กีฬา
100 year

เสด็จออกสีหบัญชรงดงาม 3 เจ้าฟ้า 1 ราชินีคู่พระทัย ทรงร่วมโบกพระหัตถ์

ปวงพสกนิกรทั่วแผ่นดินสุดปลื้มปีติ นาทีประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ท่ามกลาง เสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไม่ขาดสาย นายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนชาวไทยทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศกล่าวถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอบขอบใจประชาชนที่มาถวายพระพร พร้อมโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอฯทั้งสองพระองค์และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ เสด็จออก ณ สีหบัญชร ให้พสกนิกรถวายพระพรชัยมงคลพสกนิกรหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจที่เห็นภาพแห่งความสุข “ฟ้าหญิงสิริวัณณวรี” ทรงถ่ายคลิปวิดีโอภาพประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จเนืองแน่น ขณะที่คณะผู้แทน บุคคลทั้ง 3 ศาสนา คณะทูตานุทูตเข้าเฝ้าถวายพระพร ชัยมงคล เผยประชาชนหลั่งไหลมาจองที่นั่งเฝ้ารอ เวลาสำคัญชมพระราชพิธีเสด็จออก ณ สีหบัญชร ตั้งแต่ ตี 4 คนไทยต่างแดนเฝ้าชมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ยิ่งใหญ่งดงามตระการตาผ่านโทรศัพท์มือถือ

อีกหนึ่งพระราชพิธีสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทยที่เป็นพระราชพิธีสุดท้าย ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 6 พ.ค. คือพระราชพิธี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชร สุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคลจากพสกนิกรที่ เดินทางมาจากทั่วประเทศด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดีและรวมใจเป็นหนึ่งเดียวด้วยการสวมใส่เสื้อเหลืองมาเฝ้ารับเสด็จ รวมทั้งเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติเป็นตำนานของแผ่นดิน ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ที่ได้รับการกล่าวขานไปทั่วโลกว่าเป็นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่งดงามตระการตาอย่างที่สุด

สำหรับสีหบัญชรที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรม ราชินี เสด็จออกให้พสกนิกรเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในครั้งนี้ เป็นสีหบัญชรเดียวกับที่ในหลวงรัชกาลที่9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกให้พสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2493 จึงนับเป็นเวลาถึง 69 ปี ที่พสกนิกรไทย ได้มีโอกาสเห็นภาพประวัติศาสตร์ภาพนี้อีกครั้ง

ในหลวง-ราชินี เสด็จฯ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ฯ

เมื่อเวลาประมาณ 16.55 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวังเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หลังพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จขึ้นท้องพระโรงหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชวงศ์ และองคมนตรี เฝ้าฯรับเสด็จ

ผู้แทนทุกหมู่เหล่าเข้าเฝ้าฯถวายพระพร

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กราบบังคมทูลเบิกจุฬาราชมนตรี และคณะกรรมการ กลางอิสลาม ผู้แทนคณะพาณิชย์ ประกอบด้วย หอการค้าไทย-จีน หอการค้าอินเดีย-ไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย เข้าเฝ้าฯถวาย พระพรชัยมงคลทางทิศใต้ คณะต่างๆถวายซองบรรจุคำถวายพระพร จากนั้นนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กราบบังคมทูลเบิกผู้แทน คณะบุคคล ต่างๆทางศาสนา ประกอบด้วย คณะโรมันคาทอลิก คณะสภาคริสตจักรในประเทศไทย คณะพราหมณ์-ฮินดู คณะไทย-ซิกข์ เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ทางทิศเหนือ คณะต่างๆถวายซองบรรจุคำถวายพระพร

ปวงประชาปีติเสด็จออก “สีหบัญชร”

จากนั้นช่วงเวลาสำคัญที่พสกนิกรเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อก็มาถึง โดยเมื่อเวลา 16.59 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระ นางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ท่ามกลางเสียงทรง พระเจริญดังขึ้นอย่างกึกก้อง ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก แตร ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงโบก พระหัตถ์และแย้มพระสรวลให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่าที่เฝ้ารับเสด็จ

นายกฯ นำถวายพระพรแทนพสกนิกร

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพแล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพร ชัยมงคลแทนราษฎรทุกหมู่เหล่า ใจความว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม เนื่องในโอกาสมหามงคลที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ โดยพระราช พิธีบรมราชาภิเษกตามขัตติยราชประเพณี สมบูรณ์พร้อมด้วยพระบรมราชอิสริยยศ ครบถ้วนทุกสิ่งสรรพแล้ว

