กีฬา
100 year

ย้อนไทม์ไลน์ "มาเรียม" นักเกยตื้นในตำนาน ออดอ้อน ว่ายคู่ "แม่ส้ม"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ส.ค. 2562 11:09 น.
SHARE

ไทม์ไลน์ นาทีเจอมาเรียม พะยูนกำพร้าครั้งแรก หลับเกยตื้นไม่รู้ตัว เจ้าหน้าที่เฝ้าอนุบาล พาว่ายน้ำ เคียงคู่ "แม่ส้ม" ก่อนช็อกหลังเจอพะยูนตัวเต็มวัยไล่ และอาการทรุดลงเรื่อยๆ สุดท้ายตาย ผ่าชันสูตร เจอ "พลาสติก" ต้นเหตุแท้จริง

หลังจากที่ "มาเรียม" พะยูนน้อยเพศเมีย ตายเมื่อเวลา 00.09 น. วันที่ 17 ส.ค. ซึ่งผลการผ่าพิสูจน์ของสัตวแพทย์ เบื้องต้น พบผนังช่องท้องช้ำ คาดกระแทกหินขณะเกยตื้น เศษพลาสติกขวางลำไส้ จนอุดตัน เกิดแก๊ส ส่งผลให้ติดเชื้อในกระแสเลือด ต้นเหตุทำช็อกตาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

"ไทยรัฐออนไลน์" จะพาไปย้อนดูความน่ารักของ "มาเรียม" พะยูนน้อยกำพร้า ที่ชาวเน็ตตั้งฉายาให้ว่า นักเกยตื้นในตำนาน เกยบ่อยจนพี่ๆ ในโซเชียลเป็นห่วง และดีใจทุกครั้ง ที่เห็นมาเรียมดูดนม ว่ายน้ำเคียงคู่แม่ส้ม

  • "มาเรียม" พลัดหลงกับแม่มานอนเกยตื้นบริเวณอ่าวทึง ม.4 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าที่ได้ปล่อยคืนสู่ทะเล แต่พะยูนน้อยยังคงว่ายน้ำกลับเข้ามาใกล้เรือ จึงเกรงว่าจะได้รับอันตราย ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจย้ายมาเรียมไปยังแหลมจูโหย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์พะยูน โดยมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคอยดูแล เนื่องจาก ลูกพะยูน ยังต้องกินนม และยังไม่มีประสบการณ์การใช้ชีวิต

  • 11 มิ.ย.62 เจ้าหน้าที่เผยคลิป ขณะที่ มาเรียม ว่ายน้ำกับเรือคายัคสีส้ม หรือที่เรียกว่า "แม่ส้ม" ซึ่งเป็นตัวแทนของแม่พะยูนที่พลัดพราก พร้อมระบุว่า กิจวัตรประจำวันของมาเรียมคือหลังจากกินนมแล้ว จะต้องออกว่ายน้ำกับแม่ส้ม เพื่อให้ระบบย่อยของมาเรียมทำงานได้ดี
  • แต่แม้เจ้าหน้าที่จะพามาเรียมไปปล่อยในเขตน้ำลึกแล้ว แต่ก็ยังพบว่า ในช่วงที่น้ำทะเลขึ้น ซึ่ง 1 เดือนจะมี 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 7 วัน เจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวัง "มาเรียม" เป็นพิเศษ เนื่องจาก มาเรียม ยังเล็ก และมักจะถูกน้ำพัดขึ้นมาเกยตื้นบ่อยครั้ง
  • 29 มิ.ย. 62 "มาเรียม" เก่งขึ้นทุกวัน นอนนิ่งให้คุณหมอตรวจสุขภาพในท่าตรง วางครีบขนาบลำตัว ซึ่งจากการตรวจสุขภาพ ก็พบว่า มาเรียม แข็งแรงดี ซึ่งในแต่ละวัน ทีมสัตวแพทย์ จะสลับกันมาดูแล ป้อนนมมาเรียม และมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ พาออกไปว่ายน้ำกับแม่ส้ม 
  • 5 ก.ค. 62 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับพะยูน "มาเรียม" และ "ยามีล" ไว้ในโครงการ “อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์"
  • 10 ส.ค. 62 นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเกาะลิบง เผยว่า ตามที่มาเรียมได้หลังออกไปท่องทะเลกว้าง และเจอพะยูนโตเต็มวัยไล่คุกคาม ทำให้หนีเตลิดกลับมาในอ่าว และมีภาวะเครียดจัด ทำให้มาเรียม ไม่ค่อยกินนม แต่กินสารอาหารวิตามินและน้ำหญ้าปั่นแทน อ่อนเพลีย ไม่ค่อยว่ายน้ำ และ อัตราการเต้นของหัวใจก็ช้ากว่าในช่วงร่างกายปกติ
  • วันเดียวกัน "มาเรียม" เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น สัตวแพทย์ต้องฉีดยากระตุ้นหัวใจ ทำให้อาการมาเรียมในตอนนี้อยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมแผนเคลื่อนย้าย มาเรียม หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งจะสามารถย้ายได้ทันที อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เป็นช่วงมรสุมเข้าในบริเวณพื้นที่เกาะลิบง ทำให้เกิดฝนตกหนักคลื่นลมแรง จึงเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

