ชาวสุพรรณฯ สุดงง บูรณะอุโบสถเก่าที่ใกล้พัง ทาสีทองจนสวยงาม แต่กลับถูกกรมศิลปากรสั่งให้แก้กลับสภาพเดิม ทั้งที่ยังไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุ ถามตอนเร่ิมบูรณะไปอยู่ที่ไหนมา?


จากกรณี อธิบดีกรมศิลปากร สั่งหยุดทาสีทองทับวัดเก่าทั่วประเทศ เนื่องจากผิด พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2539 ทำลายความเป็นของแท้ดั้งเดิม ซึ่งมีการดำเนินการไปแล้ว เช่น ที่วัดโพธาราม วัดลาวทอง จ.สุพรรณบุรี และวัดศรีสโมสร จ.ชัยนาท ทำให้เวลาต่อมาในความคิดแตกเป็นสองฝ่ายนั้น

ล่าสุด วันที่ 25 ต.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูอนุกูลปัญญาวุธ (ปรีชา ปญฺญาวุโธ) เจ้าอาวาสวัดโพธาราม ซึ่งมีอาการอาพาธอยู่ เผยเพียงสั้นๆ ว่า ที่เห็นทาสีทองอยู่นั้นก็สวยงามดี แลดูเด่นเป็นสง่า สีก็เป็นสีเหลืองทองของวัดไม่ได้ฉูดฉาดอะไร แถมยังสอดคล้องกับความเมืองโบราณอู่ทองอีกด้วย ไม่คิดว่าจะผิดอะไร ส่วนจะยังไงต่อไปนั้นให้ไปถามคณะกรรมการวัดว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ทางด้าน นายชัยชนะ ศรีเหรา อายุ 54 ปี กรรมการวัด กล่าวว่า อุโบสถหลังนี้ ได้บูรณปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2557-2558 แล้วเสร็จมากว่า 2 ปีแล้ว ระหว่างทำการบูรณะชาวบ้านที่ทราบข่าวก็มาช่วยกันลงมือทำ เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเห็นว่าเป็นศาสนวัตถุในวัดที่ทรุดโทรม เกรงจะเกิดอันตรายกับผู้ที่มาทำบุญ ไหว้พระ ก็อยากบูรณะให้ดี ซึ่งก็ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานใดเข้ามาท้วงติง

...

กระทั่งเมื่อวานนี้ (24 ต.ค.61) มีเจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี เดินทางมาพบเจ้าอาวาส ปรึกษาหารือจะให้ทางวัดแก้ไข โดยให้ทาสีเพื่อให้กลับไปมีสีดังเดิม แต่ทางวัดได้บอกว่าถ้าจะให้วัดออกค่าใช้จ่ายในการทำให้เหมือนเก่า วัดไม่มีปัจจัยมากพอ หากกรมศิลปากรมีงบประมาณมาทำทางวัดก็ยินดีจะทำตามที่กรมศิลปากรต้องการ

จากการสอบถามชาวบ้าน กล่าวว่า อุโบสถหลังนี้มีความเก่าแก่ ซึ่งยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุ แต่กรมศิลปากรมาบอกว่าเป็นโบราณสถานที่ตกสำรวจ การจะทำอะไรต้องอยู่ในการควบคุมของกรมศิลปากร ชาวบ้านจึงอยากถามว่า ตั้งแต่เริ่มทำเมื่อ 2 ปีก่อน กรมศิลปากรไปทำอะไรกันอยู่ ไม่เข้ามาดูแลปรับปรุง ปล่อยให้ทรุดโทรม จะต้องปล่อยให้พังทลายเป็นอันตรายแก่ชาวบ้านก่อนหรือไง พอทำให้สวยงามไม่ให้เกิดอันตราย และเกิดเป็นประเด็นในโลกโซเชียล กรมศิลปากรกลับจะมาให้ทำกลับไปแบบเดิม 

ด้านยายสอิ้ง พานทอง อายุ 86 ปี และยายทิ้ง บุตรอินทร์ อายุ 85 ปี ซึ่งมาทำบุญที่วัดเป็นประจำกล่าวว่า เกิดมาก็พบอุโบสถหลังนี้แล้วกระทั่งปี 2510 มีการสร้างอุโบสถหลังใหม่ ทำให้หลังเดิมถูกปล่อยทิ้งร้างมากว่า 50 ปี จึงเสื่อมโทรมตามกาลเวลา พอมีกลุ่มจิตศรัทธาอาสามาช่วยบูรณะ ชาวบ้านก็พร้อมใจกันมาช่วยจนสำเร็จสวยงามเป็นสีทองเช่นนี้ หากจะให้กลับไปทาสีขาวแล้วปล่อยให้ราขึ้นผนังโบสถ์เช่นเดิมพวกตนและชาวจรเข้คงไม่ยอม

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเพื่อสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรมศิลปากรในพื้นที่แต่ยังไม่มีผู้ใดออกมาให้ข้อมูล.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผ่านไป 2 ปีแล้ว! ชาวเน็ตจี้ กรมศิลป์ ตื่นตรวจสอบคนทาสีทองทับโบราณสถาน

เทียบภาพก่อนบูรณะ 'วิหารทอง' วัดโพธาราม แจงไม่ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

เจ้าอาวาสวัดศรีสโมสร เผย ผู้ใจบุญบริจาคเงินและทาสี อ้างชาวบ้านชมสวย