ราชอาณาจักรไทยดำรงอยู่ด้วยเอกราช

ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าทั่วทุกสารทิศ ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณา ถึงความปีติเกษมโสมนัส ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ นับแต่พระปฐมกษัตริย์แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ ได้เสด็จขึ้นทรงครองสิริราชสมบัติ สืบเนื่องมาจวบจนถึงรัชสมัยแห่งใต้ ฝ่าละอองธุลีพระบาทนั้น ราชอาณาจักรไทยได้ดำรงคงอยู่อย่างมีเอกราช และมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ ด้วยพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณ ปกเกล้าปกกระหม่อม อาณาประชาราษฎร์ต่างพึ่งพิงอาศัยในพระราชอาณาจักร อย่างร่มเย็น เป็นสุขถ้วนทั่วกัน ภายใต้พระบรมโพธิสมภารเสมอมา

ทรงมีพระราชประสงค์ให้ราษฎรผาสุก

ในกาลปัจจุบันนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ต่างประจักษ์แก่ใจดียิ่งว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงบำเพ็ญปฏิบัติพระราชกรณียกิจ โดยมีพระราช ประสงค์เพื่อประสิทธิ์ความผาสุกสิริสวัสดิ์ ทั้งความไพบูลย์วัฒนาสถาพรแก่บ้านเมือง ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของอาณาประชาราษฎร์ น้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ยังความปลาบปลื้มปีติสุขแก่ผองพสกนิกรทั้งปวง พระบรมเดชานุภาพและพระบารมี ยังให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ เป็นพลังหนุนนำให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และปวงประชาทุกหมู่เหล่า มีศรัทธาเชื่อมั่นที่จะร่วมกันบำรุงรักษาและพัฒนาบ้านเมือง ให้เจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองสืบต่อไป

ถวายความจงรักภักดีด้วยชีวิต

ปวงข้าพระพุทธเจ้า เหล่าข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ประชาชนจิตอาสา และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จะถวายความจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองธุลี พระบาท และพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ ไว้ด้วยชีวิต โดยจะร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ สนองพระราชปณิธาน ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระปฐมบรมราชโองการอย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะสร้างความสงบสุข ความมีเสถียรภาพ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนสืบไป

ขอทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน

ในมหามงคลสมัยพิเศษนี้ ข้าพระพุทธเจ้า ทั้งหลาย จึงขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยอันประเสริฐ อานุภาพแห่งพระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลจักรวาลและพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดอภิบาลรักษาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ให้ทรงพระราชสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล พร้อมด้วยพิพิธพรชัยอันไพสิฐ พระเกียรติคุณวิบูลย์ขจรไกลไปทั่วทิศานุทิศ สถิตเสถียรในไอศูรย์สิริราชสมบัติ เพื่อเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกร ตราบจิรัฐิติกาลเทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ทรงขอบใจประชาชนที่ถวายพระพร

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบ ใจความว่า “ข้าพเจ้าและพระราชินี รู้สึกยินดีและปลื้มใจมาก ที่ได้เห็นประชาชนทั้งหลายมีไมตรีจิตพร้อมเพรียงกันมาร่วมแสดงปรารถนาดี ในวาระบรมราชาภิเษกของข้าพเจ้าครั้งนี้ ความพร้อม เพรียงของท่านทั้งหลายผู้มาประชุมพร้อมกัน ณที่นี้ เพื่ออวยชัยให้พรแก่ข้าพเจ้าด้วยน้ำใจไมตรีและความ ปรารถนาดีอย่างจริงใจนั้น เป็นที่จับตาจับใจและทำให้ข้าพเจ้าอิ่มใจอย่างยิ่ง ขอให้ความพร้อมเพรียงของท่านทั้งหลายในการแสดงไมตรีจิต แก่ข้าพเจ้าครั้งนี้จงเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกคนทุกฝ่ายจะพร้อมกันบำเพ็ญกรณียกิจเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ของเราต่อไป ขอขอบใจในคำอำนวยพรซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในนามของทุกคนและขอสนองพรให้ทุกท่านมีความผาสุก สวัสดี พร้อมทั้งความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนาจงทั่วกัน”

