ข่าว
100 year

มิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย

“ข้าพระพุทธเจ้าขอ พระราชทานกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย เฉพาะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เฉพาะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ท่ามกลางสันนิบาตนี้ว่า ข้าพเจ้าผู้เป็นสยามมกุฎ ราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศและอิสริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้เสมอด้วยชีวิต จะภักดีต่อชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่าง โดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ และโดยความเสียสละ เพื่อความเจริญสงบสุขและความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศไทย จนตราบ เท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่”...นี่คือพระราชปฏิญญาสัตยาธิษฐานอันประจักษ์ชัดของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10” ที่ทรงให้คำมั่นไว้ต่อปวงประชาราษฎร์ ขณะทรงถวายสัตย์ปฏิญาณในการพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการประกาศสถาปนา “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ” ขึ้นดำรงพระอิสริยยศ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2515

กาลเวลาผ่านไปยิ่งเป็นที่ประจักษ์แจ้งว่า ตลอดเวลานับตั้งแต่ทรงพระเยาว์ตราบจนปัจจุบัน เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ได้ทรงยึดมั่นในพระราชปฏิญญาอย่างแน่วแน่ ทรงพระวิริยอุตสาหะมุ่งปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประเทศชาติและประชาชนของพระองค์ โดยมิทรงย่อท้อเหน็ดเหนื่อยเลย นับแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบรมราชชนนี ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ โดยตามเสด็จไปเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เมื่อทรงพระเจริญวัยก็ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ เพื่อแบ่งเบาพระราชภารกิจ ทั้งที่ทรงปฏิบัติแทนพระองค์ และทรงปฏิบัติในส่วนพระองค์เอง โดยพระราชกรณียกิจทั้งปวงล้วนมุ่งมั่นที่จะสร้างความผาสุกสงบแก่ประชาชนนำความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงมาสู่ประเทศชาติ

“ด้านการแพทย์และสาธารณสุข” ทรงตระหนักว่า สุขภาพพลานามัยอันดีของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี เมื่อปี 2520 มีพระราชดำริให้จัดสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชขึ้น 21 แห่ง ในเขตทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเสด็จฯไปทรงวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างโรงพยาบาลทุกแห่งด้วยพระองค์เอง อีกทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนด้านการรักษาพยาบาล อุปกรณ์การแพทย์ และการจัดซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ทันสมัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน ต่อมายังมีพระราชดำริให้ก่อตั้งมูลนิธิมหาวชิราลงกรณ เพื่อสนับสนุนด้านการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยในกองออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินก่อสร้าง “ศูนย์มหาวชิราลงกรณ ธัญบุรี” เพื่อเป็นสถานที่บำบัดรักษาผู้ป่วยมะเร็งและให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง นอกจากนี้ ยังมีพระราชดำริให้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานสำหรับพระภิกษุสามเณร ออกตรวจรักษาตามวัดต่างๆทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

“ด้านการศึกษา” ด้วยทรงตระหนักว่า การศึกษาของเด็กและเยาวชนไทยเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองอย่างมีคุณภาพ จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโรงเรียนอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทย ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน โดยทรงพระกรุณาพระ ราชทานพระราชทรัพย์สมทบเป็นค่าก่อสร้างโรงเรียน และสนับสนุนด้านอุปกรณ์การเรียนการสอน ปัจจุบันมีโรงเรียนที่อยู่ในพระราชูปถัมภ์ 14 แห่ง ขณะเดียวกัน ยังมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานฯ” เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องจนจบระดับปริญญาตรีแก่นักเรียนเรียนดีที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

“ด้านสังคมสงเคราะห์” ทรงถือเป็นพระราชภารกิจที่จะต้องเสด็จฯไปทรงเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ไม่สงบทางภาคใต้ผู้ประสบอุทกภัย และผู้ประสบภัยหนาว ตลอดจนชุมชนแออัด ที่มีกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ

