king10
Thairath Logo
กีฬา

ก่อนจะมาเป็นแสตมป์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562


ดังที่ทราบกันดีแล้วว่า ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 นั้น ทางราชการและรัฐวิสาหกิจได้มีการจัดทำเข็มที่ระลึก ตราสัญลักษณ์ เหรียญกษาปณ์ ธนบัตร และดวงตราไปรษณียากร พร้อมที่จะนำออกจำหน่าย และเปิดให้รับจองตามหน่วยงานและสถานที่ที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด

ในส่วนของตราไปรษณียากร ซึ่งเป็นของที่ระลึกยอดนิยมในหมู่ประชาชนชาวไทยอย่างยิ่งนั้น นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดสร้างขึ้นด้วยเช่นกัน โดยจะเป็นชนิดราคา 10 บาท จัดพิมพ์ทั้งสิ้น 3 ล้านดวง หรือ 3 แสน แผ่น ใน 1 แผ่นมี 10 ดวง โดยได้เชิญพระฉายาลักษณ์พระราชทานในฉลองพระองค์ เครื่องแบบทหารบกเต็มยศเป็นแบบตราไปรษณียากร ประกอบอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และภาพพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับเมื่อครั้งการจัดสร้างตราไปรษณียากรที่ระลึกบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เมื่อ พ.ศ.2493

ความพิเศษของตราไปรษณียากรชุดประวัติศาสตร์ชุดนี้ คือ การใช้เทคนิคพิมพ์สี 5 สี (ฟ้า เหลือง แดง ดำ และสีขาวพิเศษ) บนฟอยล์กระจกเป็นครั้งแรกของโลก กระดาษที่ใช้พิมพ์ได้ส่งไปเคลือบฟอยล์เงินกระจกที่ประเทศอังกฤษและเคลือบทับด้วยฟิล์มใสอีกชั้นหนึ่งที่ประเทศฝรั่งเศสเพื่อเพิ่มความสวยงามแวววาวให้แก่ภาพบนดวงแสตมป์พร้อมปั๊มดุนนูนอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ข้อความชื่อประเทศ ชนิดราคา และองค์พระฉายาลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีความพิเศษที่ฉลองพระองค์ ซึ่งได้ใช้สีขาวชนิดพิเศษเพื่อให้ฉลอง พระองค์เป็นสีที่สมจริง ด้วยการอิงแนวทางในสมัยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ก็มีความแตกต่างที่ตำแหน่งพระฉายาลักษณ์ ภาพพระบรมมหาราชวังเป็นพื้นหลัง สื่อถึงพระมหามณเฑียรประกอบด้วยหมู่พระที่นั่งสำคัญในการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในครั้งนี้

การจัดทำครั้งนี้เหมือนเป็นการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศไทย จึงไม่อยากให้ประชาชนพลาดการเก็บสะสม และยังเป็นตราไปรษณียากรที่มีวันแรกจำหน่ายตรงกับวันเริ่มต้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป

อนึ่ง ในการจัดสร้างตราไปรษณียากร “รัชกาลที่ 10” ในโอกาส สำคัญต่างๆนั้น บริษัท ไปรษณีย์ไทยฯ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดสร้างมาแล้วหลายชุด โดยเริ่มที่ชุดที่ระลึกทรงบรรลุนิติภาวะ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2515 ชุดที่ระลึกวันสถาปนามกุฎราชกุมาร 28 ธันวาคม 2515 ชุดที่ระลึกมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ (ชุด 3) 5 ธันวาคม 2530 ชุดที่ระลึกเนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนาสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร 28 ธันวาคม 2542 ชุดที่ระลึก 50 พรรษา 28 กรกฎาคม 2545 ชุดที่ระลึก 60 พรรษา 28 กรกฎาคม 2555 และชุด 64 พรรษา 28 กรกฎาคม 2559 เป็นต้น

รวมทั้งตราไปรษณียากรที่ระลึก 65 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 28 กรกฎาคม พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นตราไปรษณียากรที่ระลึกดวงแรกแห่งรัชกาลที่ 10 อันเป็นภาพพระฉายาลักษณ์พระราชทานในฉลองพระองค์ครุยมหาจักรี บรมราชวงศ์ ประกอบอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. พร้อมข้อความบรรยาย บนพื้นภาพสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ และเพิ่มเทคนิคปั๊มฟอยล์ทองบริเวณคำบรรยาย ซึ่งประกอบด้วย ชื่อชุด ชนิดราคา และประเทศไทย จัดจำหน่ายในราคาดวงละ 10 บาท นับเป็นแสตมป์ที่ได้รับความนิยมและมีการเก็บสะสมไว้มากที่สุดอีกดวงหนึ่ง

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กล่าวด้วยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงสนพระทัยกิจการของกรมไปรษณีย์โทรเลขมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ย้อนไปในอดีต เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2504 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ได้เสด็จเยี่ยมชมกิจการของกรมไปรษณีย์โทรเลข พร้อมด้วยคณาจารย์และนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา ณ อาคารกรมไปรษณีย์โทรเลข เขตบางรัก กรุงเทพฯ ยังความปลาบปลื้มแก่เจ้าหน้าที่กรมไปรษณีย์โทรเลขเป็นล้นพ้น และยังอยู่ในความทรงจำของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกๆฝ่ายตราบเท่าทุกวันนี้.

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 10ตราไปรษณียากรไปรษณีย์ไทยแสตมป์ที่ระลึกตราไปรษณียากรที่ระลึกบรมราชาภิเษกบรมราชาภิเษก