พสกฯปลื้มปีติทุกพระองค์โบกพระหัตถ์

ภายหลังทรงมีพระราชดำรัสจบ ประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จถวายพระพรชัยมงคล พากันเปล่งเสียงทรง พระเจริญอย่างกึกก้องอีกครั้ง แล้วพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯพระบรมราชินี โปรดเกล้าให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จออก ณ สีหบัญชร เพื่อให้ประชาชนเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล ทุกพระองค์ได้โบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนที่เปล่งเสียงทรงพระเจริญถวายพระพรดังกึกก้องตลอดเวลา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงหยิบโทรศัพท์มือถือ มาถ่ายภาพพระราชบิดาที่หันพระพักตร์มาทางสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พร้อมแย้มพระสรวล

น้ำตาคลอเห็นภาพแห่งความสุข

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ได้บันทึกวิดีโอภาพประชาชนที่มาเข้าเฝ้าฯถวายพระพร ชัยมงคลและชื่นชมพระบารมี และโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนด้วยพระอิริยาบถร่าเริงและน่ารักยิ่ง ซึ่งภาพที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยพระธิดาและพระโอรสทั้ง 3 พระองค์ โบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนพร้อมๆกัน นับเป็นภาพที่แสนอบอุ่นและสร้างความปลื้มปีติ ความประทับใจแก่พสกนิกรอย่างยิ่ง หลายคนถึงกับน้ำตาไหลด้วยความปีติยินดีที่ได้เห็นทุกพระองค์ทรงมีความสุข และต่างยิ่งเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องมากขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่ทุกพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินกลับเข้าไปภายในพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ฯ

ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังก้อง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กล่าวถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีรวมทั้งประชาชนที่เข้าเฝ้าในบริเวณนั้น ต่างพากันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีคลอไปกับเสียงวงดุริยางค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงจากพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาทเสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

โปรดเกล้าฯคณะทูต-กงสุลเข้าเฝ้าฯ

จากนั้นเวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินออกท้องพระโรงกลางทางพระทวาร ด้านพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะทูตานุทูต-กงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยผู้แทนองค์กรค้าระหว่างประเทศในประเทศไทยเข้าเฝ้าถวายพระพร ชัยมงคล พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง ปฏิบัติหน้าที่สมุหพระราชมณเฑียรกราบบังคมทูล พระกรุณาเบิกนางฉั่ว ซิ่ว ซาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ สิงคโปร์ประจำประเทศไทย ในฐานะคณบดีคณะทูต เฝ้าฯ กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลในนามของผู้เฝ้าฯ

มีพระราชดำรัสตอบกลับคณะทูต

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มี พระราชดำรัสตอบ ใจความว่า “ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความชื่นชมและประทับใจมากในคำอวยพรอันเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต ซึ่งท่านคณบดีทูตได้กล่าวในนามคณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศ ในวาระบรมราชาภิเษกของข้าพเจ้า ในครั้งนี้ ขอขอบใจในน้ำใจไมตรีของท่านทั้งหลายที่ได้แสดงความปรารถนาดีต่อเราทั้งสอง ประเทศและประชาชนชาวไทย ทั้งยังแสดงความจริงใจที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศของเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในประการนี้ขอให้ท่านมั่นใจได้ว่าท่านจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาล และประชาชนชาวไทย และข้าพเจ้าเองก็จะพยายามส่งเสริมสัมพันธไมตรีที่มีอยู่ให้ยิ่งเจริญงอกงามและธำรงยั่งยืนสืบไป ขอสนองพรทุกท่านให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ ทั้งขอให้ ประเทศและประชากรซึ่งท่านเป็นผู้แทนอยู่ในราชอาณาจักรนี้มีความรุ่งเรืองไพบูลย์ตลอดไป

พระราชทานเลี้ยงคณะทูตานุทูต

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสัมผัสพระหัตถ์กับนางฉั่ว ซิ่ว ซาน คณบดีคณะทูต และมีพระราชปฏิสันถารก่อนเสด็จออกจาก ท้องพระโรงกลางไปประทับพักพระราชอิริยาบถ แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทไปยังรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน ภายหลังเสด็จพระราชดำเนินกลับ ได้พระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตานุทูตที่พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร

“ฟ้าหญิงสิริวัณณวรี” เผยนาทีเสด็จออก

ช่วงค่ำวันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงโพสต์เฟซบุ๊กส่วนพระองค์ “H.R.H Princess Sirivannavari Nariratana” ถึงนาทีที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้ เสด็จออกสีหบัญชร เพื่อให้ประชาชนเข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล พร้อมกันนี้ ยังทรงเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ทรงบันทึกภาพประชาชนที่มาถวายพระพรระหว่างเสด็จออกสีหบัญชรด้วย รวมทั้งภาพที่ทรงถ่ายจากด้านหลังของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ทรงขอบใจทุกคนที่รักและเคียงข้างกัน

