king10
Thairath Logo
กีฬา

งดงามพระอัจฉริยะ “ศิลปะ - กวีนิพนธ์”


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มีพระอัจฉริยภาพ ทั้งด้านศาสตร์และศิลป์ ทรงสนพระทัยงานเขียนภาพทิวทัศน์ การ์ตูน ทรงแต่งละครวิทยุ ทรงพระนิพนธ์ ทั้งมีพระอัจฉริยภาพด้านนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย คือ การแสดงโขน โดยมีระบุใน หนังสือ “สี่เจ้าฟ้า” ฉบับสมบูรณ์ โดย ลาวัณย์ โชตามระ ตอนหนึ่ง ว่า

ทรงโขนได้ทั้งลิงและยักษ์

.....การเล่นโขน ทรงได้ทั้งตัวลิงและตัวยักษ์ นอกจากนั้นยังทรงรับหน้าที่พากย์โขนได้อีกด้วยในบางครั้ง การหัดโขนนี้ เรียกได้ว่าเป็นการภายในสำหรับแสดงในวันปิดภาคเรียนของ ร.ร.จิตรลดา ซึ่งผู้ชมก็เป็นผู้ปกครองนักเรียน และพระญาติพระวงศ์เท่านั้น.....

.......ต่อมางานเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 7 ในปลายเดือนธันวาคม 2507 ทูลกระหม่อมฟ้าชายวชิราลงกรณ์ทรงโขนเป็นตัวทศกัณฐ์ ทรงรำและทำท่าทางได้แข็งขัน สวยงามเป็นที่ชมเชยอย่างยิ่งของผู้ที่ไปชมการแสดงในวันนั้น เพราะผู้ที่จะเล่นเป็นตัวยักษ์ได้นั้น จะต้องมีรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางขึงขังแข็งขัน และมีท่าทางเจ้าชู้กรุ้มกริ่มด้วยสำหรับผู้ที่เล่นเป็นตัวทศกัณฐ์ ทูลกระหม่อมฟ้าชายมีพระวรกายสูงใหญ่ ทรงมีท่าทางเข้มแข็ง และพระอิริยาบถร่าเริง จึงทรงเล่นเป็นตัวทศกัณฐ์ และเมื่อการแสดงในวันนี้จบสิ้นลง ผู้แสดงทุกคนเข้าไปรับพระราชทานของที่ระลึกจากสมเด็จพระนางเจ้า รำไพพรรณี ผู้แสดงโขนต่างถอดหัวเครื่องออก ผู้ชมจึงได้ทราบว่าผู้แสดงเป็นตัวทศกัณฐ์คือทูลกระหม่อมฟ้าชายวชิราลงกรณ์......

ขณะที่ นายจตุพร รัตนวราหะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์–โขน) ผู้เคยถวายการสอนนาฏศิลป์โขนแด่ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ขณะยังทรงพระเยาว์ ได้เล่าในงานเสวนาวิชาการเรื่อง “ใต้ร่มพระมหากรุณา มหาวชิราลงกรณ” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.2561 ในหัวข้อ “พระมหากรุณาธิคุณต่อวงการนาฏศิลป์ดุริยางคศิลป์ไทย” ตอนหนึ่งว่า ขณะที่ตนสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนาฏศิลป์ มีโอกาสได้เข้าไปถวายการสอนโขนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ร.ร.จิตรลดา ในบทบาทของตัว ยักษ์ “วิรุฬจำบัง” ซึ่งนาฏศิลป์โขนนั้น ตัวยักษ์สำคัญที่สุด ขณะนั้นตนยังคิดว่า พระองค์ที่ยังทรงพระเยาว์จะจำบทได้หรือเปล่า ซึ่งปรากฏว่าพระองค์ทรงจำได้ ก่อนจะมาศึกษาตัวยักษ์ พระองค์ทรงศึกษาตัวลิงมาก่อน ซึ่งบทบาทของทั้งสองตัวละครแตกต่างกันมาก เช่น ท่ารำของลิงจะมีลักษณะ พลิ้วไหว ซุกซน ขณะที่ตัวยักษ์จะร่ายรำด้วยท่วงท่าสง่างาม อกไหล่ผึ่งผาย ตัวยักษ์จึงเหมาะสมกับพระองค์มากกว่า ด้วยพระวรกายที่สูงใหญ่ขึ้นตาม พระชนมายุ

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความมุมานะเป็นอย่างมากเพราะการเรียนโขนไม่ใช่เรื่องง่าย พระองค์ตรัสถามทุกครั้งที่ทรงจำท่าไม่ได้ หรือสอบถามตลอดว่าร่ายรำแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ และ ยังทรงมีพระอารมณ์ขันอีกด้วย” นายจตุพรกล่าว

