คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด! 'โค้ชอุ๊' เผยสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก เพราะมาจากการกินที่ผิดวิธี 

ณัฐพสิษฐ์ มหกิจวงศกร หรือ 'อุ๊' โค้ชหนุ่มกีฬาแอธเลติคฟิสิคชายของกรุงเทพฯ และหนึ่งในหุ้นส่วนของ VEGAS GYM ซึ่งเป็นเทรนเนอร์ของ หนุ่มตี๋ในการเนรมิตหุ่นให้เฟิร์มใน 4 เดือน เล่าให้ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า สาเหตุที่คนไม่ประสบความสำเร็จในการออกกำลังกาย เพราะมาจากการกินที่คนไม่เข้าใจ แล้วมาโหมเล่นเวทมากๆ ซึ่งที่จริงไม่จำเป็น อย่างตนเต็มที่เล่นวันละ 1 ชั่วโมง แล้วคาร์ดิโอเอา ตอนเช้าเดิน 1 ชั่วโมง บ่ายมาเวท

"ส่วนหลักจริงๆ ของการออกออกกำลังกาย เริ่มด้วยการคำนวนน้ำหนักตัว ถ้าจะให้ตรงก็ต้องดูจากเรื่อง fat แล้วนำมาวัดประเมินว่าร่างกายต้องการเท่าไร ซึ่งเรื่องพันธุกรรมก็สำคัญ บางคนชอบพูดติดตลกว่าแค่ดมก็อ้วน หรือกินน้อยก็อ้วน แต่บางคนกินเท่าไรก็ไม่อ้วน ซึ่งพันธุกรรมในร่างกายของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน"

ทั้งนี้ บางคนที่กินแล้วอ้วนง่าย อาจเกิดจากระบบเผาผลาญที่ไปกดดันมันมากเกินไป ด้วยการอดอาหาร ซึ่งวิธีแบบนี้มันเป็นวิธีแบบเก่า คือกินแค่ 2 มื้อ กินน้อยมันจะไปทำให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายต่ำลง แทนที่จะกิน 3 มื้อปกติ แล้วไปออกกำลังกายให้ไขมันมันออก แต่ดันไปตัดอาหารลง พอตัดปุ๊บธรรมชาติของร่างกายมนุษย์เวลาขาดสิ่งใดมันจะเก็บ อย่างถ้าคนที่โหมออกกำลังกาย ระบบเผาผลาญมันก็จะสั่น ฉะนั้นต้องค่อยๆ ลด ให้ระบบเผาผลาญทำงานคู่กัน แต่คนจะเข้าใจผิดว่าวันแรกต้องหยุดกิน ที่จริงต้องกินให้น้อยกว่าเดิม แล้ววันต่อมาค่อยลดลง

...

สำหรับคนที่เริ่มออกกำลังกาย สิ่งแรกที่ควรจะเริ่มทำ คือดูแลเรื่ออาหารการกินก่อน ควบคู่กับการออกกำลังกาย หลายคนมีคำถามว่าการออกกำลังกายควรมีเทรนเนอร์ไหม ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน เดี๋ยวนี้มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถค้นหาข้อมูลได้ 

สำหรับข้อดีของการมีเทรนเนอร์นั้น โค้ชจะช่วยดูแลการออกกำลังกาย และวางแผนการออกกำลังกายในแต่ละวัน ซึ่งบางคนอาจจะทำท่านี้ไม่ได้ เพราะกล้ามเนื้อหรือหัวเข่ามีปัญหา เหล่านี้เทรนเนอร์จะช่วยดูแล เพื่อให้ร่างกายบาดเจ็บน้อยที่สุด รวมถึงการดูแลเรื่องอาหารที่เหมาะสม 

ส่วนเรื่องการฝึกนั้นสำคัญ เพราะว่าการเวทแล้วเทรนนิ่งเป็นเบสิกของกีฬาทุกประเภท ไม่ว่าจะเล่นกีฬาชนิดใดก็ตาม ต้องใช้กล้ามเนื้อหมด หากสังเกตว่าเมืองนอกนักกีฬาต้องบังคับให้เวท เพราะว่าการเวทเทรนนิ่งทำให้ใช้กล้ามเนื้อเป็น พอฝึกใช้กล้ามเนื้อเป็นส่วนๆ เป็นปุ๊บ ไม่ว่าจะต่อยมวย หรืออะไร กล้ามเนื้อจะทำงานอัตโนมัติ และยังทำให้กล้ามเนื้อใช้งานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ สำหรับคนที่ไม่มีเวลา สามารถใช้ท่าออกกำลังกายง่ายๆ ได้ที่บ้าน ก็จะเป็นบอดี้เวท โดยมีอุปกรณ์อะไรก็เล่นไป อันนี้จะเน้นเผาผลาญแคลอรี ไม่ใช่แนวพัฒนากล้ามเนื้อเหมือนนักกีฬา ซึ่งคนทั่วไปก็ให้บอดี้เวทธรรมดา อย่าง วิดพื้น ซิตอัพ รวมทั้งการเดินลู่วิ่ง ปั่นจักรยาน

"อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่า การวิ่ง กับ การเดิน นั้นต่างกัน คือการวิ่งจะเป็นการดึงพลังงานจากคาร์โบไฮเดตที่เรากินในแต่ละวันมาใช้ แต่การเดินจะเป็นการดึงไขมันออกมาใช้นั้นเอง".


(ขอบคุณ VEGAS GYM, ณัฐพสิษฐ์ มหกิจวงศกร)