ข่าว
100 year

เปิดมา 40 ปี ไม่คิดเอาชื่อเสียงมาเสี่ยง เจ้าของร้านทอง จี้ ปณท สอบหาทองหาย

ไทยรัฐออนไลน์4 ก.ค. 2562 20:03 น.
SHARE

เจ้าของร้านทองที่สุพรรณฯ เผยส่งทองให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ประจำ โดยถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน โต้ชาวเน็ตจับผิด บอกเปิดมา 40 ปี ไม่คิดเอาชื่อเสียงมาเสี่ยง กับทองแค่ 3 บาท จี้ ปณท สอบพิกัดทองหาย

จากกรณีสาวไทย ที่อาศัยอยู่ประเทศเกาหลีใต้ ใช้เฟซบุ๊กชื่อ LAPATRADA PINGAUN SUSU ว่าได้สั่งซื้อทองรูปพรรณน้ำหนัก 4 บาท เป็นสร้อยคอหนัก 1 บาท 1 เส้ย สร้อยข้อมือหนัก 3 บาท 1 เส้น จากร้านทองจินดา ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง จ.สุพรรณบุรี โดยส่งผ่านไปรษณีย์ไทย แต่เมื่อถึงปลายทางที่ประเทศเกาหลีสร้อยข้อมือหนัก 3 บาท ได้หายไปเหลือเพียงสร้อยคอเพียงเส้นเดียวเส้นเดียว โดย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้ออกมาชี้แจงในกรณีดังกล่าวแล้วว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และดำเนินการชดใช้ผู้เสียหาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ส่งทอง 4 บาท ไปเกาหลี หาย 3 บาท ไปรษณีย์ไทยเร่งสอบ ชดใช้ค่าเสียหาย)

คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ก.ค. นายธนเวช สุวรรณรักษ์กูล อายุ 31 ปี เจ้าของร้านทองจินดา ในเขตเทศบาลเมือง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่เกิดปัญหาทองรูปพรรณ ที่ส่งไปให้ลูกค้าที่ประเทศเกาหลีหาย เป็นสร้อยข้อมือหลัก 3 บาท มูลค่า 60,000 บาท โดยส่งเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา และมาทราบเรื่องจากลูกค้าว่าสร้อยทองที่ส่งหายไป เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ตนก็ได้ไปติดต่อที่ สนง.ไปรษณีย์ สุพรรณบุรี ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการสอบบันทึกปากคำ พร้อมกับแจ้งว่าขอเวลาทำการตรวจสอบประมาณ 7-10 วัน ซึ่งหลังจากที่ลูกค้าได้โพสต์ในโซเชียลจึงเป็นข่าวใหญ่โต และทาง บมจ.ไปรษณีย์ไทย ก็ได้ออกมาแถลงการว่า ได้มาหา และให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ตนยืนยันว่ายังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาติดต่อเลย มีแต่โทรศัพท์มาสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น

ที่ผ่านมา ตนส่งสินค้าทางไปรษณีย์เกือบทุกวัน ทั้งแหวนทอง สร้อยทอง เลสข้อมือทอง รวมถึงพระเลี่ยมทอง แต่ไม่เคยมีปัญหา ส่วนมากจะเป็นทองรูปพรรณที่มีน้ำหนักไม่มาก แต่ครั้งนี้ส่งทองรูปพรรณเป็นน้ำหนักรวม 4 บาท เป็นสร้อยคอ 1 บาท 1 เส้น และสร้อยข้อมือ 1 เส้นหนัก 3 บาท ซึ่งคนที่สั่งซื้อเป็นเพื่อนตนที่อยู่ประเทศเกาหลี แต่เมื่อลูกค้าเปิดกล่องออกก็พบว่าเหลือเพียงสร้อยคอ 1 บาท ส่วนสร้อยข้อมือ 3 บาท หายไป

ซึ่งทุกครั้งที่แพ็กของส่งลูกค้า ตนจะถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานทุกครั้งกันไว้หากเกิดปัญหา ซึ่งก็มาได้ใช้ในครั้งนี้ ขณะที่คนในโซเชียล ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ตนอยากจะบอกว่าร้านทองตนเปิดมากว่า 40 ปี ตนเป็นทายาทรุ่นที่ 3 แล้ว มูลค่าทางธุรกิจก็ไม่ใช่น้อย คงไม่เอาชื่อเสียงไปเสี่ยง กับทองคำหนักแค่ 3 บาทแน่นอน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกล่องพัสดุที่ลูกค้าปลายทางส่งมาให้ดู พบที่กล่องบรรจุมีพิรุธหลายอย่าง ที่กล่องด้านล่างมีรอยคล้ายถูกกรีดสก๊อตเทปใส แต่กล่องดังกล่าวที่ลูกค้ารับ กลับมีสก๊อตเทปแบบทึบ ปิดทับสก๊อตเทปใสของตนอีกชั้น ซึ่งปกติที่ร้านจะใช้เทปใสซีลปิดกล่อง ซึ่งหากมีการตรวจสอบเบื้องต้น ตนก็อยากจะทราบว่า น้ำหนักของสินค้าในกล่องนี้ ก่อนออกไปนอกประเทศ มีน้ำหนักเท่าเดิมกับหน้าบิลของตนเองที่ไปส่งกับไปรษณีย์หรือไม่ เพื่อจะได้ทราบเบื้องต้นว่า ทองที่หายไป หายในประเทศ หรือนอกประเทศ และอยากจะฝากให้ทางไปรษณีย์ไทย เร่งตรวจสอบ ให้กระจ่างในเร็ววัน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทองหายปณทส่งทองทางไปรษณีย์ส่งทองไปเมืองนอกส่งพัสดุร้านทองสุพรรณบุรีข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้