เรื่อง “เทวาสุรสงคราม”...ที่เราอ่านกันหลายครั้ง ฤดูดอกแคฝอยบาน พวกอสูรก็คิดถึงดอกปาริชาตบนดาวดึงส์ที่เคยอยู่มาก่อนยกทัพขึ้นไปรบกับเทวดาบนสวรรค์แล้วก็แพ้แล้วแพ้เล่ากลับลงมา...ผมเพิ่งรู้ นี่คือสงครามระหว่างเทพกับอสูร ฉบับพุทธศาสนาสงครามเทพอสูร ฉบับพราหมณ์ “พลูหลวง” เขียนไว้ในหนังสือ เทวโลก (สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ.2547) ปมสงครามต่างกัน ชื่ออสูรก็ไม่เหมือนกัน ลองอ่านกันดูพระอินทร์ผู้ใหญ่ในฝูงเทวดา ทรงมีอำนาจควบคุมท้องฟ้า และธรรมชาติทั้งปวง ทรงมีก้อนเมฆน้อยใหญ่เป็นสัตว์เลี้ยงเกลื่อนเต็มทั่วท้องฟ้า มีหน้าที่หลั่งฝนให้ความชุ่มชื่นแก่มนุษย์ สัตว์ และมวลพฤกษาบนพื้นพิภพมีพฤตาสูร เจ้าแห่งความแห้งแล้ง อาศัยอยู่ในถ้ำลึกภูเขาใหญ่ หน้าที่ตรงข้ามกับพระอินทร์ จึงมีงานประจำวางแผนกับลูกน้องคอยจับสัตว์เลี้ยงของพระอินทร์ไปขังไว้ในถ้ำพวกอสูรทำงานขันแข็ง ไม่ช้าก้อนเมฆก็หมดไปจากท้องฟ้า แผ่นดินเกิดความแห้งแล้ง น้ำในแม่น้ำลำธารเหือดแห้ง มวลพืชเหี่ยวเฉา มนุษย์สัตว์อดอยาก ท่ามกลางความร้อนจากแสงอาทิตย์ร้อนถึงพระอินทร์ต้องทรงช้างเอราวัณยกทัพเทวดาลงมาพฤตาสูรใช้แผนรบกองโจร เห็นเทวดามากันมาก ก็ทำเป็นไม่สู้ปิดปากถ้ำ เทวดาต้องออกแรงพังปากถ้ำ แต่ก็ทำลายไม่ได้พอเทวดาเหนื่อยถอยหลังไปตั้งหลัก พฤตาสูรก็สั่งบริวารเปิดปากถ้ำออกมารบไล่เทวดาซึ่งกำลังหมดแรง แตกหนียับเยิน สงครามยกแรกเทวดาแพ้อสูรพระอินทร์หมดท่าไปเฝ้าพระพรหมธาดา ได้รับคำแนะนำว่า ผู้ที่รู้จุดอ่อนของอสูรดีคือพระฤาษี พระอินทร์ไปหาฤาษี จึงได้รู้ว่า พฤตาสูรใช้อาวุธธรรมดาฆ่าไม่ตาย ต้องใช้อาวุธพิเศษที่สร้างด้วยอัฐิทธีจิ ฤาษีองค์ที่ฤทธิ์มาก(เรื่องกระดูกฤาษี ตอนนี้ปานชลี สถิรศาสตร์ เขียนไว้ในเทวลีลา ฉบับเติมเนื้อหา ว่าเป็นกระดูกสันหลัง)โชคดีพระทธีจิฤาษียินดีสละชีวิต กระดูกพระฤาษีสร้างเสร็จได้ชื่อว่า “วชิราวุธ” แปลว่าอาวุธสายฟ้า สงครามเทพอสูรครั้งต่อมา ก็เปลี่ยนโฉมป้อมปราการปากถ้ำอสูรที่แข็งแกร่งนักหนา พระอินทร์ใช้วชิราวุธขว้างเปรี้ยงเดียวก็พังทลายอานุภาพวชิราวุธเกิดฟ้าแลบฟ้าร้องคำรนทำลายกองทัพอสูร ที่หนีตายอลหม่านทั้งยังตัดขั้วหัวมตพฤตาสูร หัวหน้าใหญ่ ล้มตึงปราบเหล่าอสูรร้ายแล้ว พระอินทร์ก็เปิดถ้ำปล่อยก้อนเมฆสัตว์เลี้ยงแสนรักของพระองค์ออกมา หมู่เมฆลอยขึ้นฟ้า ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารกลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิมพระอินทร์ช่วยโลกให้รอดปลอดภัย สงครามเทพอสูรยังไม่จบ นับศพอสูรยังไม่ครบ เทวดายังมีหน้าที่ตามฆ่าอสูร หนีไปสวรรค์เทวดาก็ตามทัน หนีกลับมายังโลกเทวดาก็ตามราวีสุดท้ายอสูรต้องหนีไปอยู่ใต้ทะเลลึก เทวดากลัวน้ำจึงตามไปไม่ถึง อสูรที่อยู่ใต้น้ำจนบัดนี้ จึงมีชื่อเรียกใหม่ว่า “รากษส” แต่ยังฝังแค้นพวกฤาษี ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องกวนน้ำทะเลให้เป็นคลื่นใหญ่ชาวเรือที่เหนื่อยกับคลื่นลมในทะเลทุกวันนี้ ก็เพราะแรงแค้นจากรากษสพวกนี้อ่านเรื่องสงครามเทพอสูรฉบับพราหมณ์แล้ว ผมจึงรู้ พวกยักษ์พวกมาร หรืออสูรบนแผ่นดินวันนี้ไม่มีแล้ว ที่ยังมีก็หนีซ่อนอยู่ใต้น้ำ ใครที่มีนิสัยชอบกวนน้ำให้ขุ่น ชอบทำคลื่นใต้น้ำ ผมขอตั้งข้อหา เป็นรากษสจำแลงเห็นหน้ากันบ่อยๆในพรรคการเมืองหนึ่ง อ้าว! ตอนนี้ดันเกิดมีในพรรคที่สอง.กิเลน ประลองเชิง