กระแสโซเชียลไม่เห็นด้วย ถกประเด็น "พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่" ให้วิชาชีพอื่นจ่ายยาแทนเภสัชกรได้ ด้านชาวเน็ต ลั่น แต่ละวิชาชีพมีความถนัดต่างกัน ไม่ใช่ใครก็มาทำแทนได้...
วันที่ 30 ส.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาฉบับใหม่ ที่สำนักงานอาหารและยา (อย.) นำมาใช้แทน พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ซึ่งขณะนี้กำลังมีประเด็นถกเถียงกัน โดยเฉพาะประเด็นที่กำหนดให้วิชาชีพอื่น อาทิ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ ฯลฯ ที่ไม่ใช่เภสัชกรสามารถปรุงยา และจ่ายยาแทนได้
จากการตรวจสอบกระแสในโลกออนไลน์ พบว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่า แต่ละวิชาชีพมีความรู้และความถนัดของตัวเองอยู่แล้ว นอกจากนี้ บางรายยังได้แชร์ประสบการณ์ตรงจากการจ่ายยา ดังนี้
คุณ Patty Patt ระบุว่า ประสบการณ์ตรง... ลูกชายแพ้ยาบางตัว หมอ รพ.ก็ยังสั่งยากลุ่มที่ลูกชายแพ้ให้ ดีนะคะ ที่มีเภสัชฯ ช่วยสกรีนอีกที โทรคุยกับหมอ ปรับเปลี่ยนยาใหม่ให้เหมาะสม ไม่ใช่ใครเก่งไม่เก่ง แต่ความถนัดทางวิชาชีพมันคนละอย่างจริงๆ
คุณ Kaow ตอบกลับ คุณ Jaow Patty Patt ว่า นี่คือเหตุผลที่เภสัชต้องเรียนรู้ถึงโครงสร้างยาค่ะ พวกเราไม่ได้แค่ท่องจำมาว่ายาตัวไหนที่ห้ามกินร่วมกันเท่านั้น แต่เรายังรู้ว่าส่วนไหนของโมเลกุลยาที่จะทำให้เกิดการแพ้ และยังรู้ด้วยว่ามันกระตุ้นให้ร่างกายแพ้ได้ยังไง เราสามารถประเมินการแพ้ยาได้จากผื่นที่เห็น และระยะเวลาที่กินยา เพราะยาหลายตัวที่ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน แต่ถ้ามีประวัติแพ้ยา ก็ห้ามกินร่วมกันค่ะ นอกจากนี้ เรายังช่วยคุณหมอเลือกยาที่คนไข้กินแล้วจะไม่แพ้ได้ด้วยนะคะ ถ้าอยู่ในมือเภสัชแล้ว ไม่มีทางเกิดการแพ้ยาซ้ำแน่นอนน
ขอบคุณนะคะ
...
คุณ Pradit Pongsura ระบุว่า ปวดหัวคิ้ว ลามไปปวดขมับข้างเดียว เข้าไปห้องพยาบาล บอกอาการกับเภสัชห้องจ่ายยา และตบท้ายบอกเขาว่าสงสัยจะเป็นไมเกรน เพราะมีพี่ที่ทำงานคนหนึ่งแกเป็น แล้วอาการคล้ายๆ กัน แต่ๆ เภสัชถามประวัติว่าเคยเป็นหรือรักษาไหม บอกว่าไม่ จะปวดหัวแค่ตอนไม่สบายแค่นั้น เภสัชเลยบอกว่า จ่ายยาไม่ได้นะคะ ยาแรงมากยิ่งเราไม่รู้ว่าเป็นหรือไม่ งั้นเภสัชจ่ายแค่พาราให้ก่อน ถ้าไม่มั่นใจยังไงไปตรวจให้ละเอียดที่โรงพยาบาลนะคะ หลังจากนั้นยังไม่หายปวดเลยไปหาหมอ สิ่งที่กลับกลาย ติดเชื้อในโพรงไซนัสแทน พอกินยา พ่นยา อาการปวดต่างๆ ก็หาย ดีนะที่เภสัชเตือนไว้
คุณ Namphueng Saengduenchai เจอมากับตัวล่าสุดเลยค่ะ ไปรับยาเบาหวาน 1000mg คุณหมอให้ทานเช้าเย็น แต่บอกว่าจะไปรักษาศีลที่วัด ไม่ทานอาหารก็ทานยาได้ไหม คุณหมอบอกได้ แต่ไม่มั่นใจไปถามเภสัชตอนรับยา เภสัชบอกไม่ได้นะคะ อย่างน้อยต้องห่างกัน 6-8 ชม. เพราะถ้าไม่มีอาหาร ยาจะไปผลิตน้ำตาลเพิ่ม อะไรประมาณนี้ เภสัชยังถามซ้ำ คุณหมอให้ทานได้จริงๆ รึคะ นี่รพ.เอกชนนะคะ
คุณ Pangkiki Ployprae สำหรับเรา เภสัชกร คือหมอด้านยา แม้แต่หมอที่รักษาคนไข้ ยังต้องฟังเภสัช เพราะคนเรามันเชี่ยวชาญได้ไม่ทุกด้าน เภสัชเรียนลึกกว่า รู้ลึกกว่าในเรื่องของยา ในขณะเดียวกันเภสัชกรไม่ได้รู้ลึกจนสุดด้านการรักษาคนไข้เช่นหมอ ไม่ได้รู้ลึกเกี่ยวกับการดูแลคนไข้เช่นเดียวกับพยาบาล ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์เช่นเดียวกับนักเทคนิคการแพทย์
อย่าไปคิดว่าแย่งอาชีพกัน แบ่งหน้าที่กันให้ถูกก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง