king10
Thairath Logo
กีฬา

พระคู่ขวัญคู่พระบารมี

นับเป็นเรื่องน่าปีติยินดีอย่างยิ่งสำหรับพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาพระอัครมเหสี “พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา” ขึ้นดำรงฐานันดรศักดิ์เป็น “สมเด็จพระราชินีสุทิดา” เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ทำให้ประเทศไทยของเราได้มี “พระคู่ขวัญคู่พระบารมียุคใหม่” ที่พร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่มุ่งบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ พร้อมนำความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงมาสู่ประเทศชาติ

“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันก็จะสร้างป่า…” พระราชดำรัสอันลึกซึ้งกินใจดังกล่าวของ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” สมเด็จพระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งทรงยึดมั่นมาตลอดเวลาหลายทศวรรษ ที่ได้ทรงงานเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย ถือเป็นหลักไมล์สำคัญให้น้อมนำไปยึดถือปฏิบัติเพื่อเกื้อหนุนและแบ่งเบาพระราชภารกิจอันหนักอึ้งขององค์พระมหากษัตริย์ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 10

ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา “สมเด็จพระราชินีสุทิดา” ทรงถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10” ด้วยความจงรักภักดียิ่ง เพื่อแบ่งเบาพระราชภารกิจ ทั้งที่ทรงปฏิบัติแทนพระองค์ และทรงปฏิบัติในส่วนพระองค์เอง โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญที่ทรงมุ่งมั่นจริงจังคือ การถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด ในฐานะราชองครักษ์ผู้แข็งแกร่ง

อาจกล่าวได้ว่า “สมเด็จพระราชินีสุทิดา” ทรงเป็นพระราชินีที่สง่างาม องอาจ เข้มแข็ง และมีระเบียบวินัย ตามแบบฉบับของทหารอย่างแท้จริง ทรงผ่านหลักสูตรการฝึกทหารมาแล้วอย่างเข้มข้นทุกด้าน ทั้งหลักสูตรรักษาพระองค์, ยิงปืน, การชิงตัวประกัน และหลักสูตรส่งทางอากาศของหน่วยรบพิเศษ โดยทรงทำการกระโดดร่ม 5 ครั้ง จากเครื่องบิน ตามหลักสูตรของโรงเรียนศูนย์สงครามพิเศษ แม้แต่กระโดดร่มลงทะเลในเวลากลางคืนก็ทรงมีความมุ่งมั่นฝึกฝนด้วยความตั้งพระทัย ได้รับเสียงชื่นชมจากครูฝึกทุกหลักสูตรว่าทรงมีความมุ่งมั่นใส่ใจในการฝึก จนสำเร็จผ่านการศึกษาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่น 91 และวิทยาลัยการทัพบก (วทบ.) รุ่น 59 โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารปฏิบัติการพิเศษติดพระยศพลตรีหญิง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2556 สังกัดสำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ขณะทรงดำรงตำแหน่งทางทหารเป็นผู้บังคับการกรมราชวัลลภเริงระบำ คุมกำลัง 3 กองพัน และ 1 บก.กรม ได้ทรงพิสูจน์ถึงพระปรีชาสามารถและความอดทนเยี่ยงทหาร โดยทรงนำทำการแสดงทางทหารประกอบดนตรี “ราชวัลลภ เริงระบำ” (Hop to the Bodies Slams) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ในงานวันราชวัลลภ ที่มีความยาวต่อเนื่องถึง 48 นาที ได้อย่างสง่างามเข้มแข็งน่าทึ่ง

ด้วยพระทัยมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งเหนืออิสตรี จึงทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ประจำหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนัก

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก่อนจะขยับขึ้นเป็นเสนาธิการหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และนายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช กุมาร ประจำหน่วยบัญชาการถวายความ ปลอดภัยรักษาพระองค์ จนถึงปัจจุบันทรงรั้งตำแหน่ง “รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์” คุมกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติแด่องค์พระมหากษัตริย์ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์อย่างใกล้ชิด

ทรงเป็นต้นแบบของ “พระราชินียุคใหม่” ที่องอาจเข้มแข็งงามสง่า พร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่เป็นพระคู่ขวัญคู่พระบารมีใน “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10” เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความทันสมัยและความเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง.


ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ

รายละเอียดพระราชพิธีร.10รายละเอียดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกร.10รัชกาลที่ 10ลำดับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกบรมราชาภิเษก