้งข้อหาการกระทำผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 38 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณาหรือประกาศดังกล่าว
นอกจากนี้ การโฆษณาแพ็กเกจการรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ เป็นการจ่ายยาตามอาการ โดยไม่ได้จ่ายยาให้กับผู้ป่วยในทุกราย ทำให้ผู้รับบริการเกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล ว่าเมื่อเข้ารับบริการแล้ว จะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ จึงถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 38 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณาหรือประกาศดังกล่าว
ทั้งนี้ ยาฟาวิพิราเวียร์ และยาโมลนูพิราเวียร์ เป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ภาครัฐจัดสรรให้สถานพยาบาลนำมาให้บริการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ตามอาการอย่างเพียงพอ โดยไม่มีการจำหน่ายแต่อย่างใด ดังนั้น ประชาชนไม่ควรซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ และ ยาโมลนูพิราเวียร์ ที่มีการโฆษณาผ่านสื่อโซเชียล เนื่องจากอาจจะได้รับยาปลอม หรือยาที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงยาที่ไม่ถูกกฎหมายทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และให้แจ้งมาที่สายด่วนกรม สบส. 1426 และสายด่วน อย. 1556 เพื่อดำเนินการตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
...