  • 11 ส.ค.62 "มาเรียม" มีอาการซึมและอ่อนเพลียมากขึ้น อัตราหายใจ 3-4 ครั้ง มีการเปิดหายใจนานมาก สูงสุดถึง 30 วินาที อัตราการเต้นหัวใจ 140-150 ครั้งต่อนาที เสียงลมหายใจผิดปกติ มีอาการลอยตัวด้านซ้ายแสดงถึงการอักเสบของปอด ลมหายใจมีกลิ่นเหม็นมาก บริเวณผนังท้องมีอาการบวมน้ำ เยื่อเมือกบริเวณในช่องปากพบแผลหลุมเปื่อย 2-3 แห่ง บริเวณแพนหางพบรอยด่างขาว คล้ายการติดเชื้อไวรัส สัตวแพทย์ได้ให้ยาเพื่อทำการรักษาการติดเชื้อ
  • ผลการวินิจฉัยของทีมสัตวแพทย์ในเบื้องต้น 1.มีการติดเชื้อในกระแสเลือดและปอดอักเสบ 2.แผลในช่องปากมีผลต่อความอยากกินอาหาร 3.มีไข้ 4.อยู่ในสภาพขาดอาหารและน้ำ
  • 13 ส.ค.62 มาเรียม มีอาการดีขึ้น เจ้าหน้าที่พาน้องออกห่างจากชายฝั่งประมาณ 20 เมตร และให้ว่ายน้ำอยู่ข้างๆ แม่ส้ม ซึ่งก็พบว่า มาเรียม ว่ายน้ำได้เยอะมากขึ้น
  • 14 ส.ค.62 ชาวบ้านบนเกาะลิบง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ย้ายมาเรียม ขึ้นมาบนบ่อชั่วคราว เนื่องจากสภาพอากาศในทะเลที่ไม่ดีนัก โดยมาเรียม เริ่มกินหญ้าทะเล และดูดมือ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะให้กลูโคส และนม คู่กันไปด้วย 
  • 15 ส.ค.62 เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอาการป่วยของ มาเรียม ในบ่อผ้าใบ โดยทำการสูบน้ำจากทะเลลงบ่อผ้าใบ ถ่ายน้ำออกจากบ่อพร้อมกันเป็นทำการวนน้ำ และต้มน้ำร้อนใส่ในบ่อ เพื่อปรับอุณหภูมิในบ่อให้เหมาะสมกับการดำรงอยู่ของมาเรียม เบื้องต้น พบมีอาการซึม มีภาวะการแห้งน้ำมาก เรอและผายลมเป็นระยะ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ติดเชื้อเนื่องจากค่าเม็ดเลือดขาวรวมสูงขึ้น ค่าเคมีเลือดอยู่ในระดับปกติ อัตราการหายใจเฉลี่ย 4 ครั้ง ต่อนาที อัตราการเต้นของหัวใจ 80 ครั้งต่อนาที การเต้นของหัวใจขณะพักผ่อน 104 ครั้งต่อนาที ยังเฝ้าระวังใกล้ชิด
  • 16 ส.ค.62 มาเรียม หยุดหายใจและไม่เจอชีพจร เจ้าหน้าที่รีบนำขึ้นจากน้ำรอบแรก เพื่อกระตุ้นหายใจ พบมีการตอบสนอง ตายังตอบสนองอยู่ จึงเอาลงบ่อ จากนั้นตรวจชีพจรซ้ำ แต่ไม่เจอชีพจรอีก จึงฉีดยาช่วยชีวิตและเอาขึ้นจากบ่อรอบที่ 2 กระทั่งเวลา 00.09 น. (17 ส.ค.) น้องมาเรียม ได้จากไปอย่างสงบ
  • 17 ส.ค.62 เจ้าหน้าที่นำซากมาเรียมมาผ่าพิสูจน์หาสาเหตุทันที พบว่า สาเหตุการช็อก เนื่องจาก มีเศษพลาสติกเล็กๆ หลายชิ้นขวางลำไส้ จนมีอาการอุดตันบางส่วน และอักเสบ จนทำให้มีแก๊สสะสมเต็มทางเดินอาหาร มีการติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดเป็นหนอง ตามมา ช่วงแรกของการรักษา สามารถลดการติดเชื้อในระบบหายใจลงได้บางส่วน แต่ในทางเดินอาหารที่มีขยะพลาสติกนั้น ไม่สามารถรักษาได้ จึงลุกลามไปจนช็อก เสียชีวิตในที่สุด

    รอยโรคอีกส่วนหนึ่งที่พบคือ มีรอยช้ำเลือดในกล้ามเนื้อ และผนังช่องท้องด้านใน ซึ่งอาจเกิดจากการกระแทกกับของแข็ง เช่น หิน ขณะที่เกยที่ตื้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผ่าพิสูจน์ "มาเรียม" ผนังช่องท้องช้ำ พบพลาสติก ต้นเหตุทำช็อกเสียชีวิต

เศร้า พะยูนน้อย "มาเรียม" ตายแล้ว ทีมแพทย์สุดยื้อ หลังพยายามเต็มที่

ย้อนดูภาพแรก นาทีเจอ "มาเรียม" เกยตื้น คลิปสุดท้าย ปั๊มหัวใจยื้อชีวิต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาเรียมพะยูนพะยูนมาเรียมมาเรียมตายนักเกยตื้นในตำนานแม่ส้มไทม์ไลน์ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้