พระราชนิพนธ์ร้อยแก้ว ร้อยกรอง

พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ยังปรากฏในหนังสือ “สี่เจ้าฟ้า” อีกช่วงตอนหนึ่งด้วยว่า

....โปรดทำเสียงต่างๆได้ ทรงแต่งละคร วิทยุเรื่องสามเกลออัปลักษณ์ไปเที่ยวสวนสัตว์ ดุสิต และอัดเทปไว้ และเมื่อพบสัตว์ชนิดไร ก็ทรงเลียนทำเสียงสัตว์นั้นๆได้เหมือน แม้แต่เสียงเจ๊กร้องขายของ การเล่นละครทำนองนี้มีบ่อยๆ ทรงแต่งแล้วอัดเทปไว้ทันที ไม่มีการเตรียมไว้ล่วงหน้าเลย โปรดเป็นผู้กำกับการและจัดการที่แหวกแนว.....

ทั้งเมื่อมี พระชนม์เพียง 12 พรรษา ทรงพระนิพนธ์เรื่อง “น้ำท่วม” ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยเนื้อเรื่องเป็นการเล่าเรื่องของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ห่วงจะไปเที่ยวเล่นพายเรือและเล่นน้ำที่บ้านคุณป้า แม้รู้สึกเจ็บคอก็ปิดบังไม่บอกใคร เพราะกลัวแม่จะไม่ให้ไป จนรุ่งเช้าของวันใหม่นอนแซ่วอยู่ในเตียง เพราะตัวร้อนมาก ปรอทก็ขึ้นไปถึง 37.2 Cํ เมื่อแม่จับได้ จึงสอนว่าทำอย่างนี้ไม่ถูก และสอนอย่าเห็นแก่การเที่ยวมากเกินไป ผลเสียมีหลายอย่างนะ ถ้าสอบไม่ได้แล้วจะต้องลาพัก ถ้าเผื่อขาดเรียนบ่อยๆ ความรู้ก็จะไม่ดี และเวลาโตขึ้นลูกก็จะลำบากมาก ทำให้เด็กชายเสียใจมากที่ทำผิดครั้งนี้ เพราะความห่วงสนุก และพูดเบาๆ ก่อนหลับไปว่า “ต่อไปนี้ผมจะไม่ทำผิดอีกแล้ว”

นอกจากนี้ ขณะดำรง พระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงใช้เวลาส่วนพระองค์ที่เหลือจากงานการและการศึกษาซึ่งมีอยู่ไม่มากนัก ให้เป็นประโยชน์เสมอ ด้วยการทรงงานอดิเรก เช่น ทรงแต่งบทกลอนและการบริหารพระวรกาย เช่น ทรงวิ่ง หรือทรงกีฬาต่างๆ อาทิ ฟุตบอล เป็นต้น โดยเฉพาะงานพระนิพนธ์บทกลอนนั้น ทรงมีความสามารถเป็นพิเศษ ดังบทพระนิพนธ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้ทรงไว้ และส่งทูลเกล้าฯถวายพระบรม ชนกนาถและสมเด็จพระราชชนนี ดังพระราชนิพนธ์ถวายพระพรในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ยังอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรตราบเท่าทุกวันนี้

ภาพฝีพระหัตถ์ทรงโปรด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเขียนภาพตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ดังปรากฏใน หนังสือ “สี่เจ้าฟ้า” อีกช่วงตอนหนึ่งว่า

...สมเด็จพระบรมชนกนาถก็จะทรงสอนให้ทูลกระหม่อมฟ้าชายทรงหัดเขียนภาพสีน้ำมัน ทูลกระหม่อมฟ้าชายโปรดเขียนรูปและปั้นดินน้ำมัน ทรงปั้นรูปรถยนต์เรือรบได้เหมือนของจริงมาก เวลานี้ทรงหัดเขียนรูปสีน้ำมัน ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องใช้จาก สมเด็จพระบรมชนกนาถ แต่ก็มิได้ทรงหวงแหน แบ่งประทานให้มหาดเล็กได้เขียนด้วย โปรดเขียนภาพวิว ในตอนบ่ายเมื่อเลิกเรียนแล้ว มักทรงชวนมหาดเล็กถีบรถจักรยานไปเลือกมุมใดมุมหนึ่งของสวนจิตรลดา แล้วประทับเขียนภาพอย่าง ตั้งพระทัย แต่ภาพที่ทรงเขียนนั้นกลับเป็นภาพเรือรบจอดในทะเล และภูเขาอยู่ในหมอกเหมือนภูมิประเทศที่พระตำหนักภูพิงค์ เชียงใหม่ แทนที่ จะเป็นภาพทิวทัศน์ในบริเวณสวนจิตรฯ

