ท่วงท่าข้าราชการใหญ่ที่เล่นบทอยู่ใต้อำนาจนักการเมือง ไม่ว่าทั้งตำรวจ หรืออัยการ ฯลฯ มีแบบอย่างชัดเจนจากซูเว่ยเต้า อัครมหาเสนาบดีในสมัยจักรพรรดินี อู๋เจ๋อเทียน (บูเช็กเทียน) ซูเว่ยเต้าเป็นชาวเมืองจ้าวโจว (ปัจจุบันอยู่ในมณฑลเหอเป่ย) อายุแค่ 9 ปี ก็เขียนบทกวีได้ลึกซึ้งกินใจ พออายุ 20 ปี ก็รับราชการในหัวเมือง เพื่อนๆร่วมงานรู้กันว่า เขาตรงไปตรงมา กล้าค้านในสิ่งที่ควรค้านเมื่ออู๋เจ๋อเทียนนั่งบัลลังก์ ชื่อเสียงเขาโด่งดัง แต่ก็ถูกใส่ร้ายจนต้องขึ้นศาล ชาวบ้านรู้กันดี อู๋เจ๋อเทียนต้องการสร้างบารมี ชุบเลี้ยงคนดีสั่งปล่อยตัว แล้วให้ไปเป็นขุนนางอีกเมืองหนึ่งในเมืองนี้ ซูเว่ยเต้าก็ไม่เปลี่ยนนิสัย ก็ถูกใส่ร้ายอีก ยังมี จักรพรรดินีคุ้มตัว ถูกย้ายมาเป็นข้าราชการระดับกลางในเมืองหลวง แต่ถูกร้องเรียนจนถูกย้ายไปหัวเมืองอีกครั้งบทเรียนซ้ำซาก ความเป็นคนตรง อยู่ในชีวิตราชการก็ไม่ก้าวหน้า ซูเว่ยเต้าปรับตัว ไม่ว่าการเมืองจะพลิกผันไปอยู่ในสภาพใด ซูเว่ยเต้าจะไม่ออกความเห็นไปทางใดทางหนึ่งชัดเจนนี่คือวิถีชีวิตที่ก้าวหน้า ซูเว่ยเต้าได้เลื่อนตำแหน่งครั้งแล้วครั้งเล่า จนได้เป็นรองอัครมหาเสนาบดีตำแหน่งใหญ่ขนาดนี้ ซูเว่ยเต้าก็ยิ่งเข้าใจ เขาจะเลือกพูดในสิ่งที่เชื่อว่า ฮ่องเต้หญิงพอใจขณะเป็นรองอัครมหาเสนาบดี ซูเว่ยเต้าได้ชื่อว่า เป็นรองอัครมหาเสนาบดีที่ไม่เคยใช้อำนาจของตัวเองตรงๆเขาเข้าใจระเบียบแบบแผนราชสำนักแจ่มแจ้งชัดเจนโดยไม่ต้องอ้างตำรา ไม่มีใครเคยจับผิดเขาได้ในสายตาอู๋เจ๋อเทียน ซูเว่ยเต้าเป็นคนที่พระนางพอใจ ในสายตาขุนนางระดับเดียวกัน เขาเป็นคนดี เข้ากับทุกกลุ่ม จึงทำงานไม่ว่า ยากง่ายได้สำเร็จลุล่วงซูเว่ยเต้าจึงเป็นคนกันเองของทุกฝ่าย ไม่มีใครว่าเขาเลว แต่ก็ไม่มีใครว่าเขาเชื่อถือได้เคล็ดลับในการรับราชการคือการโอนอ่อนผ่อนตาม ซูเว่ยเต้า จึงได้เลื่อนเป็นอัครมหาเสนาบดี และอยู่ในตำแหน่งใหญ่นี้ได้ถึง 9 ปีคดีความที่เขาเป็นประธานตัดสิน เมื่อใครขอความเห็นซูเว่ยเต้าจะไม่ตอบทันที แต่จะเอามือวางที่มุมโต๊ะคลำไปมามุมโต๊ะข้างหนึ่ง “เจี่ย” แปลว่าตรง มุมโต๊ะอีกด้าน “อี่” แปลว่าข้างเมื่อเขาออกจากราชการมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย บางคนถาม การวางมือที่มุมโต๊ะสองข้างคืออย่างไร ซูเว่ยเต้าบอกว่า อย่าตัดสินอะไรให้เด็ดขาด อย่าคิดว่าไม่ดำก็ต้องขาว เพราะหากคิดเช่นนั้นหากถูกก็ดีใจ แต่หากผิดก็เป็นภัยเหมือนมุมโต๊ะมีทางสองข้าง จะไปทางไหนก็ได้ พูดให้ครอบคลุมทั้งสองทาง ความหมายแท้จริงเป็นเช่นไร ให้คนฟังทายเองเพราะบุคคลิกเช่นนี้ ไม่เป็นที่เกลียดชัง ไม่เป็นที่รักใคร่ ซูเว่ยเต้าเป็นแบบอย่างข้าราชการที่ก้าวหน้า แต่ไม่เป็นที่รักของชาวบ้านเรื่องของซูเว่ยเต้าทำให้ผมนึกถึงตำรวจที่ผมเคยรัก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นึกถึงคุณปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการใหญ่ที่ผมเคยนับถือ ท่าทีที่แสดงกับคดีลูกเศรษฐีขับรถชนตำรวจตายขุนนางใหญ่จะใหญ่ยิ่งขึ้นไป เป็นคนตรงตรงมาไม่ได้ หากความตรงไปตรงมานั้น ไม่ตรงใจอำนาจที่เหนือกว่า ผมขอภาวนาให้ตำรวจใหญ่อัยการใหญ่ ท่านก้าวหน้าของท่านไปตามวิถีทางแต่โปรดอย่ามาลงเล่นการเมือง ชาวบ้านอย่างผมแน่ใจ จะไม่เลือกเข้าสภา.กิเลน ประลองเชิง