- โรงพยาบาลเอกชน ผุดแพ็กเกจให้ผู้ป่วยโควิด เลือกยาต้านไวรัสเอง มีค่าใช้จ่ายหลักพัน
- อนุทิน ชี้แจงทำได้หรือไม่ได้ เตรียมให้ สบส. ไปตรวจสอบ อ้างว่า ที่ผ่านมายังไม่เห็นหลักฐานชัดเจน
- อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระบุ การออกแพ็กเกจสามารถทำได้ แต่อยู่ภายใต้มาตรฐานการรักษาทางการแพทย์ ไม่อย่างนั้น อาจผิด พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ
วันที่ 11 ก.ค.65 กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียล เมื่อ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊ก "ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha" อ้างว่า ตอนนี้โรงพยาบาลหลายแห่งออกแพ็กเกจมาให้ซื้อยาต้านไวรัสเอง เพราะเหมือนต้องรับผิดชอบตัวเอง ซึ่งถ้าติดแล้วอาจจะไม่ง่าย ไม่เบาอย่างที่คิดเสมอไป ทั้งความหนักหนาของโรค ไปจนถึงการหาโรงพยาบาล หากมีอาการมากขึ้น
ซึ่งจากการสำรวจของทีมข่าว พบว่า โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง ได้โพสต์แพ็กเกจ Home Isolation สำหรับผู้ป่วยโควิดที่มีผล ATK หรือ RT-PCR ยืนยันว่าพบเชื้อ ซึ่งไม่มีโรคประจำตัวรุนแรงหรือควบคุมไม่ได้ แต่หากต้องการยาฟาวิพิราเวียร์ ยาต้านไวรัสอื่นๆ หรือต้องการให้แพทย์โทรติดตามอาการ จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม โดยมีราคาตั้งแต่ 2,000-6,500 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับการจัดแพ็กเกจของแต่ละโรงพยาบาล
ทำให้มีคำถามกลับมาว่า ตกลง ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นยาที่จ่ายให้ผู้ป่วยโควิด ซึ่งมีความเสี่ยงอาการรุนแรงฟรี ตอนนี้เป็นยาที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเงินซื้อแล้วหรือ และคนที่ไม่มีทรัพย์เพียงพอ จะทำอย่างไร
...
นายกฯ เตือนอย่าซื้อยาต้านไวรัส ตามตลาดมืดกินเอง
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเอง ก็มีความเป็นห่วงประชาชน ที่หลงเชื่อคำโฆษณา แล้วไปซื้อยามากินเอง เช่น โมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) เนื่องจากมีความเสี่ยงไม่ปลอดภัย
และว่า หากติดเชื้อโควิด-19 ขอให้เข้าสู่การรักษาตามระบบเพื่อความปลอดภัย เพราะการกินยาโดยไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์อาจทำให้เกิดอันตราย โดยแพทย์จะประเมินอาการผู้ป่วยเพื่อสั่งจ่ายยาตามแนวทางเวชปฏิบัติทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นฟ้าทะลายโจร ฟาวิพิราเวียร์ โมลนูพิราเวียร์ หรือแพ็กซ์โลวิด
จ่อตรวจสอบโรงพยาบาล ขายแพ็กเกจรักษาโควิด
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ ยาโมลนูพิราเวียร์ รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนให้ รพ.รัฐ และเอกชน เพื่อรักษาตามสิทธิ์การรักษา
ส่วนที่โรงพยาบาลเอกชน ออกแพ็กเกจ อาจเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยที่สามารถจ่ายเงินได้ มีทางเลือก
อย่างไรก็ตาม กรณีนี้มีอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่เขาบอกมา ที่ผ่านมายังไม่เห็นหลักฐานชัดเจน ถ้ามีส่งมาเลย
ขณะที่ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุว่า หากเป็นคนไข้โควิด ไปรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิ์ ย่อมไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ เพราะรัฐเป็นผู้สนับสนุนยาไปยังโรงพยาบาล
ส่วนโรงพยาบาลเอกชน จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย และมีกำลังจ่าย เพียงแต่การรักษาต้องเป็นไปตามมาตรฐานการรักษาทางการแพทย์
ส่วนกรณี โรงพยาบาลเอกชน ที่ออกแพ็กเกจ ให้คนไข้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้ยาประเภทไหนนั้น นพ.ธเรศ กล่าวว่า จริงๆ ทำได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งยาส่วนนี้จะเป็นของเอกชน ซึ่งในส่วนของรัฐ จะเตรียมยาไว้ให้กรณีโรงพยาบาลเอกชนที่ดูแลคนไข้ตามสิทธิ์ แต่ยังมีอีกกลุ่ม ที่มาขึ้นทะเบียน และเอกชนสามารถซื้อขายตามระบบปกติได้
แต่สิ่งสำคัญการออกแพ็กเกจใดๆ ต้องอิงอาการของคนไข้เป็นหลัก และต้องเป็นไปตามมาตรฐานการรักษา มาตรฐานสถานพยาบาล หากทำผิดนอกเหนือจากนั้น จะผิดทั้ง พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ และหากแพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายนอกเหนืออาการก็จะเข้าข่ายผิดเรื่องการประกอบวิชาชีพ จะเป็นในส่วนของแพทยสภาตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อคิดเห็นกรณีนี้เข้ามา จะได้มีการประชุมหารือและกำชับ รพ.เอกชน ในการปฏิบัติเรื่องนี้ให้ถูกต้องอีกครั้ง โดยหากใครเจอเรื่องลักษณะนี้ หรือสงสัยว่า รพ.เอกชนทำได้หรือไม่ ให้แจ้งมาที่ สบส. เพื่อตรวจสอบ