นอกจากนี้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ค. สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงโพสต์ข้อความในเฟซบุกส่วนพระองค์ “H.R.H Princess Sirivannavari Nariratana”ว่า “ขอบใจทุกคนที่รักเราแบบใจจริงแท้ เข้าใจเราและอยู่เคียงข้างเราเสมอมา เราถึงแม้จะมียศสูงขึ้นแต่เราก็จะเป็นท่านหญิงองค์เดิม นิสัยเหมือนเดิมทุกประการ ดั่งเฉกเช่นที่เป็นมาไม่เปลี่ยนแปลง” และยังโพสต์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษด้วยว่า Thank you for loving me unconditionally and for always being by my side. Even though my rank is higher, I promise to remain the same, unchanged as always and forever. Yours truly. Sirivannavari #SIRIVANNAVARI ซึ่งได้มีผู้มากดไลค์เป็นจำนวนมาก

รัฐบาลถวายสดุดีในหลวงและพระราชวงศ์

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถวายสดุดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีพระวิริยะอุตสาหะในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเฉพาะการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ซึ่งพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องทรงฉลองพระองค์ครุยที่ทั้งหนักและหนา ประทับบนพระที่นั่งที่แคบและโคลงไปมาตลอดหลายชั่วโมง เช่นเดียวกับพระขัตติยะมานะของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรน ทิราเทพยวดี ที่ทรงร่วมขบวนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน

ทรงธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี

“นายกฯกล่าวว่า แม้ดูเหมือนระยะทางจะไม่ไกล แต่การเดินเท้าต้องใช้เวลาและความอดทน พระองค์ท่านและทุกๆพระองค์ มิได้ทรงทำเพื่อพระองค์เอง แต่ทรงธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีต ทรงแสดงพระองค์เป็นต้นแบบของการรักษาคุณค่าของขนบธรรมเนียมที่มีอารยะและมีเอกลักษณ์ที่งดงามของโลก โดยสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นสถาบันหลักและเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ” พล.ท.วีรชนกล่าว

ขอบคุณทุกภาคส่วนอุทิศใจกายร่วมงาน

รองโฆษกฯยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ นายกฯยังชื่นชมและขอบคุณข้าราชบริพาร เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร ประชาชน จิตอาสาทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันอุทิศทั้งกำลังกายและใจ เพื่อให้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งแต่ขั้นตอนของพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์มาจนถึงการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคสำเร็จลุล่วง สง่างาม และสมพระเกียรติอย่างที่สุด

บิ๊กแป๊ะชื่นชมกำลังพลทุกนาย

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด ปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย รักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย จัดการจราจร รวมทั้งให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เฝ้าฯรับเสด็จ และร่วมชื่นชมพระบารมี ในเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ในงานพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก 5 พ.ค. บัดนี้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดความปลอดภัยสูงสุด และสมพระเกียรติ ยังความปลาบปลื้มปีติ เป็นเกียรติประวัติแก่ข้าราชการตำรวจทุกนาย ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความทุ่มเทของข้าราชการตำรวจทุกหน่วยงาน ขอขอบคุณผู้บังคับบัญชา และข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนายมา ณ โอกาสนี้

หลั่งไหลจองพื้นที่หน้าวังเฝ้ารับเสด็จ

ขณะที่ปวงพสกนิกรไทยทั้งแผ่นดินสุดปลาบ ปลื้มปีติยินดีในการเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาทและต่างพากันเดินทางมาจับจองที่นั่งเพื่อเฝ้าชื่นชมพระบารมีกันตั้งแต่เช้าโดยบรรยากาศโดยรอบพื้นที่พระบรมมหาราชวัง โดยเฉพาะบนถนนราชดำเนิน ถนนสนามไชย ถนนเจริญกรุง ตั้งแต่เวลา 04.00 น. วันที่ 6 พ.ค.มีประชาชนจากทั่วสารทิศจำนวนมาก ทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่สนามหญ้า ทำเนียบองคมนตรี บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พระบรมมหาราชวัง เพื่อรอเฝ้ารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาท ภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขณะที่ประชาชนบางส่วนปักหลักพักค้างในสวนสราญรมย์เพื่อได้มาเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและจิตอาสาคอยดูแลความเรียบร้อย อำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาในวันนี้ พร้อมทั้งยังมีพยาบาลจิตอาสามาคอยดูแลประชาชนอีกด้วย