...ความที่ทูลกระหม่อมฟ้าชายทรงมี “หัว” ในทางเขียนภาพ จะเห็นได้จากภาพต่างๆ ซึ่งเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ตั้งแต่พระชันษาเพียง 7 ปี พอเริ่มทรงพระอักษรได้ก็โปรดเขียนการ์ตูน

หนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ “ธรรมราชินี”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงวาดการ์ตูนบนหน้าปก หนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ สืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” เพื่อใช้เป็นปกหนังสือสวดมนต์ ถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ปี 2560 รวม 6 เล่ม ปี 2561 รวม 8 เล่ม และปี 2562 ถึงปัจจุบันรวม 2 เล่ม โดยปกบทเจริญพระพุทธมนต์ 20 กุมภาพันธ์ 2562 สืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” ด้านบนสุด ซ้ายมือเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อยู่ภายในหัวใจที่อยู่บนก้อนเมฆ ตรงกลางเป็นพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ถัดลงมาเขียนว่าบทเจริญพระพุทธมนต์ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ถัดลงมาอีก ทรงวาดการ์ตูน สื่อความหมายถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยพระโอรส และพระธิดาทั้ง 4 พระองค์ และล่าสุดคือปกหนังสือบทสวดเจริญ มหามงคลรวมศาสนา พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ล้อมกรอบด้วยรูปหัวใจบนก้อนเมฆ ภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่ทรงวาดรูปครอบครัวบ้านธงไตรรงค์ ด้านหลังเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจที่สำคัญทั้ง 5 ศาสนา พร้อมพระราชทานข้อความว่า “เราจะเดินไปด้วยกัน ด้วยความสุข”

บัตรอวยพรพระราชทาน

ปี 2560 พระราชทานภาพฝีพระหัตถ์การ์ตูนรูปแบบของบัตรอำนวยพร (ส.ค.ส.) พระราชทาน 4 แบบ และสมุดบันทึกแก่ประชาชนในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2560 โดยมีลายฝีพระหัตถ์ที่เข้าใจง่าย สื่อถึงธรรมะ และเรื่องราวที่นำมาซึ่งความสุข สมหวัง ความอบอุ่น

บัตรอวยพรแบบแรก มีภาพพระพุทธรูป และคนที่กำลังสักการะพร้อมข้อความ “ดับทุกข์ ดับโศก ดับโรค ดับภัย ด้วยใจ หนักแน่น มีจิตและศีลสังวร สมาธิแนบแน่น สงบ และ เจริญปัญญา ความสุขมีแน่ ค่อยเป็นค่อยไป” ส่วนที่ด้านข้างมีข้อความ “ส.ค.ส. ส่งความสุข ด้วยใจรัก หวังดีต่อกัน คิดดีๆ สุขใจจริงๆ” พร้อมภาพเทวดา มีดาว และโทรศัพท์ ที่ด้านล่างมีข้อความ “ส่งความสุข เพิ่มพูนสติ สร้างปัญญา มุ่งเดินหน้า ด้วยคิดดี เมตตา และรอบคอบ เพื่อความสุขที่ถาวร คิดฝันเพียงพอเพียง” พร้อมกับทรงลงพระปรมาภิไธย วันที่ 1 ม.ค.2560 และล่างสุดมีคำว่า “Merry Christmas & Happy New Year 2017” พร้อมด้วยเทียน และกล่องของขวัญ

บัตรอวยพรแบบที่ 2 ด้านบนเป็นภาพซานตาคลอส นั่งบนเลื่อนพร้อมกล่องของขวัญ และมีกวางเรนเดียร์ลากเลื่อน และคำว่า “Ho Ho Ho” ถัดมาเป็นภาพตุ๊กตา และข้อความ “สุขใจสุขกายจิตใจผ่องใส พอใจอย่างพอเพียง สัมมาทิฐิ สมาธิ ปัญญา ด้วยชีวิต เรียบง่าย เดินหน้าอย่างปลอดภัยและมั่นคง” จากนั้นเป็นภาพผู้ชายถือไฟฉายและเทียน พร้อมด้วยข้อความ “แสงไฟแห่งปัญญา พร้อมสติ ก้าวไปอย่างปลอดภัย สุขแท้จริง ไม่เสียใจ ขุ่นมัว” ถัดลงมาเป็นภาพบ้าน ต้นคริสต์มาส ตุ๊กตาหิมะ และคนที่กำลังใส่หูฟัง และมีพระปรมาภิไธยกำกับอยู่ด้านล่าง พร้อมลงวันที่ 1 ม.ค.2560