“ด้านการทหารและความมั่นคงของประเทศ” ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์คุกคามความสงบของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการทหารอย่างแข็งขัน โดยทรงเข้าร่วมปฏิบัติการรบในการต่อต้านการก่อการร้ายในภาคเหนือและภาคอีสานของไทย รวมทั้งคุ้มกันพื้นที่ในบริเวณรอบค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชาที่เขาล้าน จังหวัดตราด แม้จะเป็นพระราชภารกิจที่ต้องทรงเสี่ยงภยันตราย แต่ด้วยความที่ทรงเป็นชายชาติทหาร และเพื่อความผาสุกของพสกนิกร จึงทรงปฏิบัติพระราชภารกิจดังกล่าวโดยเต็มพระกำลัง ที่สำคัญยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะรัชทายาทถวายความปลอดภัยแด่สมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบรมราชชนนี ในการตามเสด็จไปเยี่ยมราษฎรทุกแห่งหนอันห่างไกลความเจริญ

“ด้านการต่างประเทศ” ทรงพระวิริยอุตสาหะประกอบพระราชกรณียกิจสำคัญๆในการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆเสมอมา ด้วยทรงตระหนักว่าการสร้างสัมพันธไมตรีอันดีกับมิตรประเทศต่างๆเป็นรากฐานของความสงบสุขและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ในฐานะรัชทายาทได้เสด็จฯแทนสมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบรม ราชชนนี ไปทรงเยือนมิตร ประเทศทั่วทุกทวีปอย่างเป็นทางการต่อเนื่องทุกปี โดยทุกครั้งจะทรงศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประเทศที่จะเสด็จฯไปเยือน อีกทั้ง ยังสนพระราชหฤทัยในการทอดพระเนตรและศึกษากิจกรรมต่างๆ ที่จะทรงนำมาเป็นประโยชน์ในการพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไป

ด้วยทรงห่วงใยพสกนิกรในทุกเรื่อง และไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติน้อยใหญ่ ณ แห่งหนตำบลใดของประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จะทรงเป็น “มิ่งขวัญและกำลังใจของประชาชน” โดยเฉพาะในยามที่เกิดทุกข์เข็ญมีวิกฤติให้เดือดเนื้อร้อนใจ

เฉกเช่นเมื่อครั้งเกิดวิกฤติ 13 ชีวิตทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย เมื่อกลางปีที่แล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “โรงครัวพระราชทาน” ทันที เพื่อประกอบอาหารสำหรับ แจกจ่ายเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติการค้นหาทีมนักฟุตบอลเยาวชนทั้ง 13 ชีวิต พร้อมพระราชทานเหล่าจิตอาสาลงพื้นที่ถ้ำหลวง ช่วยทำอาหารและดูแลเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง 17 วันเต็ม โดยตลอดเวลาที่เกิดวิกฤติ ทรงติดตามข่าวสารใกล้ชิดทุกช่องทาง ทรงให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญหายและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมพระราชทานสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับการกู้ภัยและช่วยชีวิต สร้างความปลื้มปีติซาบซึ้งใจยิ่งแก่พสกนิกรชาวไทย

ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งเกิดอุทกภัยอย่างหนักในหลายพื้นที่ของ 12 จังหวัดภาคใต้ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10” ได้พระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างทันท่วงที นอกจากจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์นำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย ยังมีพระราชดำริให้จัดทำบัตรอวยพรและไดอารีภาพวาดฝีพระหัตถ์ออกจำหน่าย ระดมเงินได้มากกว่า 40 ล้านบาท นำไปพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยดังกล่าว เพื่อฟื้นฟูความเป็นอยู่ของราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน และเป็นเงินทุนการศึกษาพระราชทานแก่เยาวชนที่สูญเสียบิดามารดาจากอุทกภัยครั้งนี้ พร้อมกันนี้ ยังพระราชทานความช่วยเหลือในการฟื้นฟูบูรณะโรงเรียนหลายร้อยแห่งที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ โดยจัดซื้อโต๊ะเก้าอี้ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์การศึกษาที่จำเป็นมอบแก่โรงเรียนต่างๆ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

เหนืออื่นใดทรงเป็น “ต้นแบบของการทำความดีด้วยหัวใจ” อย่างแท้จริง โดยริเริ่มหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งจิตอาสาให้บานสะพรั่งไปทั่วสังคมไทย

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของน้ำพระราชหฤทัยอันยิ่งใหญ่ ที่ทรงมุ่งมั่นบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อชาติบ้านเมืองและประชาชนชาวไทยมาตลอดพระชนม์ชีพ ด้วยทรงถือว่าทุกข์สุขของประชาชนนั้นก็ไม่ต่างจากทุกข์สุขของพระองค์.


ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 10พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชกรณียกิจพระราชกรณียกิจ ร.10บรมราชาภิเษก