เบียดเสียดแย่งที่นั่งเฝ้าใกล้ชิด

ส่วนที่บริเวณด้านหน้าสวนสราญรมย์ ฝั่งตรงข้าม พระบรมมหาราชวัง มีประชาชนจำนวนมากทยอยเข้าไปจับจองพื้นที่รอเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล ทำให้พื้นที่ด้านหน้าและทั้งฝั่งซ้ายและขวามีคนนั่งจนแน่นขนัดไปหมดตั้งแต่เวลา 14.00 น. คนที่มาทีหลังต่างก็พยายามที่จะขยับแทรกเข้าไปข้างในเพื่อให้สามารถเข้าไปอยู่ในจุดที่ใกล้ที่สุดท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าว โดยที่เจ้าหน้าที่ก็ได้อำนวยความสะดวกให้ทุกคนสามารถเข้าเฝ้าฯได้อย่างใกล้ชิด ด้วยการปรับพื้นที่นั่งให้คนที่อยู่ด้านหน้าขยับเดินหน้าเข้าไปให้มากที่สุด เพื่อให้คนที่อยู่ด้านหลังสามารถเข้ามาได้

แจกกระปุกน้ำ-เข็มกลัดตราสัญลักษณ์

ที่บริเวณจุดคัดกรองแม่ธรณีบีบมวยผม มีประชาชนจำนวนมากทยอยผ่านจุดตรงเข้าพื้นที่ด้านใน เจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรองได้ชี้แจงให้ทราบว่า มีประชาชนเข้าไปรอรับเสด็จฯ อย่างหนาแน่นเต็มพื้นที่แล้ว คนที่มาทีหลังหากเข้าไปไม่ถึงบริเวณ จุดเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท แต่ก็สามารถรับชมการถ่ายทอดผ่านทางจอแอลอีดีขนาดใหญ่จำนวนหลายจอที่มีไว้ให้ประชาชนรับชมข้างพระบรมมหาราชวัง และข้างสนามหลวง โดยประชาชนที่ผ่านจุดคัดกรองจะได้รับแจกกระปุกน้ำตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกคนละ 1 กระปุก บรรจุน้ำเข้าไปดื่มคลายร้อนได้ เมื่อเข้ามาถึงหน้ากระทรวงกลาโหมจะมีจุดแจกเข็มกลัดที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกและข้อความ “เสด็จออกสีหบัญชร 6 พฤษภาคม 2562” มีประชาชนเข้าแถวรอรับแจกจำนวนมาก

ครัวพระราชทานจัดเต็มอาหาร

ที่บริเวณครัวพระราชทาน สนามหลวง ถนนหน้าพระธาตุ มีประชาชนเข้ามาใช้บริการจำนวนมากตั้งแต่เช้า โดยมีจิตอาสาเข้ามาร่วมให้บริการทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.00 น. ให้บริการไปตลอดทั้งวัน มีเมนูอาหารมากมาย อาทิ ข้าวต้มไก่ ข้าวผัดไก่ ไข่เจียว กะเพราไก่ ไก่ทอด ไก่ย่าง ไส้กรอกทอด คั่วกลิ้งไก่ ไก่ผัดขิง ผัดหมี่ ผัดซีอิ๊ว ข้าวผัดกุนเชียง แตงกวาผัดไข่ กุนเชียง ผัดไก่ฮังเล ส่วนอาหารหวาน มีทั้งไอศกรีม ขนมปัง วุ้น แมงลักราดน้ำแดง มันแกว ข้าวโพดต้ม และเบเกอรีแยมโรล ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งน้ำเปล่า น้ำแดง ชา กาแฟ สำหรับการบริการของครัวพระราชทาน ทั้ง 3 วันตั้งแต่วันที่ 4-6 พ.ค. ได้ให้บริการข้าวกล่องนับแสนกล่อง โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ให้บริการอาหารแก่ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ จนถึงเวลาเที่ยงคืน ข้าวสารที่นำมาใช้ในงานนี้รวมทั้งสิ้นกว่า 16 ตัน

มาตั้งแต่ตี 4 เฝ้ารอชมพระราชพิธี

กระทั่งเวลา 12.00 น. พื้นที่บริเวณสนามหญ้าหน้าทำเนียบองคมนตรีเต็มไปด้วยประชาชนที่สวมใส่เสื้อเหลืองแม้อากาศจะร้อนอบอ้าวเพียงใด แต่ทุกคนก็ยังคงนั่งรอเวลาได้ชมพระราชพิธีสำคัญและเข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความยิ้มแย้มที่จะได้เฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิดจนแน่นขนัดพื้นที่โดยไม่มีใครลุกออกจากพื้นที่ ด.ช.ธนัชชัย แพงพิพัฒน์ นักเรียนชั้น ป.4 ร.ร.คลองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เดินทางมากับครอบครัวนั่งตรงหน้าสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท เป็นคนแรก กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิด เดินทางมากับครอบครัวมาถึงตั้งแต่ตี 4 ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

