สำนวนไทยเกี่ยวข้องกับฝนมีหลายสำนวน ฝนตกอย่าเชื่อดาว ฝนตกไม่ทั่วฟ้า ฝนสั่งฟ้า ฝนเดือนห้า ฝนเดือนหก ส่วนฝนเอ๋ยทำไมจึงตกไม่เป็นสำนวน แต่เป็นบทแรกของคำร้องเล่นของเด็กๆ ฝนเอ๋ยทำไมจึงตก ที่ต่อด้วย เพราะกบมันร้องบทนี้ที่จริงจำลองมาจากธรรมะชั้นสูงของพุทธศาสนาอิทัปปัจจยตา ทุกสิ่งเกิดขึ้นเป็นปัจจัยให้กันและกัน เพราะสิ่งนี้มีสิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้ดับสิ่งนี้จึงดับหากเข้าใจแจ่มชัดถึงธรรมะข้อนี้ก็คงไม่ต้องพะวงสงกา ใครจะมา ใครจะไปทั้งสำนวนหรือบทร้องเล่นเหล่านี้ ใครอารมณ์ไม่ดี ฟังแล้วไม่ชอบใจก็มักบ่น “ฝนตกขี้หมูไหล”กาญจนาคพันธุ์อธิบายฝนตกขี้หมูไหล หมายความว่า เรื่องเหลวไหล เรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องไม่มีสาระโดยความหมายตรงๆ ฝนตกขี้หมูไหลมีความหมายแค่คำบ่นแต่คนไทยมีนิสัยเจ้าบทเจ้ากลอน สำนวนนี้มีสร้อยต่อท้ายคนจัญไรมาเจอกัน เวลาใครพูดแค่ว่าฝนตกขี้หมูไหลไม่ต้องต่อสร้อย...ก็เข้าใจเป็นคำด่าอาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว เขียนถึงสำนวน “ฝนตกขี้หมูไหล” ไว้ในหนังสือเสนาะเสน่ห์สำนวนไทย (สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2548) บทความเรื่องนี้อาจารย์เขียนเมื่อปี 2544 ช่วงต้นๆรัฐบาลนายกฯทักษิณอาจารย์ปรารภว่า ดูการ์ตูนโกหน่องในมติชนสุดสัปดาห์ เขียนภาพชายแต่งสูท ติดป้ายชื่อปุระชัย (เปี่ยมสมบูรณ์) แหงนดูฝูงหมู่นกและเมฆฝนข้างบน มีคำบรรยาย “ฝนเริ่มตั้งเค้าอีกแล้ว”ตอนนั้นคุณปุระชัยเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย กำลังวุ่นอยู่กับการจัดระเบียบสังคม มีระเบียบซ่องโสเภณีรวมอยู่ด้วย มีข่าวถูกรบเร้าขอจากพวก ส.ส.คนดูการ์ตูนก็คิดต่อว่า “ขี้หมูไหล” ได้ทันทีอาจารย์ล้อมเล่าว่า สังคมไทยในชนบทแต่ก่อนนิยมเลี้ยงสัตว์จำพวกหมู เป็ด ไก่ นอกจากช่วยจัดการกับเศษอาหารและกากที่เหลือในแต่ละวัน ถ้าไม่พอก็จัดหาเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เป็นการช่วยเสริมรายได้ลดรายจ่ายในยามไม่อยากไปซื้อหา ไข่เป็ดใบสองใบ ไก่รุ่นโชคร้ายสักตัวก็พอเป็นกับข้าวได้คอกหรือเล้าเป็ดไก่ มักทำไกลออกไปเล็กน้อย แต่ก็อยู่ในบริเวณ ที่สำคัญต้องไม่อยู่ในตำแหล่งที่ลมพัดผ่านเข้าสู่ตัวบ้าน ในท้องที่น้ำท่วมถึง ก็ยกพื้นคอกให้สูงพอพ้นน้ำ มีส่วนหนึ่งของคอกที่ทำเพิงพักให้โดยปกติก็เลี้ยงปล่อย เรียกเข้าคอกตอนเย็นหรือตอนให้อาหารภาพเหล่านี้ตอนนี้หาดูได้ยาก พอมีให้ดูอยู่บ้างในหมู่ชาวเขาชาวดอย ถึงหน้าฝน วันไหนฝนตกน้ำจากคอกหมูก็ไหลไปทั่วลานพาเอาขี้หมูกระจายไปทั่ว ผู้คนสมัยนั้นซึมซับกลิ่นขี้หมูไหลได้ดีเพียงมีคำ “ฝนตก” ไม่ต้องต่อ “ขี้หมูไหล” ใจก็คิดไปถึง สร้อยต่อท้าย คนจัญไรมาเจอกันนักข่าวรู้จัก ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ดี ท่านขึ้นชื่อในความถูกผิด เหมือนพระเคร่งวินัย ใครมาขอพบท่านก็ให้มีคนที่สามนั่งฟังเป็นพยาน เป็นการป้องกันข้อครหาคนดีแบบคุณปุระชัยก็เป็นเหมือนคนดีๆ สมัยต่อมา อยู่กับการเมืองแบบฝนตกขี้หมูไหลไม่ได้นานใครที่คิดว่าเป็นคนดี หากทนกลิ่นขี้หมูแรงถึงขนาดเอาพ่อเล้าแมงดาเข้ามาอยู่ใกล้ๆได้...ผมชักไม่แน่ใจจะเป็นคนดีจริง.กิเลน ประลองเชิง