บัตรอวยพรแบบที่ 3 ด้านบนเป็นภาพเมฆและเครื่องบิน ที่ลากจูงป้ายที่มีข้อความ “Season’s Greeting & best wishes for a Merry Christmas & a Happy New Year” ถัดลงมาเป็นภาพหัวใจ บ้าน ต้นคริสต์มาส ครอบครัวพ่อแม่และลูกชาย ลูกสาว พร้อมด้วยสุนัข และกล่องของขวัญ และด้านล่างมีข้อความ “ส่งความสุขความสดใส ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ให้ทุกๆคน อันความสุขอันพอเพียง เรียบง่าย นุ่มนวล จะช่วยประคองจิตใจ และครอบครัวให้เสถียรมั่นคง ตลอดไป ทุกอย่างเป็นไปอย่างพอเพียง และพอเหมาะพอควร” และมีพระปรมาภิไธย ลงวันที่ 1 มกราคม 2560 อยู่ด้านข้าง

ส่วนบัตรอวยพรแบบที่ 4 ด้านบนขวาเป็นภาพเมฆดวงดาว และพระจันทร์ ที่ด้านซ้ายเป็นภาพบ้านและรถกำลังใส่หูฟัง ที่ด้านขวาเป็นข้อความ “อบอุ่นใจ สบายใจในความรัก และพึงพอใจในความสุขอันพอเพียงภายในครอบครัว ด้วยความมั่นใจและซื่อสัตย์ต่อกัน ครอบครัวสุขสันต์ในกรอบขอบเขตอันควร ในธรรมะที่แยบยล ขอมอบพลังกาย พลังใจ และพลังปัญญาด้วยสติและความปรารถนาดี มาอย่างจริงใจให้ทุกท่านเอย” พร้อมทรงลงพระปรมาภิไธย และกำกับวันที่ 1 ม.ค.60 ส่วนด้านล่างเป็นภาพครอบครัวนั่งอยู่หน้าเตาผิง มีสุนัข ตุ๊กตา และกล่องของขวัญ และข้อความ “Happy Together”

สำหรับสมุดบันทึกปี 2560 ปกหน้าด้านบนจะเป็นการ์ตูนพระราชทานภาพเดียวกับบัตรอวยพรแบบที่ 2 และปกหลังเป็นภาพการ์ตูนครอบครัว พ่อ แม่ และลูกๆ ในบรรยากาศต่างๆ พร้อมกำกับด้วยคำว่า จะร้อน จะฝน หรือจะเหน็บหนาว ซึ่งโดยรวมภาพทั้ง 3 ก็สื่อให้เห็นถึงความรักความอบอุ่นและความผูกพันที่ทุกคนมีต่อกัน

และล่าสุดในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2562 พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ชุดครอบครัวออกกำลังกาย พระราชทานเพื่อจัดทำบัตรอำนวยพร ประจำปีพุทธศักราช 2562 เขียนการ์ตูนบัตรอำนวยพร (ส.ค.ส.) พระราชทาน 4 แบบ โดยสะท้อนให้เห็นถึงพระองค์ท่านทรงให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว ความเอาใจใส่ต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และหวังให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีด้วยการออกกำลังกาย โดยสมุดบันทึกแห่งความสุขแก่ประชาชน โดยมี 4 แบบ ทุกแบบจะมีคำว่า สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๒ อยู่ด้านบนสุด บรรทัดถัดมาจะมีคำว่าถึง...จากนั้นจะเป็นภาพวาดการ์ตูนพระราชทาน แบ่งเป็นครอบครัวจักรยาน ครอบครัว SUP ครอบครัว YOGA ครอบครัว Pilates ด้านล่างสุดจะเป็นคำว่าจาก...ส่วนด้านในมีข้อความว่า ส.ค.ส.๒๕๖๒ สวัสดี สุขสันต์ สู่ปีใหม่ ด้วยการบำรุงรักษาสุขภาพอนามัย ด้วยร่างกายที่แข็งแรงจิตใจที่สดใสเข้มแข็ง ด้วยการเล่นกีฬา และออกกำลังกายในแบบต่างๆ

พระอัจฉริยภาพด้านงานศิลป์ และน้ำพระทัย ตลอดจนพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยยังความปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ และจะจารึกในใจลูกหลานไทยไปตราบนิรันดร์กาล.

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระราชประวัติร.10รัชกาลที่ 10ในหลวง ร.10พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562พระราชประวัติรัชกาลที่ 10บรมราชาภิเษก