นอกจากนี้ยังมีนายวีระวิทย์ ทิพย์ศิลปชัยกุล วัย 71 ปี ชาวบ้านจาก อ.เมือง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า รู้สึกปลื้มปีติสุดบรรยาย ที่จะได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จและถวายพระพรชัยมงคลในหลวงอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก เหมือนเป็นน้ำทิพย์ชะโลมใจให้สามารถนั่งรอพระองค์เสด็จออกสีหบัญชร

จุรินทร์นำสมาชิกพรรคถวายราชสดุดี

ที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม ย่านสนามหลวง พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และรักษาการกรรมการบริหาร รวมถึงอดีต ส.ส.และสมาชิกพรรคกว่า 300 คน สวมเสื้อเหลืองตราสัญลักษณ์ร่วมพิธีถวายราชสดุดีเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อแสดงความจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสถาบันฯ

ชาวเดอะมอลล์จุดเทียนชัยถวายพระพร

ค่ำวันเดียวกัน ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จัดกิจกรรม “เฉลิมพระเกียรติ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี โดยนางกฤษณา อัมพุช รองประธานกรรมการบริษัทเดอะมอลล์ฯ พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงาน และประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม ร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล พร้อมร้องเพลงสดุดีจอมราชาอย่างกึกก้อง

ผู้โดยสารต่างชาติร่วมถวายพระพร

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันเดียวกัน นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรรณภูมิ พันตรี กมล วงศ์สมบุญ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายบำรุงรักษา) พร้อมหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่สายการบินและผู้ประกอบการที่ปฏิบัติงานภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมทั้งผู้โดยสารชาวไทยและชาวต่างประเทศ ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวโรกาส เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ผ่านการถ่ายทอดสดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในการนี้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้โบกธงชาติไทยและธงตราสัญลักษณ์เพื่อถวายความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 5 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ

สุวรรณภูมิจัดทำวีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติ

นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน เผยด้วยว่า บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำวีดิทัศน์ “ทศมบดินทร์” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระมหากษัตริย์ผู้มีพระปรีชาสามารถ อันเป็นที่ชื่นชมยกย่องและเทิดทูนของพสกนิกรชาวไทยและทั่วโลก โดยนำเสนอภาพพระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แบ่งเป็นด้านราชการ ด้านการทหาร ด้านการบิน และด้านการส่งเสริมวัฒนธรรม ใช้เทคนิค 3 มิติเล่าเรื่องทั้งหมด นำเสนอภาพพร้อมบทประพันธ์เฉลิมพระเกียรติ โดยศิลปินระดับประเทศ อีกทั้งยังได้ประพันธ์เพลงประกอบวีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและถวายพระพร แสดงผลผ่านจอแอลอีดีอิเล็กทรอนิกส์ ความละเอียดสูง ขนาดใหญ่ พร้อมลงนามถวายพระพร ชัยมงคล แบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่าน Interactive Kiosk ด้วยการสแกน QR Code รับข้อความร่วมถวายพระพร ซึ่งออกแบบเป็นพิเศษ โดยจัดแสดงบริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 5 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นไป

วัดนายโรงเจริญพระพุทธมนต์

ที่วัดนายโรง ถนนบรมราชชนนี ฝั่งธนบุรี วันเดียวกัน มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพร ชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก พระครูรัตนโสภณ เจ้าอาวาสวัดนายโรง กล่าวว่า วัดร่วมกับเขตบางกอกน้อยและภาคเอกชน จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะจัดขึ้นทุกวันจันทร์ เวลา 17.15 น. ไปจนถึงเดือน ก.ค.

มหาเถรฯ ให้สงฆ์ทั่ว ปท.เจริญพระพุทธมนต์

ขณะที่มหาเถรสมาคม มีมติให้คณะสงฆ์ทั่วประเทศ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 7 พ.ค. เวลา 17.00 น. พร้อมกันทั่วประเทศ โดยส่วนกลางจัดพิธีที่วัดราชบพิธฯ กรุงเทพฯ ส่วนภูมิภาค จัดพิธีที่วัดที่จังหวัดกำหนด ทั้งนี้ จะมีการจัดพิมพ์หนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์แจกให้กับผู้ที่ร่วมงานทั่วประเทศด้วยรวมจำนวน 100,000 เล่ม แบ่งเป็นจังหวัดละ 1,000 เล่ม โดยมีบทเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลรวมทั้งสิ้น 34 บท

อลังการโดรนแปรอักษรกลางฟ้า

เวลา 19.15 น. ที่ท้องสนามหลวง สมาคมกีฬา เครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดการแสดงบังคับอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แปรอักษรถวายราชสดุดี จักรีวงศ์ ประกอบแสงสีเสียง เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยแบ่งการขึ้นบินเป็น 2 ชุด ชุดใหญ่ จำนวน 167 ลำ และชุดเล็ก จำนวน 68 ลำ สลับกันขึ้นบินแปรขบวนและไล่เรียงแสงสีบนท้องฟ้าอย่างเป็นระเบียบ แปรอักษรเป็นรูปร่างต่างๆ จำนวน 10 แบบ เริ่มจากรูปแผนที่ประเทศไทย รูปธงชาติไทย อักษรคำว่า “ราชวงศ์จักรี” “เลข 10 ไทย” พระปรมาภิไธยย่อ วปร รูปพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 อักษร คำว่า “ทรงพระเจริญ” รูปแผนที่ประเทศไทย รูปช้าง และรูปดอกราชพฤกษ์ เป็นเวลาประมาณ 15 นาที ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก

“ป้าพนอจัน” ชมพระราชพิธีผ่านมือถือ

สำหรับพระราชพิธีสถาปนาพระบรมราชอิสริยยศและพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศานุวงศ์ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 และพระราชพิธี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเลียบพระนครที่มีขึ้นตลอดวันที่ 5 พ.ค. และเป็นพระราชพิธีที่งดงามตระการตายิ่งใหญ่ตามโบราณราชประเพณีและสมพระเกียรติอย่างที่สุด มีประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศติดตามชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีกันจำนวนมาก อาทิ นางพนอจัน วิชยา เทรายามา ชาวไทย คนดังที่อาศัยอยู่ในกรุงโตเกียว เปิดเผยว่า ได้ติดตามชมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ทั้งวันทั้งคืนจนเวลาล่วงเข้าห้าทุ่มกว่าของประเทศญี่ปุ่น โดยได้เฝ้าชมพระบารมีหน้าจอโทรศัพท์มือถือ และปลื้มปีติจนน้ำตาไหลไม่รู้กี่รอบ ภาพประวัติศาสตร์ต่างๆถูกบันทึกไว้ในความทรงจำ สุดปลาบปลื้มใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยสองรัชกาล ในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ก็มีเหตุการณ์ประทับใจมากมาย มารัชกาลปัจจุบัน แม้จะผ่านการเปลี่ยนแผ่นดินมาสี่ปีแล้วยังมีเรื่องราวประทับใจไม่รู้ลืม เช่น เมื่อวานนี้ ได้เห็น พระจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระราชินีพระองค์ใหม่ รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ ยิ่งมีความปีติตื้นตันใจเกินจะบรรยาย ทุกพระองค์ทรงทำหน้าที่ ทรงพระ อุตสาหะ วิริยะ สมเป็นขัตติยนารี

ไทยมีขนบธรรมเนียมที่ชาติอื่นไม่มี

นางพนอจันกล่าวอีกว่า พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ท่านรักการเป็นทหาร ท่านได้รับการฝึกหัดให้มีความเข้มแข็งอดทน อดกลั้น แม้จะทรงเหนื่อยเมื่อยล้าแค่ไหน แต่ท่านทรงมีพระขัตติยมานะ อดทนอดกลั้น จากความเมื่อยล้า ความร้อนจนภาระหน้าที่สำเร็จเสร็จสิ้นอย่างสมพระเกียรติยศ เป็นที่สรรเสริญไปทั่วนานาอารยประเทศ ว่าประเทศไทยของเราเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่มีขนบธรรมเนียมที่ชาติอื่นไม่มี ระยะเวลาอันยาวนานที่ริ้วขบวนผ่านไป เป็นเครื่องแสดงแสนยานุภาพว่าชาติไทยเราเป็นหนึ่งเดียวในโลก โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมใจของคนทั้งชาติ

ไทยในซิดนีย์ทำบุญถวายพระราชกุศล

เช่นเดียวกับ น.ส.อรวรรณ โกศะรถ คนไทย ในซิดนีย์ ให้สัมภาษณ์ข้ามประเทศว่า ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งที่อยู่ต่างประเทศ ได้รับชมการ ถ่ายทอดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พิธีสถาปนาพระราชวงศ์ และเสด็จออก ณ สีหบัญชร ได้เห็นพระราชวงศ์ทุกพระองค์ มีความปลาบปลื้มปีติยินดี น้ำตาเอ่อไหลไม่รู้ตัว ถือว่าเป็นบุญกับตัวเองที่ได้ชมพิธีอันยิ่งใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ เชื่อแน่ว่าคนไทยไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ ทุกคนต้องพร้อมใจกันเปล่งคำว่า ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานอย่างแน่นอน ประเทศไทยจะไม่เป็นเมืองขึ้นของใครตราบใดที่เรามีพระมหากษัตริย์เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ความรู้สึกในขณะชมเสมือนได้อยู่ในประเทศไทยไม่ได้แค่นั่งดูในทีวี แต่เป็นส่วนหนึ่งของพิธี ความรู้สึกนี้จะตรึงตราตรึงใจตราบจนกว่าชีวิตจะหาไม่ และคนไทยในซิดนีย์ส่วนหนึ่งได้ไปร่วมกันบำเพ็ญกุศล ทำความดีที่วัดไทยเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และขอให้คำสัตย์ปฏิญาณว่าจะรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จนกว่าชีวิตจะหาไม่

คนไทยในบรัสเซลส์สุดปลื้มปีติ

ส่วนที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 6 พ.ค. มีการจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล โดยมีประชาชนชาวไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศเบลเยียมมาร่วมงานพร้อมรับชมการถ่ายทอดสดการเสด็จออก ณ สีหบัญชรของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และร่วมถวายพระพร ชัยมงคลพร้อมกับคนไทย นางนงลักษณ์ โฟคอนนิเอร์ หนึ่งในคนไทยที่มาร่วมถวายพระพรชัยมงคลกล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย วันนี้เรามีแล้วทั้งในหลวงและพระราชินี รู้สึกปลื้มปีติและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมถวายพระพรชัยมงคลในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ คิดว่าเป็นสิริมงคลที่ในช่วงชีวิตหนึ่งได้มีโอกาสเห็นถึงพิธีการที่มีความอลังการและสมเกียรติภูมิ แสดงให้คนต่างชาติได้รับทราบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมมายาวนานและยังคงดำรงรักษามาได้จวบจนทุกวันนี้ วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดของคนไทยทั้งในประเทศไทยและคนไทยที่อาศัยอยู่ทุกมุมโลก

สาวเบลเยียมชมคนไทยใส่เหลือง

อีกคนคือนางปทินทอง ทองมี เดินทางมาจากเมืองคอร์ไซเดอร์ ริมทะเลเหนือเบลเยียม กล่าวว่า “ดีใจและภาคภูมิใจที่เรามีในหลวงรัชกาลที่ 10 ดีใจกับสิ่งดีๆที่เกิดขึ้น ยินดีที่จะเป็นพลเมืองไทยที่ได้รับใช้ชาติด้วยการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยด้วยการนุ่งผ้าไทยและแนะนำฝรั่งให้รู้จักผ้าไหมไทย ด้านนางสาวมาริเลน ชาวเบลเยียมจากเมืองคอร์ไซเดอร์ ที่มีความรักและชื่นชอบวัฒนธรรมไทย ที่เดินทางมาร่วมงานที่สถานทูตด้วยกล่าวว่า มาร่วมเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์องค์ใหม่ของไทย ได้เดินทางไปประเทศไทยทุกปีเพราะมีความนิยมชมชอบคนไทยที่อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากทีเดียว ความงดงามจากผู้ร่วมงานทุกคนในชุดเหลืองเปรียบเสมือนแสงอาทิตย์มาเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญยิ่งในครั้งนี้ ที่สำคัญในหลวงรัชกาลที่ 10 คือ กษัตริย์ในดวงใจของดิฉัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระบรมราชินี เสด็จออกสีหบัญชร ทรงแย้มพระสรวล โบกพระหัตถ์ ทั้งหมด 35 ภาพ

วันที่ 6 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา ฯ พระบรมราชินี เสด็จขึ้นท้องพระโรง พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชวงศ์ และองคมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ผู้แทนทุกหมู่เหล่าเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ทรงโบกพระหัตถ์ และแย้มพระสรวล ให้กับพสกนิกร ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างเนืองแน่น พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังไปทั่วบริเวณ